หน่วยงานรัฐดันธุรกิจสิงคโปร์รุกตลาดนอก หวังเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต-กระจายความเสี่ยง
ไออี สิงคโปร์ หน่วยงานรัฐที่ช่วยในการสนับสนุนการค้าและการลงทุนภายนอกประเทศของสิงคโปร์ แนะบริษัทท้องถิ่นออกไปลงทุนในต่างประเทศมากขึ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและกระจายความเสี่ยง
ที่ผ่านมา สิงคโปร์ได้พึ่งพาการการค้าขายเป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งขาดแคลนทรัพยากรธรรมชาติมาตั้งแต่สมัยยังเป็นเพียงหมู่บ้านตกปลาเล็กๆที่เป็นส่วนหนึ่งของาเลเซีย และการแลกเปลี่ยนซื้อขายสินค้าและบริการข้ามพรมแดนสิงคโปร์ในปัจจุบันได้พัฒนาขึ้นมาอย่างมากตั้งแต่สมัยสิงคโปร์ได้รับเอกราชจากมาเลเซีย
ทั้งนี้ มูลค่าการซื้อขายโดยรวมในปีที่แล้วพุ่งขึ้นไปแตะที่ 9.8 แสนล้านดอลลาร์สิงคโปร์ มากกว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของสิงคโปร์ ถึง 3 เท่า และสิงคโปร์เองก็ได้ถูกจัดอันดับเป็น 1 ใน 15 ชาติของโลกที่มีการซื้อขายสินค้าและบริการอย่างต่อเนื่องจาก การซื้อขายโภคภัณฑ์เฟื่องฟู
ผู้อยู่เบื้องหลังในการผลักดันให้สิงคโปร์ประสบความสำเร็จในการเป็นประเทศศูนย์กลางทางการค้าคือ หน่วยงานพาณิชย์ ไออี สิงคโปร์ ที่จะฉลองวาระครบรอบ 30 ปีในปีนี้
ไออี สิงคโปร์ จัดตั้งขึ้นในปี 2526 ภายใต้ชื่อคณะกรรมการพัฒนาการค้า ก่อนถูกเปลี่ยนชื่อเป็นชื่อไออี สิงคโปร์ในปี 2545 หน่วยงานดังกล่าวได้ทำงานอย่างนักเพื่อสนับสนุนการค้า และกระตุ้นให้บริษัทสิงคโปร์ออกไปลงทุนในต่างประเทศ ทำให้บริษัทสิงคโปร์หลายแห่งได้กลายเป็นชื่อติดหูของประเทศเพื่อนบ้าน และมูลค่าการลงทุนโดยตรงในต่างประเทศได้เติบโตจาก 1.7 หมื่นล้านดอลลาร์สิงคโปร์ในปี 2533 มาอยู่ที่ 4.26 แสนล้านดอลลาร์สิงคโปร์ในปี 2553
การขยายตัวอย่างรวดเร็วของเศรษฐกิจสิงคโปร์ ซึ่งได้รับแรงหนุนจากความสามารถในการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นของบริษัทสิงคโปร์ และแนวโน้มการจ้างหน่วยงานภายนอกของบริษัททั่วโลก ควบกับกำลังในการซื้อที่เพิ่มขึ้นของผู้บริโภคชาวเอเชียได้สร้างได้สร้างเศรษฐกิจภายนอกประเทศของสิงคโปร์
อย่างไรก็ตาม นายเตียว อิง เจิ้ง หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของไออี สิงคโปร์ กล่าวว่าการผลักดันไปสู่การเป็นสากลยังคงจะดำเนินต่อไปเรื่อยๆ โดยสิงคโปร์กำลังอยู่ท่ามกลางการปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางเศรษฐกิจภายในประเทศ และแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่เฉื่อยชา จึงมีความสำคัญอย่างมากที่บริษัทสิงคโปร์ควรจะมองหาโอกาสภายนอกดินแดนของประเทศให้มากขึ้น ถึงแม้ว่าการลงทุนในต่างประเทศอาจจะนำมาซึ่งความเสี่ยง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาพการณ์เศรษฐกิจที่ผันผวนในปัจจุบัน
นายเตียว ระบุด้วยว่า การที่สิงคโปร์มีตลาดภายในประเทศที่เล็ก และมีข้อจำกัดทางด้านพื้นที่และแรงงาน การขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศจะทำให้บริษัทต่างๆสามารถได้รับผลประโยชน์จากต้นทุนที่ลดลงจากการผลิตจำนวนมาก และการกระจายความเสี่ยงและเพิ่มความสามารถในการผลิตด้วยเช่นกัน





