วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สิงคโปร์หวั่นหนี้ครัวเรือนทำเศรษฐกิจเสี่ยง

ธนาคารกลางสิงคโปร์วิตกหนี้ครัวเรือน และราคาอสังหาริมทรัพย์ในประเทศที่พุ่งสูงขึ้น ชี้อาจทำให้เกิดความเสี่ยงอย่างมากต่อระบบการเงินของประเทศ

กรรมการผู้จัดการกรมการเงินสิงคโปร์ (เอ็มเอเอส) ซึ่งทำหน้าที่เป็นเหมือนธนาคารกลางของสิงคโปร์ "นายรวี เมนอน" ระบุว่า แม้ระบบธนาคารของสิงคโปร์จะยังแข็งแกร่งอยู่ แต่หนี้ครัวเรือนที่เพิ่มมากขึ้นทำให้เกิดความกังวลขึ้นมา

นายเมนอน กล่าวด้วยว่า มีครัวเรือนจำนวนมากขึ้นที่เข้าไปกู้ยืมเงินมากเกินไปในตลาดอสังหาริมทรัพย์ ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากดอกเบี้ยต่ำ และการขยายระยะเวลาในการกู้ยืม ซึ่งเมื่อทั้ง 2 อย่างนี้มาประกอบเข้าด้วยกัน ก็จะทำให้เกิดความเสี่ยงสำคัฐต่อเสถียรภาพทางการเงิน

กรรมการผู้จัดการเอ็มเอเอส ยังประเมินว่า ผู้กู้ในสิงคโปร์ ราว 5-10% อาจมีปัญหาในเรื่องการซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่มีราคาสูงกว่าความสามารถในการชำระหนี้ของตัวเอง และมีหนี้ที่ต้องชำระมากกว่า 60% ของรายได้ตัวเอง และหากอัตราดอกเบี้ยสินทรัพย์จดจำนองเพิ่มสูงขึ้น ครัวเรือนที่มีรายได้ต่ำ และคนที่มีเงินออมน้อย ก็อาจตกอยู่ในภาวะตึงตัว และหากดอกเบี้ยทรงตัวในระดับสูง หลายครัวเรือนอาจเกิดปัญหาขึ้นมาก่อนธนาคาร

ท่าทีดังกล่าวของนายเมนอนมีขึ้นหลังเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือชั้นนำของโลก "มูดี้ส์" ออกมาปรับลดแนวโน้มของธนาคารรายใหญ่ๆ ในสิงคโปร์ จากเดิมที่ระดับ "เสถียรภาพ" ลงมาอยู่ที่ "เชิงลบ" โดยอ้างถึง สินเชื่อที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว และราคาอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มสูงขึ้น

ทั้งนี้ ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ธนาคารสิงคโปร์มีการปล่อยสินเชื่อบ้านเพิ่มขึ้นปีละ 18% โดยล่าสุดสินเชื่อบ้านคิดเป็นสัดส่วน 46% ต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือจีดีพี เพิ่มขึ้นจากระดับ 35% เมื่อ 3 ปีที่แล้ว