สหภาพยุโรป (อียู) และญี่ปุ่นเริ่มเจรจาการค้ารอบแรก หวังบรรลุข้อตกลงการค้าเสรีใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก อันเป็นส่วนหนึ่งของแผนการฟื้นฟูศก.
ยุโรป สหรัฐ ญี่ปุ่น และอีกหลายประเทศทั่วโลก กำลังพยายามหาแนวทางใหม่เพื่อผลักดันเศรษฐกิจให้เติบโตอีกครั้ง หลังวิกฤติการเงินโลกปี 2551 บานปลายกลายเป็นวิกฤติหนี้และฉุดให้เศรษฐกิจย่ำแย่ที่สุดตั้งแต่สมัยภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ช่วงคริสศตวรรษ 1930
ทั้งสองฝ่ายได้เน้นถึงผลประโยชน์ที่ตัวเองจะได้รับจากการทำข้อตกลงดังกล่าวซึ่งจะครอบคลุมผลผลิตทางเศรษฐกิจโลกถึง 30% และการค้าโลกถึง 40%
นายโทชิมิตสึ โมเทกิ รัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น กล่าวว่า เขาเห็นว่าการเจรจาครั้งนี้มีความสำคัญมาก ขณะที่นายคาเรล เดอ กุชท์ ตัวแทนการค้าของอียู กล่าวว่า การเจรจาครั้งนี้จะถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ เพราะข้อตกลงจะครอบคลุมรอบด้าน รวมถึงแก้ปัญหากำแพงการค้า กำแพงการค้าที่ไม่ใช้ภาษี และทรัพย์สินทางปัญญา





