ฟอร์บส์ปลดบรรณาธิการใหญ่ หลังพบรับเงิน 6 ล้านดอลลาร์ จากเจ้าของบริษัทคู่ค้า เจ้าตัวยอมรับผิด แต่ยืนยันเข้าใจว่าเป็นของขวัญส่วนตัวจากเพื่อน
สำนักข่าวเดอะนิวยอร์กไทมส์ รายงานโดยอ้างอิงแหล่งข่าว 3 รายที่รับรู้การตัดสินใจว่า นิตยสารฟอร์บส์ ได้ปลดบรรณาธิการระดับสูงสุดของบริษัทออกเมื่อเดือนที่ผ่านมา หลังตรวจพบว่าเขารับเงินราว 6 ล้านดอลลาร์ จากผู้ก่อตั้งบริษัทที่ทำธุรกิจร่วมกับนิตยสาร
ผู้ที่ถูกปลดคือ แรนดัลล์ เลนวัย 58 ปี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเนื้อหา หรือตำแหน่งในภาษาอังกฤษคือ Chief Content Officer ซึ่งทำงานกับฟอร์บส์มานาน 15 ปี โดยผู้จ่ายเงินให้คือ อาร์เจ ชุก เจ้าของบริษัท ชุก รีเสิร์ช ซึ่งร่วมงานกับฟอร์บส์มาตั้งแต่ปี 2559 ในการจัดทำการจัดอันดับที่ปรึกษาด้านความมั่งคั่ง
แหล่งข่าว 2 รายที่รับรู้ธุรกรรมดังกล่าวระบุว่า เงินก้อนนี้ถูกจ่ายหลังจากที่ชุก ขายหุ้นส่วนใหญ่ในชุก รีเสิร์ช ให้กับ พีพีซี เอ็นเตอร์ไพรส์ บริษัท ไพรเวทอิควิตี้ เมื่อเดือนส.ค. ปีที่แล้ว โดยเป็นเงินที่ชุก จ่ายจากกระเป๋าตัวเอง
ทั้งนี้ ยังไม่ชัดเจนว่าเหตุใดชุก จึงจ่ายเงินให้เลน แต่แหล่งข่าวที่ทราบความคิดของเลน ระบุว่า เขามองว่าเงินก้อนนี้เป็นของขวัญเพื่อตอบแทนคำแนะนำที่เขาให้กับชุกมาตลอดหลายปี
รายงานของเดอะนิวยอร์กไทมส์ ชิ้นนี้มาจากการสัมภาษณ์แหล่งข่าวหกคนที่รับรู้เรื่องการพ้นตำแหน่งของเลน และการทำงานของเขาที่ฟอร์บส์ ซึ่งทั้งหมดขอไม่เปิดเผยตัวตนเนื่องจากเป็นข้อมูลลับ และเป็นข้อมูลเฉพาะของบริษัท
ตามคู่มือพนักงานที่เดอะนิวยอร์กไทมส์ ได้รับมา ฟอร์บส์มีนโยบายกำหนดให้พนักงานต้องขออนุญาตก่อนทำกิจกรรมทางธุรกิจนอกเหนือจากของบริษัท และห้ามพนักงานรับผลประโยชน์ส่วนตัวไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม จากการทำธุรกิจของบริษัท
โดยปกติแล้ว กองบรรณาธิการตามขนบดั้งเดิม จะห้ามนักข่าวรับเงินจากแหล่งข่าวหรือคู่ค้าทางธุรกิจ เพื่อเลี่ยงผลประโยชน์ทับซ้อนหรือแม้แต่ภาพลักษณ์ที่ดูเหมือนมีผลประโยชน์ทับซ้อน
เลน อธิบายต่อเดอะนิวยอร์กไทมส์ ว่า “ผมทำผิดพลาด และผมขอรับผิดชอบ ผมควรจะเปิดเผยเรื่องของขวัญชิ้นนี้ และการไม่เปิดเผยคือ ความผิดพลาดร้ายแรงในการตัดสินใจ ผมเสียใจอย่างยิ่ง และผมต้องสูญเสียงานกับทีมที่ผมรักไปเพราะเรื่องนี้” พร้อมเสริมว่าเรื่องทั้งหมดไม่ได้เปลี่ยนความรู้สึกที่เขามีต่อฟอร์บส์ และผู้คนที่นั่น
