เบื้องหลังความสำเร็จของนายกรัฐมนตรีแองเกลา แมร์เคิล ในการนำพาพรรคคริสเตียน เดโมแครต (ซีดียู) ชนะการเลือกตั้งทั่วไปของเยอรมนีอย่างงดงาม
เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ก่อนการหาเสียง เพราะวิกฤติหนี้ที่ทำให้ผู้นำหลายชาติใน 12 ประเทศยูโรโซนต้องหลุดจากตำแหน่ง กลับเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้แมร์เคิลกุมบังเหียนผู้นำประเทศเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในยุโรปได้ต่อไป
แมนเฟรด กูลเนอร์ แห่งบริษัทสำรวจความเห็น ฟอร์ซา ระบุว่าวิกฤติหนี้ยูโรเป็นผลดีแก่แมร์เคิล เพราะผู้มีสิทธิออกเสียงจำนวนมากมองว่าแมร์เคิลทำหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์ของประเทศด้วยการบริหารวิกฤติหนี้อย่างระมัดระวัง และดูแลฐานะการคลังของประเทศอย่างดี
แม้เป็นประเด็นหลักในกิจการของยุโรปมาตลอด 4 ปีที่ผ่านมา แต่วิกฤติหนี้ยูโรโซนแทบไม่เคยเป็นปัจจัยในการหาเสียงของเยอรมนี ส่วนหนึ่งเพราะแมร์เคิลประสบความสำเร็จในการสยบวิกฤติไม่ให้เป็นข่าวใหญ่ ทั้งยังสามารถสร้างฉันทามติทางการเมืองในการรับมือความวุ่นวายทางการเงินในยูโรโซน
นอกจากนั้น ผู้มีสิทธิออกเสียงยังชื่นชมแมร์เคิลที่ทำหน้าที่ตัวแทนของเยอรมนีบนเวทีโลกได้เป็นอย่างดี รวมถึงสามารถวางตัวและบริหารจนผู้นำโลกพากันให้ความเคารพเชื่อถือ
หลังจากบริหารประเทศมา 8 ปี ชาวเยอรมนีจำนวนมากกล่าวว่านึกภาพไม่ออกว่าจะดำเนินชีวิตอย่างไรหากไม่มีแมร์เคิล ซึ่งขึ้นเป็นผู้นำหญิงคนแรกของประเทศเมื่อปี 2548 ผู้มีสิทธิออกเสียงคนหนึ่งที่ไปฟังการหาเสียงกล่าวว่าแมร์เคิลนำพาประเทศผ่านพ้นวิกฤติมาได้โดยปราศจากรอยขีดข่วน
ชัยชนะจากการเลือกตั้งของแมร์เคิล ทำให้สถานภาพของผู้นำหญิงเยอรมนียิ่งใหญ่พอๆ กับผู้นำยุโรปในอดีต อย่างคอนราด อเดนาร์ และเฮลมุต โคห์ล ซึ่งเป็นอดีตผู้นำเยอรมนี หรือฟรังซัวส์ มิตเตอร์รองด์ อดีตผู้นำฝรั่งเศส
แมร์เคิลเคยกล่าวระหว่างการหาเสียงว่าการได้ทำหน้าที่บริหารประเทศ เป็นเรื่องสนุกสำหรับเธอ
เศรษฐกิจเยอรมนีอาจเผชิญความไม่แน่นอน แต่ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศที่ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง ตัวเลขงบประมาณที่จัดวางอย่างดี และค่าแรงที่เพิ่มขึ้น รวมถึงอัตราว่างงานที่ลดลง ล้วนหนุนให้ผู้นำเยอรมนีอยู่ในสมัยได้อีก 4 ปี
แมร์เคิลกล่าวหลังจากชนะการเลือกตั้งว่าเยอรมนีเคยเป็นคนป่วยของยุโรป แต่ปัจจุบันเยอรมนีเป็นเสาหลักแห่งเสถียรภาพของยุโรป
นอกจากนั้น สภาพเศรษฐกิจก็ตอกย้ำสถานภาพว่าแมร์เคิลเป็นผู้นำที่บริหารฐานะการคลังของประเทศอย่างระมัดระวัง ซึ่งรูปแบบทางการเมืองของแมร์เคิลทำให้ผู้คนที่พูดไม่ดีเกี่ยวกับเธอนั้น แทบนับคนได้
นักศึกษาคนหนึ่งจากเบอร์ลินมองว่าแมร์เคิลทำหลายสิ่งที่ถูกต้องในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา แมร์เคิลอาจไม่ได้เป็นตัวเลือกแรกสำหรับนายกฯ แต่ในอนาคตสิ่งต่างๆ จะดำเนินไปอย่างราบรื่น เพราะแมร์เคิลชำนาญอย่างดีในงาน ขณะที่นักวิจารณ์หลายคนมองว่าแมร์เคิลต้องการหลีกเลี่ยงชะตากรรมเดียวกับมาร์กาเรต แธทเชอร์ และเฮลมุท โคห์ล ที่ลงจากตำแหน่งในช่วงที่กำลังรุ่งโรจน์ทางการเมือง ซึ่งก็คือช่วงเวลาในปัจจุบันนี้นั่นเอง





