รัฐบาลญี่ปุ่นเผยให้บริษัทญี่ปุ่นจ้างแรงงานต่างด้าวในตำแหน่งต้องใช้ทักษะสูง เข้ามาเป็นพนักงานฝึกหัดและชดเชยแรงงานที่ลดลง
สภาความสามารถในการแข่งขันเชิงอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น เปิดเผยวานนี้ว่า รัฐบาลเห็นชอบให้บริษัทญี่ปุ่นว่าจ้างแรงงานต่างด้าวในตำแหน่งที่ต้องใช้ทักษะสูงได้ง่ายขึ้น เพื่อเข้ามาเป็นพนักงานฝึกหัดและชดเชยกับแรงงานที่ลดลง รวมถึงเพื่อขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจ
นอกจากนี้รัฐบาลญี่ปุ่นจะมีมาตรการเพื่อเพิ่มแรงงานผู้หญิงในตำแหน่งบริหาร และเพิ่มระบบดูแลเด็ก เพื่อให้สตรีมีโอกาสเข้ามาทำงานมากขึ้น
ญี่ปุ่นมีจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นมากที่สุดในโลก ปัจจุบันประชากรหนึ่งในสี่มีอายุมากกว่า 65 ปี ขณะที่แรงงานก็ลดน้อยลงด้วย ปัจจัยเหล่านี้อาจฉุดรั้งการเติบโตของเศรษฐกิจ
นโยบายเพิ่มแรงงานต่างชาติและผู้หญิง เป็นก้าวย่างที่สำคัญและจำเป็น เพื่อหยุดยั้งการลดลงของกำลังแรงงาน แก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน เพิ่มรายได้จากภาษี และเพิ่มศักยภาพการเติบโตของเศรษฐกิจ
รัฐบาลจะทำให้นโยบาย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการกำหนดยุทธศาสตร์เศรษฐกิจฉบับที่ 2 นี้ สมบูรณ์ยิ่งขึ้นภายในกลางปีนี้
ตั้งแต่รับตำแหน่งเมื่อกว่าหนึ่งปีก่อน นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ กำหนดให้การยุติภาวะเงินฝืดที่ยาวนานมา 15 ปี และการกระตุ้นเศรษฐกิต เป็นนโยบายสำคัญอันดับแรก ซึ่งในเบื้องต้นนายอาเบะประสบความสำเร็จจากการใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ แต่นักเศรษฐศาสตร์หลายคนเตือนว่า รัฐบาลจำเป็นต้องใช้การลดกฎระเบียบและปฏิรูปเชิงโครงสร้างมากขึ้น เพื่อเพิ่มการเติบโตของเศรษฐกิจในระยะยาว
ปัจจุบันในบางภาคส่วน อาทิ การก่อสร้าง การพยาบาลและดูแลเด็ก ต้องเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ดังนั้นนโยบายที่อนุญาตให้บริษัททั้งหลายว่าจ้างแรงงานต่างด้าวได้มากขึ้นจะช่วยให้ธุรกิจเหล่านี้เติบโต
นอกจากนี้รัฐบาลจะพิจารณาลดภาษีเงินได้นิติบุคคลและขยายฐานภาษี เพื่อทำให้บริษัทญี่ปุ่นแข่งขันได้มากขึ้น เพราะภาษีนิติบุคคลที่ระดับ 38% ซึ่งเก็บจากบริษัทรายใหญ่ๆ นั้น นับว่าสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และบ่อยครั้งที่บรรดาบริษัทต้องวิ่งเต้นขอให้รัฐบาลลดภาษีลง





