การประท้วงที่เกิดขึ้นครั้งล่าสุดในตุรกีนั้น นับเป็นการประท้วงที่ขยายวงกว้างขึ้นเรื่อย ๆ
คนที่เข้าร่วมส่วนใหญ่เป็นคนทั่วไป ไม่ใช่ตัวแทนด้านศาสนา และมีทั้งคนหนุ่ม-สาว ที่ปรึกษาทางธุรกิจ ผู้บริหารธุรกิจการเงิน
นักวิชาการ และทนายความสารที่คนเหล่านี้ ต้องการส่งไปถึงนายกรัฐมนตรีเรเซ็ป ไตยิบ เอดวน ผู้ได้ชื่อว่า เป็นผู้นำพรรคการเมืองที่มีรากเหง้าอิสลาม และครองอำนาจมายาวนานนับทศวรรษ เป็นการผสมผสานกันระหว่างความหวังและความผิดหวัง
นับตั้งแต่พรรคความยุติธรรมและการพัฒนา หรือเอเคพี ก้าวขึ้นสู่อำนาจ เมื่อปี 2545 สร้างความวิตกให้แก่คนทั่วไปที่ไม่ใช่พวกเคร่งศาสนา ในคาเฟ่ต่าง ๆ ที่ตั้งอยู่ในแถบบอสฟอรัสหรือที่รู้จักกันในชื่อ ช่องแคบอิสตันบูล ได้กลายเป็นแหล่งรวมนักวิชาการ ที่พากันเรียกสิ่งที่พวกเขาเห็นว่า เป็นการคืบคลานเข้าครอบงำของศาสนาอิสลามว่า สงครามวัฒนธรรม
เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ ความไม่พอใจที่สั่งสมมายาวนาน ได้ถูกเอาออกมาระบายตามท้องถนนสายต่าง ๆ นายกรัฐมนตรีเอดวนและพรรคของเขา กำลังเผชิญการท้าทายที่ขยายวงกว้างขึ้นเรื่อย ๆ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเขาถูกมองว่า ปกครองประเทศแบบหนักมือขึ้นเรื่อย ๆ
การจลาจลในตุรกีเริ่มจากการประท้วงย่อย ๆ เพื่อแสดงความไม่พอใจต่อแผนการของนายเอดวน ที่จะสร้างห้างสรรพสินค้าที่สวนสาธารณะเกซี ซึ่งเป็นพื้นที่สีเขียวหาได้ยากบริเวณขอบจตุรัสทัคซิม ก่อนจะขยายวงกว้างและตำรวจยิงแก๊สน้ำตาใส่ผู้ประท้วงโดยสันติ ที่กลายเป็นหลักฐานว่า นายเอดวนใช้อำนาจเผด็จการ ทั้งที่ผู้ประท้วงเพียงต้องการแสดงความไม่พอใจต่อสิ่งที่พวกเขาเห็นว่า กำลังรุกรานวิถีความเป็นอยู่ของพวกเขามากขึ้นเรื่อย ๆ
ก่อนหน้านี้ มีประเด็นอื่นที่ชาวตุรกีส่วนใหญ่เก็บกดมานานแล้ว ที่รวมถึงการออกกฎหมายที่จำกัดการดื่มหรือส่งเสริมการขายเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์ ในที่สาธารณะ และการตัดสินใจของนายเอดวน เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ให้ตั้งชื่อสะพานแห่งใหม่เหนือบอสฟอรัส ตามพระนามของสุลต่าน ออสมันลี่ ผู้สถาปนาอาณาจักรออตโตมัน
ผู้สนับสนุนนายเอดวน บอกว่า มาตรการใด ๆ เช่น กฎหมายเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ล้วนออกมาเพื่อประโยชน์ต่อสุขภาพของประชาชน ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่อยู่ในตำแหน่ง เขาได้พิสูจน์ให้เห็นว่า เขาไม่มีความประสงค์จะบังคับใช้กฎหมายอิสลามแต่อย่างใด
แม้ว่านายเอดวน จะยังไม่แสดงท่าทีใด ๆ แต่ก็เหมือนกับว่า เขายอมรับแล้วว่า เขากำลังเผชิญความเสี่ยง และแม้จะถูกมองว่า ยากที่ผู้ประท้วงจะโค่นอำนาจประธานาธิบดี ที่ได้รับการเลือกตั้งมาถึงสามสมัยลงได้ แต่ดูเหมือนคนที่มีส่วนในการแทรกแซงเพื่อให้สถานการณ์บรรเทาความร้อนแรงลง ก็คือ ประธานาธิบดีอับดุลลาห์ กัล ที่เป็นผู้ร่วมก่อตั้งพรรค JDP ได้โทรศัพท์ถึงนายเอดวน / นายกเทศมนตรีและผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อแสดงความวิตกต่อพลังในด้านลบ จากการประท้วง ที่จำเป็นต้องป้องกันก่อสจะลุกลามกลายเป็นการเผชิญหน้าที่ใหญ่โตกว่านี้
การถอนกำลังตำรวจออกจากจตุรัสทัคซิม เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ช่วยให้สถานการณ์คลี่คลายลง แต่ก็ไม่ถึงกับทำให้สถานการณ์ยุติลงได้ ผู้ประท้วงประกาศจะอยู่ที่จตุรัสแห่งนี้ต่อไป และตำรวจยังคงเผชิญหน้ากับผู้ประท้วงที่่ขว้างปาก้อนหินเข้าใส่ ขณะที่สถานีโทรทัศน์ของตุรกี ไม่ยอมเสนอข่าว แต่ออกอากาศสารคดีเกี่ยวกับนกเพนกวินและรายการทำอาหาร ทำให้ผู้ประท้วงต้องหาทางออกด้วยการกระจายข่าวผ่านทางทวิตเตอร์
ที่ปรึกษาทางธุรกิจคนหนึ่ง ที่เข้าร่วมการประท้วง บอกว่า แน่นอนว่า นายกรัฐมนตรีไม่มีทางที่จะลาออกแน่ และท้ายที่สุดห้างสรรพสินค้าก็จะถูกสร้างขึ้นมาจนได้ แต่ประชาชนต่างรู้แล้วว่า พวกเขามีพลัง ที่สามารถไปแสดงออกกันที่จตุรัส ได้พูด ได้ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลง ก็ถือเป็นความสำเร็จแล้ว





