วันพุธ ที่ 21 ตุลาคม 2569

Login
Login

กสทช. 2 วงประชุมชนกันอีก! ‘สรณ’ สั่งงดประชุม 6 กรรมการเดินหน้าถก 4 มติสำคัญ เร่งเคลียร์โรดแมปทีวีดิจิทัล

วงประชุม กสทช. ยังเผชิญปมอำนาจ หลังนัดประชุมวันที่ 21-22 ต.ค. 2569 ทับซ้อนกันอีกครั้ง ‘สรณ’ สั่งงดประชุมหลังไร้กรรมการเข้าร่วม ขณะที่กรรมการอีก 6 คนเดินหน้าประชุมนัดพิเศษครั้งที่ 4 เห็นชอบ 4 จาก 6 วาระ ทั้งแผนโรดแมปทีวีดิจิทัล งบชำระหนี้ตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด แต่งตั้งคณะอนุกรรมการที่ปรึกษากฎหมาย และมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย พร้อมเร่งหาข้อยุติปมสถานะประธาน กสทช.

KEY POINTS

  • เกิดความขัดแย้งในการประชุม กสทช. อีกครั้ง โดยมีการจัดประชุมซ้อนกัน 2 วง คือวงของประธาน นพ.สรณ และวงของกรรมการเสียงข้างมาก 6 คน
  • นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. สั่งงดการประชุมตามวาระปกติ เนื่องจากไม่มีกรรมการคนอื่นเข้าร่วมประชุมตามกำหนด
  • กรรมการ กสทช. 6 คนเดินหน้าจัดการประชุมนัดพิเศษ และมีมติเห็นชอบใน 4 วาระสำคัญที่ค้างการพิจารณา
  • หนึ่งในมติสำคัญคือการเห็นชอบสาระสำคัญของแผนที่นำทาง (Roadmap) กิจการทีวีดิจิทัล เพื่อเตรียมพร้อมรับใบอนุญาตที่จะสิ้นสุดในปี 2572
  • ที่ประชุมมีมติตั้งคณะอนุกรรมการที่ปรึกษาด้านกฎหมายชุดใหม่ เพื่อเข้ามาช่วยพิจารณาข้อพิพาทและปัญหาเรื่องสถานะของประธาน กสทช.

ความขัดแย้งภายในคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ยังคงยืดเยื้อ โดยการประชุมคณะกรรมการ กสทช. วันที่ 21-22 ต.ค. 2569 เกิดขึ้นซ้อนทับกันอีกครั้ง ระหว่างการประชุมตามกำหนดของศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. กับการประชุมนัดพิเศษของกรรมการ 6 คน สะท้อนปัญหาความเห็นต่างเรื่องสถานะประธานและความชอบด้วยกฎหมายของการประชุมที่ยังไม่มีข้อยุติ

ก่อนหน้านี้ สำนักงาน กสทช. ส่งหนังสือด่วนที่สุดเมื่อวันที่ 15 ต.ค. 2569 นัดประชุม กสทช. วันที่ 21-22 ต.ค. 2569 ตามกำหนดของประธาน กสทช. โดยวันที่ 21 ต.ค. 2569 กำหนดประชุมเวลา 09.30-16.30 น. และวันที่ 22 ต.ค. 2569 เวลา 13.30-16.30 น. ณ ห้องประชุมสายลม ชั้น 12 อาคารอำนวยการ สำนักงาน กสทช. หนังสือเชิญประชุมครั้งที่ 25/2569 (ต่อเนื่อง) ลงนามโดยนายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช.

ขณะเดียวกัน การประชุมนัดพิเศษครั้งที่ 4/2569 ของกรรมการ กสทช. 6 คน ซึ่งมี รศ.ดร.ศุภัช ศุภชลาศัย เป็นประธาน กำหนดประชุมในวันที่ 21 และ 22 ต.ค. 2569 เวลา 09.30-16.30 น. ทั้งสองวัน โดยเป็นการประชุมต่อเนื่องจาก 3 ครั้งก่อนหน้า เมื่อวันที่ 2, 6 และ 8 ต.ค. 2569

ก่อนหน้านี้ การประชุม กสทช. สองชุดเคยเกิดขึ้นในวันเดียวกันมาแล้วเมื่อวันที่ 2 และ 8 ต.ค. 2569 โดยการประชุมนัดพิเศษของกรรมการ 6 คน เมื่อวันที่ 8 ต.ค. 2569 มีมติรวม 9 เรื่อง ขณะที่อีก 4 เรื่องเร่งด่วนต้องเลื่อนออกไป เนื่องจากไม่มีเจ้าหน้าที่สำนักงาน กสทช. เข้าชี้แจงข้อมูลประกอบการพิจารณา