ด้านโฆษกหญิงของฟอร์บส์ยืนยันว่า เลนไม่ได้ทำงานกับนิตยสารแล้ว แต่ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นเรื่องการจ่ายเงิน ขณะที่โฆษกของชุก รีเสิร์ช ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นเช่นกัน ส่วนตัวชุกเองไม่ตอบกลับ ทั้งการโทรศัพท์ และข้อความที่ขอความเห็น
โมเดลธุรกิจที่เปลี่ยนไปของฟอร์บส์
ฟอร์บส์ก่อตั้งมากว่าหนึ่งศตวรรษ และเติบโตขึ้นเป็นนิตยสารรายปักษ์ ที่ทรงอิทธิพลในการบันทึกความเคลื่อนไหวของภาคธุรกิจอเมริกันตลอดหลายปีที่ผ่านมา โดยเคยนำบุคคลระดับตำนานอย่าง สตีฟ จ็อบส์ ,บิล เกตส์ และวอร์เรน บัฟเฟตต์ ขึ้นปก
แต่โมเดลธุรกิจของฟอร์บส์เปลี่ยนไปตามกาลเวลา เมื่อรายได้จากโฆษณาสิ่งพิมพ์ลดลง บริษัทจึงขยายไปสู่ธุรกิจใหม่ๆ เช่น การขายโล่ที่ระลึก และการจัดงานอีเวนต์แบบขายบัตรสำหรับมืออาชีพที่ได้ติดอันดับในลิสต์ของนิตยสาร
ในช่วงทศวรรษ 2010 ฟอร์บส์ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากการเผยแพร่บทความจำนวนมหาศาลจากผู้เขียนบทความภายนอก ซึ่งบางรายแทบไม่มีประสบการณ์ด้านวารสารศาสตร์เลย และบางรายถึงขั้นรับปากว่าจะกล่าวถึงบุคคลหรือธุรกิจบน Forbes.com เพื่อแลกกับเงิน จนกระทั่งปี 2561 ฟอร์บส์ได้ปรับเปลี่ยนเครือข่ายนักเขียนนอก พร้อมระบุในเวลานั้นว่าบริษัทกำลัง “ทุ่มเทให้กับคุณภาพการเขียนมากขึ้นเป็นสองเท่า”
ธุรกิจจัดอันดับที่สร้างรายได้มหาศาล
ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา ฟอร์บส์เผยแพร่การจัดอันดับภายใต้แบรนด์ร่วมโดยใช้ผลวิจัยของชุก จำนวนมาก เช่น การจัดอันดับ “Best-In-State Top Next-Gen Wealth Advisors” หรือ “Top Wealth Management Teams — Private Wealth” โดยเว็บไซต์ของชุก รีเสิร์ช ระบุถึงลิสต์ต่างๆ ไว้ถึง 12 รายการ
กระบวนการจัดทำคือ พนักงานของชุกจะสัมภาษณ์ และวิเคราะห์ที่ปรึกษาทางการเงินทั่วประเทศ ก่อนส่งผลการจัดอันดับต่อให้ฟอร์บส์ตรวจสอบ และเผยแพร่
ที่ปรึกษาทางการเงินไม่ต้องจ่ายเงินเพื่อให้ได้อยู่ในลิสต์ แต่ผู้ที่ติดอันดับสามารถจ่ายเงินซื้อโล่ โลโก้ และโปรไฟล์ออนไลน์แบบละเอียดเพื่อเป็นที่ระลึก ซึ่งบางครั้งมีมูลค่าหลายพันดอลลาร์ โดยฟอร์บส์แบ่งรายได้ส่วนนี้กับชุก รีเสิร์ช ที่ก็ใช้ความเชื่อมโยงกับฟอร์บส์เป็นจุดขายบนเว็บไซต์บริษัทเช่นกัน
