เวิลด์แบงก์เผยเศรษฐกิจพม่าสดใส ทุนนอกหลั่งไหลเข้าลงทุน หลังเออีซีรวมเป็นหนึ่ง
ธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) เผยแนวโน้มเศรษฐกิจพม่าเป็นบวก แต่นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสในประเทศแสดงความกังวลต่อความสามารถในการแข่งขันของภาคเอกชน กับการไหลบ่าของการลงทุนจากต่างประเทศ หลังประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนบูรณาการสิบชาติสมาชิกเป็นตลาดเดียว
หลังจากเปิดเสรีมาร่วม 30 เดือน ธนาคารโลกรายงานว่า เศรษฐกิจพม่าเติบโตต่อเนื่่องในปีงบประมาณ 2555-2556 ถึงสิ้นเดือนมีนาคมที่ 6.5% ก่อนหน้านี้ ระหว่างปีงบประมาณ 2554-2555 เติบโต 5.5% และคาดว่าจะเติบโตต่อไปที่ 6.8% ในปี 2556-2557 คาดว่าก๊าซธรรมชาติสินค้าส่งออกหลักจะสูงถึง 4 พันล้านดอลลาร์ในปีงบประมาณล่าสุด สูงกว่าที่เคยทำสถิติไว้ 3.5 พันล้านดอลลาร์ในปี 2554-2555 การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศเพิ่มสูงขึ้นด้วยจาก 3.7% ของจีดีพีในปี 2554-2555 เป็น 5.2% ในปีงบประมาณ 2555-2556
แม้ว่าการปฏิรูปของรัฐบาลกึ่งพลเรือนในช่วงหนึ่งปีครึ่งที่ผ่านมา กำลังให้ประโยชน์ต่อเศรษฐกิจพม่า แต่ภาคเอกชนยังห่วงใยเรื่องการแข่งขันที่เพิ่มมากขึ้นที่มาพร้อมกับการเปิดเสรีทางเศรษฐกิจ อุตสาหกรรมตัดเย็บเสื้อผ้า โทรคมนาคม และอุตสาหกรรมการผลิต ถูกมองว่ามีความเสี่ยงต่อการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นจากการเตรียมเปิดเขตการค้าเสรีอาเซียน
นายควิมา ทารา นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส กล่าวระหว่างการประชุมทางไกลของธนาคารโลก เตือนว่า ธุรกิจเหล่านั้นของพม่าไม่สามารถยืนอยู่ได้เมื่อถึงเปิดเขตการค้าเสรีอาเซียน ธนาคารโลกกังวลกับเรื่องนี้ นั่นคือเหตุผลว่าทำไมต้องช่วยเหลือภาคเอกชนให้อยู่รอดได้ ความรับผิดชอบของรัฐบาลในการสนับสนุนภาคเอกชน สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของธุรกิจ ภาคเอกชนพม่าจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุน และปรับปรุงการเสริมสร้างสมรรถนะเพื่อความอยู่รอด