นพ.สรณ กล่าวถึงสถานการณ์ดังกล่าวว่า ผมเปิดประตูให้เขาประชุม กสทช ที่ถูกต้องตามกฎหมายแล้ว และพร้อมจะเดินออกเมื่อเขามาประชุม แต่เขาไม่เข้า เลือกที่จะประชุมกันเอง ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าจะทำให้สิ่งที่เขาพิจารณา มีมติ ถูกต้องได้อย่างไร ตามระเบียบข้อบังคับครับ

‘สรณ’ สั่งงดประชุม หลังไร้กรรมการเข้าร่วม

ทั้งนี้ ในวันที่ 21 ต.ค. 2569 สถานการณ์ยังคงแยกเป็น 2 วงประชุม โดยการประชุม กสทช. ครั้งที่ 25/2569 (ต่อเนื่อง) ตามกำหนดของ นพ.สรณ เริ่มเวลา 09.30 น. แต่เมื่อถึงเวลา 10.00 น. ยังไม่มีกรรมการเข้าร่วมประชุม จึงสั่งงดการประชุมตามข้อบังคับข้อ 28 เนื่องจากพ้นกำหนดเวลาเริ่มประชุมไปแล้ว 30 นาที

ขณะที่กรรมการ กสทช. อีก 6 คน ได้แก่ รศ.ดร.ศุภัช ศุภชลาศัย, ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต, พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ, รศ.ดร.สมภพ ภูริวิกรัยพงศ์, พล.ต.อ.ดร.ณัฐธร เพราะสุนทร และนายต่อพงศ์ เสลานนท์ เดินหน้าประชุมนัดพิเศษครั้งที่ 4/2569 โดยมี รศ.ดร.ศุภัช เป็นประธานการประชุม พิจารณาทั้งหมด 6 วาระ เห็นชอบ 4 วาระ ส่วนอีก 2 วาระยังต้องรอข้อมูลเพิ่มเติม

รศ.ดร.ศุภัช เปิดเผยว่า แม้จำนวนวาระที่ได้รับความเห็นชอบจะไม่มาก แต่เป็นเรื่องสำคัญที่จำเป็นต้องเดินหน้า อย่างไรก็ตาม การประชุมครั้งถัดไปในวันที่ 22 ต.ค. 2569 ไม่สามารถดำเนินการได้ตามแผน เนื่องจากสำนักงาน กสทช. นัดประชุมบุคลากรในวันเดียวกัน ระหว่างเวลา 09.30-14.30 น. ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถสนับสนุนการประชุมนัดพิเศษของกรรมการทั้ง 6 คนได้

เห็นชอบส่ง ‘ณัฐธร’ นำคณะไทยร่วมประชุม ITU ที่กาตาร์

หนึ่งในวาระที่ได้รับความเห็นชอบ คือ การเข้าร่วมประชุมใหญ่ผู้แทนผู้มีอำนาจเต็มของสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU Plenipotentiary Conference 2026: PP-26) ระหว่างวันที่ 9-27 พ.ย. 2569 ณ กรุงโดฮา รัฐกาตาร์ โดยที่ประชุมเห็นชอบให้ พล.ต.อ.ดร.ณัฐธร เพราะสุนทร เป็นหัวหน้าคณะทำงานผู้แทนประเทศไทย

ก่อนหน้านี้ สำนักงาน กสทช. เคยส่งเรื่องดังกล่าวตรงไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยอ้างความจำเป็นเร่งด่วน แต่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีส่งเรื่องกลับมาให้ผ่านการพิจารณาของที่ประชุม กสทช. ก่อน จึงนำเข้าสู่การพิจารณาในการประชุมนัดพิเศษครั้งนี้

อีกวาระที่ได้รับความเห็นชอบ คือ การอนุมัติงบประมาณรายจ่ายเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด กรณีการจ้างจัดงานประมูลคลื่นความถี่โทรศัพท์เคลื่อนที่ IMT ย่าน 2.1 GHz ให้แก่บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) ตามที่สำนักงาน กสทช. เสนอ

