วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ญี่ปุ่นผ่อนคลายการเงินไม่ส่งผลต่อละตินอเมริกา

ไอเอ็มเอฟ ระบุการผ่อนคลายทางการเงินของญี่ปุ่น ไม่ส่งผลให้เงินทุนไหลเข้าท่วมละตินอเมริกา

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ระบุว่าการผ่อนคลายทางการเงินอย่างหนักของญี่ปุ่น อาจไม่ส่งผลให้เงินทุนไหลเข้าท่วมละตินอเมริกา แต่สิ่งที่ต้องจับตาดูคือธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเริ่มยุตินโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจเมื่อไร

ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) เป็นชาติล่าสุดที่ดำเนินการตามธนาคารกลางชาติอุตสาหกรรมอื่นๆ ในการผ่อนคลายการเงินเป็นพิเศษ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยรับปากจะอัดฉีดเงิน 1.4 ล้านล้านดอลลาร์เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจภายในเวลาไม่ถึง 2 ปี การเคลื่อนไหวนี้อาจทำให้เงินทุนไหลเข้าประเทศตลาดเกิดใหม่มากขึ้น

ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ตลาดเงินในละตินอเมริกาดูดซับเงินไปแล้ว 400,000 ล้านดอลลาร์ และดันเงินสกุลท้องถิ่นให้แข็งค่า จนทางการต้องเข้าแทรกแซงและบางชาติถึงขั้นใช้มาตรการควบคุมเงินทุน

แต่นายอเลจันโดร เวอร์เนอร์ ผู้อำนวยการแผนกซีกโลกตะวันตกของไอเอ็มเอฟ ระบุว่ากองทุนที่ซื้อขายในรูปเงินเยนไม่ค่อยมีส่วนแบ่งในละตินอเมริกามากเหมือนกองทุนที่ซื้อขายในรูปเงินดอลลาร์ ดังนั้นผลกระทบจากมาตรการผ่อนคลายของบีโอเจจึงน่าจะน้อยกว่าผลกระทบจากมาตรการทางการเงินของสหรัฐ

คาดว่าผู้กำหนดนโยบายจากตลาดเกิดใหม่และประเทศพัฒนาแล้ว จะหารือเกี่ยวกับการผ่อนคลายทางการเงิน ในการประชุมของไอเอ็มเอฟและการประชุมกลุ่มจี 20 ที่วอชิงตัน สัปดาห์หน้า ที่ผ่านมา เศรษฐกิจละตินอเมริกาที่ขยายตัวได้ดี ระดับหนี้ที่ต่ำ นโยบายการคลังที่ดี และอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าประเทศพัฒนาแล้ว ดึงดูดให้เม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติไหลเข้าไป

ปัจจุบันเฟดกำลังซื้อพันธบัตรเดือนละ 85,000 ล้านดอลลาร์เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และการวิจัยเมื่อเร็วๆ นี้ประเมินว่าการซื้อสินทรัพย์ของเฟดดึงผลตอบแทนพันธบัตรในตลาดเกิดใหม่ให้ลดลงเฉลี่ย 0.19% เฟดระบุว่าจะเดินหน้าซื้อพันธบัตรไปจนกว่าตลาดแรงงานจะดีขึ้น แต่รายละเอียดจากรายงานการประชุมพบว่าผู้กำหนดนโยบายบางคนอยากให้เริ่มยุติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

หากสหรัฐยุติการกระตุ้นเศรษฐกิจและขึ้นดอกเบี้ยในท้ายที่สุด ก็จะเป็นการดึงเม็ดเงินลงทุนออกจากละตินอเมริกา แต่นายเวอร์เนอร์มองว่าจริงๆ แล้วไม่มีประเทศไหนในละตินอเมริกา ที่เสี่ยงต่อการไหลออกของกระแสทุน พร้อมเสริมว่าเป็นเรื่องจำเป็นมากที่ต้องรักษากฎระเบียบการเงิน พัฒนาเครื่องมือด้านนโยบายที่รัดกุมเพื่อจำกัดการเคลื่อนไหวมากเกินไปของราคาสินทรัพย์ และนำสิ่งเหล่านี้ไปเพิ่มความแข็งแกร่งให้แก่นโยบายการคลัง รวมถึงลดระดับหนี้สินภาคสาธารณะและภาคเอกชน

นอกจากนั้น ในช่วงที่ผ่านมา ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่สูงก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ดันค่าเงินละตินอเมริกาให้แข็งค่า แต่นายเวอร์เนอร์ชี้ว่าแนวโน้มราคาโภคภัณฑ์จะเริ่มปรับตัวลง อันหมายความว่าประเทศต่างๆ ไม่สามารถพึ่งพารายได้จากการค้า มาอุดช่องโหว่งบประมาณหรือหนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจได้เหมือนอดีต

นายเวอร์เนอร์ชี้ว่าแม้ประเทศต่างๆ สามารถบริหารจัดการกับผลกระทบจากภายนอกได้ดีมาเป็นสิบปี แต่อาจต้องทำมากกว่านี้เพื่อรองรับอนาคต และลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงโครงสร้างเพื่อสังคมเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน