"ไอเอ็มเอฟ"ชี้อินโดนีเซียจำเป็นต้องปฏิรูปเศรษฐกิจในวงกว้าง เตือนโอกาสการเติบโตระยะกลางสำหรับประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่สุดในอาเซียน
ในรายงานทบทวนเศรษฐกิจอินโดนีเซียประจำปี กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ระบุว่า อินโดนีเซียจำเป็นจะต้องปฏิรูปเศรษฐกิจในวงกว้าง โดยการปฏิรูปดังกล่าว ควรมุ่งเน้นไปในเรื่องของโครงสร้างที่เป็นอุปสรรคขวางการเติบโต และต้องเดินหน้าขจัดการอุดหนุนราคาเชื้อเพลิง ทำให้ตลาดแรงงานมีความยืดหยุ่นเพิ่มขึ้นอย่างมาก ปรับระบบการค้า และการลงทุน รวมถึงทำให้ตลาดการเงินมีบทบาทเพิ่มมากขึ้น
"คาดว่าการเติบโตในระยะกลางจะอยู่ในระดับเฉลี่ยที่ 6% ต่ำกว่าที่คาดไว้ระหว่างการหารือร่วมกันครั้งล่าสุดที่ราว 6.5-7% โดยมีสาเหตุหลักมาจากเงื่อนไขทางการเงินที่เข้มงวด โอกาสเศรษฐกิจโลกอ่อนแอ และภาวะคอขวดด้านการจัดหาที่ยังเป็นปัญหายืดเยื้ออยู่"
ไอเอ็มเอฟย้ำว่า วงจรราคาโภคภัณฑ์ที่พุ่งสูงขึ้น การขาดดุลบัญชีเดินสะพัด การคาดหมายถึงการชะลอตัวในการเติบโตช่วงระยะสั้น และระยกลาง แสดงให้เห็นถึงความจำเป็นที่จะต้องมีการปฏิรูปโครงสร้าง ที่จะช่วยทำขยายฐานการผลิต และส่งออกของอินโดนีเซีย ช่วยหนุนภาคการจ้างงาน และพัฒนาโอกาสในการขยายตัวในระยะยาว
รายงานไอเอ็มเอฟ ระบุด้วยว่า ความต้องการภายในประเทศ ยังจะเป็นแรงขับเคลื่อนหลักในการขยายตัวทางเศรษฐกิจต่อไป แต่จำเป็นที่บริษัทต่างๆ จะต้องแก้ปัญหา เพื่อลดอุปสรรคในด้านโครงสร้าง
ตัวเลขคาดการณ์เศรษฐกิจในปีหน้าของไอเอ็มเอฟ ค่อนข้างจะสอดคล้องกับของทางการอินโดนีเซีย ที่ประเมินว่า ตัวเลขขาดดุลบัญชีเดินสะพัด น่าจะอยู่เหนือระดับ 3% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) และการเติบโตของจีดีพีพีชะลอตัวลงมาอยู่ที่ระดับ 5-5.5%





