สหรัฐทบทวนระบบรักษาความปลอดภัยฐานทัพทั่วโลก หลังเกิดเหตุยิงสังหารหมู่ 12 ศพที่กองบัญชาการทหารเรือ
หลังจากเกิดเหตุการณ์ยิงสังหารหมู่ 12 ศพที่กองบัญชาการทหารเรือสหรัฐ ที่เนวี ยาร์ดในกรุงวอชิงตันเมื่อวันจันทร์ กองทัพเรือสหรัฐสั่งเมื่อวานให้เจ้าหน้าที่พิจารณาประเมินระบบรักษาความปลอดภัยของฐานทัพทั่วประเทศและสรุปรายงานภายใน 1 ต.ค. และกระทรวงกลาโหมสั่งทบทวนระบบรักษาความปลอดภัยตามฐานทัพสหรัฐในทั่วโลก ขณะที่หน่วยงานของกระทรวงเปิดเผยรายงานที่ระบุว่าความหละหลวมของการรักษาความปลอดภัย ทำให้มีผู้ที่เคยต้องโทษสถานหนัก 52 คนสามารถเข้าออกฐานทัพเรือได้เป็นประจำ
นอกจากนี้ทำเนียบขาวแจ้งว่า ประธานาธิบดีบารัก โอบามาสั่งให้ทบทวนมาตรฐานรักษาความปลอดภัยของบริษัทคู่สัญญาของหน่วยงานภาครัฐ และเรียกร้องให้สภาคองเกรสเร่งอนุมัติกฎหมายควบคุมอาวุธปืนที่มีความเข้มงวดขึ้น
การเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นขณะที่มีข้อมูลใหม่ล่าสุดว่า จากรายงานบันทึกประจำวันของตำรวจเมืองนิวพอร์ต รัฐโรดไอแลนด์ บอกว่า เมื่อ 7 ส.ค.ตำรวจได้รับแจ้งจากนายแอรอน อเล็กซิส มือปืนผู้ก่อเหตุยิง 12 ศพที่เนวี ยาร์ด ในวอชิงตัน ที่ขอให้ตำรวจไปที่ห้องพักของเขาในโรงแรม โดยบอกว่า เขาเป็นพนักงานของบริษัทคู่สัญญาของกองทัพเรือ และรู้สึกว่ามีคน 3 คนติดตามเขาและพยายามไม่ให้เขานอนหลับโดยชวนพูดคุยและใช้อุปกรณ์บางอย่างส่งคลื่นไฟฟ้าเข้าสู่ร่างกาย โดยเชื่อว่าคนเหล่านี้ถูกส่งมาโดยคนที่เขามีเรื่องวิวาทด้วยที่สนามบินในรัฐเวอร์จิเนียขณะเดินทางมาโรดไอแลนด์





