ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ประกาศให้ความช่วยเหลือยูเครน โดยจะซื้อพันธบัตรยูโรบอนด์ของยูเครนมูลค่า 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์
นายปูตินกล่าวกับประธานาธิบดีวิกเตอร์ ยานูโควิชแห่งยูเครน หลังการหารือราว 3 ชั่วโมงว่า รัฐบาลรัสเซียตัดสินใจจะใช้เงินส่วนหนึ่งจากกองทุนสวัสดิการแห่งชาติ ไปลงทุนในสินทรัพย์ของรัฐบาลยูเครนเป็นจำนวน 15,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อช่วยเหลือประเทศเพื่อนบ้าน และเสริมว่า บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานของรัสเซียอย่าง "ก๊าซพรอม" จะขายก๊าซธรรมชาติให้ยูเครนในราคา 268.5 ดอลลาร์ต่อ 1,000 ลูกบาศก์เมตร ลดจากราคาขายปัจจุบันซึ่งอยู่ที่ประมาณ 400 ดอลลาร์
ด้านรัฐมนตรีคลังรัสเซีย "นายแอนตอน ซิลัวนอฟ" กล่าวว่า รัฐบาลรัสเซียจะลงทุน 15,000 ล้านดอลลาร์ในพันธบัตรยูโรที่รัฐบาลยูเครนตั้งใจที่จะออกภายในสิ้นปีหน้า และรัสเซียก็จะซื้อพันธบัตรมูลค่า 3 พันล้านดอลลาร์ในปี 2556 โดยเป็นไปได้ว่าจะเริ่มซื้อภายในสุดสัปดาห์นี้
ข้อตกลงระหว่างรัสเซียกับยูเครนครั้งนี้ ทำให้กลุ่มผู้ประท้วงหลายหมื่นคนที่สนับสนุนอียูซึ่งชุมนุมกันที่จัตุรัสอิสรภาพใจกลางกรุงเคียฟ ประณามประธานาธิบดียานูโควิช ว่าขายชาติให้กับรัสเซีย
ทั้งนี้ ความช่วยเหลือจากรัสเซียน่าจะทำให้รัฐบาลยูเครน ไม่เผชิญวิกฤติดุลการชำระเงินและการผิดนัดชำระหนี้ในอนาคตอันใกล้ ท่ามกลางภาวะถดถอยที่ทำให้เศรษฐกิจของประเทศหดตัวอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ครึ่งแรกของปีก่อน
อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวของรัสเซียอาจทำให้ฝ่ายผู้ประท้วงได้ประเด็นใหม่สำหรับโจมตีรัฐบาล หลังจากนายยานูโควิชปฏิเสธที่จะลงนามข้อตกลงความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการเมืองกับอียู จนทำให้มีการประท้วงครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่การปฏิวัติสีส้มเมื่อปี 2547
ด้านโฆษกทำเนียบขาว "นายเจย์ คาร์นีย์" แถลงว่า รัฐบาลสหรัฐไม่สบายใจกับข้อตกลงดังกล่าว และระบุว่าข้อตกลงนี้ไม่ช่วยขจัดความกังวลของกลุ่มผู้ประท้วงจำนวนมากที่ออกมาชุมนุมข้ามวันข้ามคืนที่จัตุรัสอิสรภาพเป็นเวลาหลายสัปดาห์ได้