ความร่วมมือนี้สร้างรายได้ให้ทั้งสองบริษัท เมื่อครั้งที่ฟอร์บส์พยายามเข้าตลาดหุ้นในปี 2564 ผ่านการควบรวมกับบริษัทเชลล์มูลค่า 630 ล้านดอลลาร์ บริษัทได้อ้างถึงความร่วมมือกับชุก รีเสิร์ช และการจัดอันดับภายใต้แบรนด์ร่วมว่าเป็น “แฟรนไชส์ที่เป็นที่รู้จัก และมีผู้ติดตาม” เคียงคู่กับลิสต์ “30 Under 30” และการจัดอันดับมหาเศรษฐี ขณะที่ตอนชุก รีเสิร์ช ขายหุ้นให้พีพีซี เอ็นเตอร์ไพรส์ เมื่อปีที่แล้วโดยไม่เปิดเผยมูลค่า บริษัทก็ชูความสัมพันธ์กับฟอร์บส์ไว้ในข่าวประชาสัมพันธ์
อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าว 2 รายที่รับรู้เรื่องการเผยแพร่การจัดอันดับของนิตยสารระบุว่า เลนไม่ได้เป็นผู้ดูแลความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับชุก รีเสิร์ช ในระดับปฏิบัติการประจำวัน
มองว่าเป็นของขวัญส่วนตัวจากเพื่อน
แหล่งข่าวที่ทราบความสัมพันธ์ของทั้งคู่เล่าว่า เลน และชุกสนิทสนมกันในปี 2556 ระหว่างการเดินทางเพื่อมนุษยธรรมไปยังประเทศไลบีเรียที่จัดโดยฟอร์บส์ และนับจากนั้นเลนก็ทำหน้าที่เป็นเสมือนที่ปรึกษาอย่างไม่เป็นทางการให้กับชุกเรื่อยมา ซึ่งเป็นเหตุผลที่เลนไม่ได้แจ้งเรื่องเงินก้อนนี้ต่อฟอร์บส์ เพราะมองว่าเป็นของขวัญส่วนตัวจากเพื่อน
หลักฐานการจ่ายเงินถูกขุดพบโดยพีพีซี เอ็นเตอร์ไพรส์ ระหว่างการตรวจสอบอีเมลภายในชุก รีเสิร์ช หลังเข้าซื้อกิจการ ตามคำบอกเล่าของแหล่งข่าวรายหนึ่ง จากนั้นผู้บริหารชุดใหม่ของชุก รีเสิร์ช จึงแจ้งเรื่องดังกล่าวไปยังฟอร์บส์
เลน ยอมรับเรื่องการรับเงินเมื่อคณะทำงานของฟอร์บส์สอบถามเขาในเดือนก.ค. ที่ผ่านมา และหลังถูกปลด ตำแหน่งของเขาถูกแทนที่ชั่วคราวโดย เคอร์รี ลอเออร์แมน บรรณาธิการบริหารของนิตยสาร
ปัจจุบันเลน หันไปโฟกัสกับโปรเจกต์ส่วนตัว โดยในปี 2566 เขาร่วมก่อตั้ง National Thoroughbred League สมาคมแข่งม้าเชิงแข่งขัน และในฤดูร้อนนี้เขาได้นำร็อกมิวสิคัลที่เขาเขียนเองเกี่ยวกับเบนจามิน แฟรงคลิน ในชื่อ “The Sound of America” ขึ้นแสดงที่ฟิลาเดลเฟีย ซึ่งวางภาพบิดาผู้ก่อตั้งประเทศคนนี้ให้เป็น “ร็อกสตาร์คนแรกของอเมริกา” โดยรอบการแสดงเปิดตัวเพิ่งจบลงเมื่อเดือนนี้
อ้างอิง: The New York Times
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





