ดัชนีดาวโจนส์ ปิดลบ 73.01 จุด อยู่ที่ 15,545.75 จุด คาดเฟดอาจจะตัดสินใจลดขนาด QE
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (31 ต.ค.) โดยตลาดเคลื่อนตัวอย่างผันผวนในกรอบแคบๆ เพราะได้รับแรงกดดันจากการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจจะตัดสินใจลดขนาดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ในระยะเวลาที่รวดเร็วกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ เมื่อพิจารณาจากแถลงการณ์ล่าสุดที่เฟดมีมุมมองค่อนข้างเป็นบวกต่อเศรษฐกิจสหรัฐ
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 15,545.75 จุด ลดลง 73.01 จุด หรือ -0.47% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 1,756.54 จุด ลดลง 6.77 จุด หรือ -0.38% ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 3,919.71 จุด ลดลง 10.91 จุด หรือ -0.28%
ตลาดหุ้นนิวยอร์กได้รับแรงกดดันจากการคาดการณ์ที่ว่าเฟดอาจจะปรับลดขนาด QE หลังจากแถลงการณ์ภายหลังการประชุมล่าสุดของเฟดบ่งชี้ว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจมีการขยายตัวในอัตราปานกลาง ปัจจัยชี้วัดบางประการเกี่ยวกับภาวะตลาดแรงงานได้แสดงถึงการปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา
นอกจากนี้ แถลงการณ์ของเฟดยังระบุว่าข้อมูลที่มีบ่งชี้ว่าการใช้จ่ายในภาคครัวเรือนและการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรของภาคธุรกิจมีความคืบหน้า ขณะที่การฟื้นตัวในภาคที่อยู่อาศัยได้ชะลอลงบ้างในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา พร้อมระบุว่า หากไม่พิจารณาความผันผวนที่เป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของราคาพลังงานแล้ว เงินเฟ้อได้ปรับตัวต่ำกว่าเป้าหมายระยะยาวของคณะกรรมการ แต่การคาดการณ์เงินเฟ้อระยะยาวยังคงทรงตัว
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กวันนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยว่า จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 26 ต.ค. ลดลง 10,0000 ราย มาอยู่ที่ระดับ 340,000 ราย ใกล้เคียงกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลงมาอยู่ที่ 339,000 ราย จากสัปดาห์ก่อนหน้าที่ระดับ 350,000 ราย





