วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

จี7ชี้ค่าเงินผันผวนกระทบเสถียรภาพศก.

ที่ประชุมจี7 ชี้ความผันผวนในอัตราแลกเปลี่ยนที่มากเกินไป อาจบั่นทอนเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และการคลัง

ในแถลงการณ์ที่ออกมา หลังเสร็จสิ้นการหารือระดับเจ้าหน้าที่ของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจชั้นนำ 7 ชาติ (จี7) เตือนว่า ความผันผวนที่มากเกินไปในอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ จะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการคลัง และเศรษฐกิจ พร้อมยืนยันว่า ตลาดควรจะเป็นผู้กำหนดอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินต่างประเทศ โดยนโยบายการเงินควรจะมุ่งเน้นไปที่เป้าหมายภายในประเทศ

แถลงการณ์ดังกล่าวของจี7 มีขึ้นในขณะที่เงินเยนอ่อนค่าลงอย่างมาก โดยมีสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการคาดการณ์ว่าทางการญี่ปุ่นจะผ่อนคลายนโยบายการเงินอย่างรุกกร้าว และการยืนยันถึงเรื่องการปล่อยให้อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเป็นไปตามกลไกตลาด ยังเกิดขึ้นแม้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ฝรั่งเศสจะออกมาคัดค้านในเรื่องดังกล่าว ท่ามกลางความวิตกถึงเรื่องที่ประเทศต่างๆ อาจแข่งขันลดค่าเงิน

จี7 ยังยืนยันว่า นโยบายทางการเงิน และการคลังของกลุ่มจี7 จะยังดำเนินการต่อไปเพื่อตอบสนองต่อความต้องการภายใน โดยทางกลุ่มจะการหารืออย่างใกล้ชิดในเรื่องตลาดอัตราแลกเปลี่ยน และความร่วมมือกันอย่างเหมาะสม

การผ่อนคลายนโยบายทางการเงินของญี่ปุ่นเมื่อเร็วๆ นี้ จุดชนวนให้หลายฝ่าย โดยเฉพาะในยุโรป เกิดความกังวลว่าจะเกิดสงครามค่าเงิน ระหว่างประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ขึ้น เพราะเจ้าหน้าที่กำหนดนโยบายของประเทศเหล่านี้ หาทางที่จะลดค่าเงินของตัวเองลงมา เพื่อให้มีความสามารถทางการแข่งขันในด้านส่งออก

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลสหรัฐก็ได้ออกมาเรียกร้องให้กลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ 20 ชาติ (จี20) ที่จะจัดประชุมขึ้นในช่วงปลายสัปดาห์นี้ หลีกเหลี่ยงการแข่งขันลดค่าเงิน หรือที่เรียกกันว่าสงครามการเงิน ซึ่งอาจกลายเป็นภัยคุกคามต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลกได้

น.ส.เลเอล เบรนนาร์ด ปลัดกระทรวงการคลังสหรัฐฝ่ายกิจการระหว่างประเทศ ผู้นำคณะเจรจาสหรัฐในการประชุมครั้งนี้ กล่าวว่า ในการสร้างความแน่ใจในเรื่องกลยุทธ์การเติบโตภายในกลุ่มจี7 และส่งเสริมการขยายตัวของเศรษฐกิจนั้น จี20 จำเป็นต้องยอมรับในการที่จะให้อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเคลื่อนไหวไปตามกลไกในตลาด และอยู่ห่างจากการแข่งขันลดค่าเงิน

นอกจากนี้ นางแบรนนาร์ด ยังถือโอกาสเรียกร้องให้จีนเคลื่อนไหวมากขึ้น เพื่อปล่อยให้เงินหยวนลอยตัวในตลาดได้อย่างเสรีมากขึ้น