นักวิเคราะห์ทองคำระบุราคาทองคำโลกปีนี้ปรับตัวลดลงเป็นครั้งแรกตั้งแต่ลดครั้งหลังสุดเมื่อปี43 และมีความเสี่ยงที่จะลดลงอีกในปี57
ราคาทองคำในตลาดทองคำแท่งลอนดอนเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (20 ธ.ค.) อยู่ที่ออนซ์ละ 1,205 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ ราว 38,560 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ปรับลดลงไปแล้วเกือบร้อยละ 27 ในปีนี้ เนื่องจากปริมาณความต้องการทองคำในตลาดลดน้อยลงและภาวะเงินเฟ้อบรรเทาลง เป็นราคาที่ลดลงครั้งแรกหลังจากลดลงครั้งหลังสุด 5.6% เมื่อปี 2543 จากนั้นได้เพิ่มขึ้นติดต่อกันตลอด 12 ปีจนถึงปีที่แล้ว
นักวิเคราะห์ของกลุ่มธนาคารแมคควอรีมองว่ามี 2 ปัจจัยหลักที่ทำให้ราคาทองคำในปีนี้ลดลง ปัจจัยแรกเกิดจากแรงเทขายของนักลงทุน โดยเฉพาะกองทุนเปิดที่จดทะเบียนและซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์หรืออีทีเอฟ ที่เทขายแล้ว 840 ตัน เพราะเห็นสัญญาณเศรษฐกิจฟื้นตัว ปัจจัยที่สองคือ ปริมาณความต้องการทองคำทั่วโลกลดลง เพราะไม่มีความจำเป็นต้องซื้อทองเพื่อเป็นหลักประกันป้องกันความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟด ประกาศลดปริมาณการซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลรายเดือนซึ่งเป็นส่วนหนึ่งมาตรการผ่อนคลายทางการเงินหรือคิวอี
อย่างไรก็ตาม ขณะที่ธนาคารแห่งออสเตรเลียหรือเอ็นเอบี คาดการณ์ว่า ราคาทองคำจะปรับตัวลดลงแตะออนซ์ละ 1,050 ดอลลาร์ ช่วงปลายปี 2557 และต้นปี 2558 ธนาคารคอมเมิร์ซแบงก์ของเยอรมนีกลับคาดการณ์ว่าราคาทองคำน่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นแตะระดับออนซ์ละ 1,400 ดอลลาร์ในสิ้นปีหน้า เพราะมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของหลายประเทศทั่วโลกจะทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อและมูลค่าเงินสกุลต่าง ๆ ลดลง ทำให้นักลงทุนต้องซื้อทองคำเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่จะขาดทุน
ราคาทองคำเคยทะยานแตะระดับสูงสุดที่ออนซ์ละ 1,921.15 ดอลลาร์ เมื่อเดือนกันยายน 2554 โดยเป็นผลจากความวิตกของนักลงทุนที่กังวลว่าเศรษฐกิจทั่วโลกจะเข้าสู่ภาวะถดถอยรอบใหม่ ท่ามกลางปัญหาวิกฤตหนี้สาธารณะในกลุ่มยูโรโซน





