วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ตลาดคาดทำเนียบขาวตัดงบรายจ่ายสหรัฐน้อย

ตลาดคาดโอกาสน้อยมากที่ทำเนียบขาวและสภาคองเกรสจะบรรลุข้อตกลงเลี่ยงมาตรการตัดงบรายจ่ายอัตโนมัติของรัฐบาล เหตุต่างฝ่ายต่างยืนกรานข้อเสนอเดิม

ประธานาธิบดีบารัก โอบามาของสหรัฐและผู้นำสมาชิกสภาคองเกรสพรรค รีพับลิกันยังคงยืนกรานจุดยืนเดิมของตนเองที่มีต่อประเด็นเรื่องการแก้ไขวิกฤติงบ ประมาณเมื่อวานนี้ (27 ก.พ.) ถึงแม้ว่าทั้งสองฝ่ายจัดการเจรจาเพื่อพยายามสกัดกั้นมาตรการตัดงบรายจ่ายอัตโนมัติของรัฐบาล (sequestration) ที่จะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันศุกร์นี้ก็ตาม
หน่วยงานต่างๆของรัฐบาล เตรียมรับมือกับ มาตรการตัดงบรายจ่ายอัตโนมัติ ซึ่งมีขนาด 8.5 หมื่นล้านดอลลาร์จะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันศุกร์นี้ ด้วยการเริ่มต้นปรับลดต้นทุน และเริ่มแจ้งลูกจ้างว่าทางหน่วยงานจะใช้วิธีการใดในการดำเนินมาตรการสั่งพักงานลูกจ้างโดยไม่จ่ายค่าตอบแทน

ปธน.โอบามาและผู้นำสมาชิกสภาคองเกรส ซึ่งรวมถึงผู้นำพรรครีพับลิกันจะประชุมกันที่ทำเนียบขาวในวันศุกร์นี้ โดยตลาดคาดว่ามีความเป็นไปได้น้อยมากที่การประชุมดังกล่าวจะส่งผลให้มีการบรรลุข้อตกลงเพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการตัดงบรายจ่ายอัตโนมัติ

ถ้าหากมาตรการตัดงบรายจ่ายอัตโนมัติ มีผลบังคับใช้ บริการภาครัฐทั่วประเทศสหรัฐ ก็จะได้รับผลกระทบ ซึ่งรวมถึงการควบคุมการจราจรทางอากาศ, การตรวจสอบความปลอดภัยทางอาหาร และการศึกษา ทั้งนี้ มาตรการตัดงบรายจ่ายอัตโนมัติ จะส่งผลกระทบต่อโครงการสวัสดิการสังคม ซึ่งเป็นโครงการที่ได้รับการสนับสนุนจากพรรคเดโมแครต และจะส่งผลกระทบต่องบประมาณด้านกลาโหม ซึ่งเป็นสิ่งที่พรรครีพับลิกันให้ความสำคัญ

ปธน.โอบามา ยังคงยืนกรานข้อเรียกร้องเดิมที่ว่า สมาชิกพรรครีพับลิกัน จะต้องยอมรับการปรับขึ้นภาษีผ่านการยุติช่องโหว่ทางภาษีสำหรับคนรวย โดยสิ่งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของการใช้วิธีการแบบสมดุลในการหลีกเลี่ยงมาตรการตัดงบรายจ่ายอัตโนมัติ นอกจากนี้ ผู้นำสหรัฐยังต้องการให้ยุติมาตรการลดหย่อนภาษีสำหรับบริษัทน้ำมันและก๊าซ และต้องการปรับขึ้นอัตราภาษี carried interest สำหรับกองทุนเฮดจ์ฟันด์ แต่สมาชิกพรรครีพับลิกันไม่มีแนวโน้มที่จะเห็นด้วยกับปธน.โอบามา หลังจากยอมตกลงปรับขึ้นอัตราภาษีเงินได้สำหรับคนรวยไปแล้ว เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะ fiscal cliff ในเดือนธ.ค.