ชะลอวาระดาวเทียมไทยคม 4 รอข้อมูลล่าสุด

ส่วนวาระการอนุญาตให้ใช้สิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียม รวมถึงการอนุญาตและปรับปรุงเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องกับข่ายงานดาวเทียม THAICOM-IP1 ซึ่งใช้งานกับดาวเทียมไทยคม 4 (ไอพีสตาร์) ณ ตำแหน่งวงโคจร 119.5 องศาตะวันออก ของบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) ยังไม่ได้ข้อยุติ

เนื่องจาก รศ.ดร.สมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ ทักท้วงว่า เอกสารที่สำนักงาน กสทช. เสนอประกอบการพิจารณาใช้ข้อมูลก่อนวันที่ 31 ก.ค. 2569 ทั้งที่มีข้อมูลชี้แจงเพิ่มเติมภายหลังแล้ว จึงเสนอให้สำนักงานรวบรวมรายละเอียดที่เป็นปัจจุบันก่อนนำกลับเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมอีกครั้ง

เร่งเคาะโรดแมปทีวีดิจิทัล รับใบอนุญาตหมดอายุปี 2572

ด้าน ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต เปิดเผยความคืบหน้าการพิจารณาร่างแผนที่นำทาง (Roadmap) กิจการโทรทัศน์และการแพร่ภาพและเสียงของประเทศไทย พ.ศ. 2569-2573 ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อรองรับการสิ้นสุดอายุใบอนุญาตทีวีดิจิทัลในปี 2572 ว่า ที่ประชุมเห็นชอบสาระสำคัญแล้ว 2 ด้าน ได้แก่ การส่งเสริมการประกอบกิจการ และการคุ้มครองผู้บริโภค ส่วนอีก 2 ด้าน คือ การจัดสรรคลื่นความถี่และการกำกับดูแล ยังต้องพิจารณารายละเอียดเพิ่มเติม

ประเด็นสำคัญที่ต้องหาข้อสรุป คือ อนาคตของคลื่น C-Band ย่าน 3700-4200 MHz ซึ่งใช้สำหรับโครงข่ายโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมแบบ TVRO ว่าจะยุติการใช้งานภายในปี 2572 เพื่อเปิดทางให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (IMT) หรือไม่ โดยยังต้องรอผลการศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้คลื่นความถี่ร่วมกันระหว่างสองระบบ

หากผลการศึกษาพบว่าไม่สามารถใช้คลื่นร่วมกันได้ อาจจำเป็นต้องย้ายผู้ใช้คลื่น C-Band ไปยังย่าน Ku-Band แทน ซึ่งจะต้องพิจารณาผลกระทบและแนวทางดำเนินการให้ชัดเจน เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านเป็นไปอย่างเหมาะสม

อีกประเด็นคือแนวคิดปรับรูปแบบการประมูลคลื่นทีวีดิจิทัล จากเดิมที่ให้ผู้ประกอบการช่องรายการเข้าประมูลโดยตรง เปลี่ยนเป็นให้ผู้ให้บริการโครงข่ายโทรทัศน์ (MUX) เป็นผู้ประมูลแทน เพื่อช่วยลดต้นทุนของผู้ประกอบการช่องรายการ

อย่างไรก็ตาม แนวทางดังกล่าวยังมีประเด็นต้องพิจารณาทั้งเรื่องค่าธรรมเนียม โครงสร้างตลาด และข้อกฎหมาย ที่ประชุมจึงมอบหมายให้สำนักงาน กสทช. วิเคราะห์ข้อดีและข้อเสีย พร้อมเปรียบเทียบกับรูปแบบการประมูลเดิม ก่อนนำกลับมาเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาในการประชุมครั้งถัดไป

ตั้งคณะอนุกรรมการกฎหมาย เคลียร์ปมสถานะประธาน กสทช.

อีกวาระที่ได้รับความเห็นชอบ คือ การแต่งตั้งคณะอนุกรรมการที่ปรึกษาด้านกฎหมายของ กสทช. หลังคณะอนุกรรมการชุดเดิมสิ้นสุดวาระ โดยกรรมการทั้ง 6 คนเห็นว่า จำเป็นต้องมีผู้เชี่ยวชาญเข้ามาช่วยพิจารณาข้อพิพาทภายในองค์กร โดยเฉพาะประเด็นสถานะของ ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ในฐานะประธาน กสทช.

กรรมการทั้ง 6 คนมีความเห็นว่า นพ.สรณ ไม่ควรทำหน้าที่ประธาน กสทช. ต่อไป ขณะที่นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. ยังคงยืนยันสถานะดังกล่าว

ที่ประชุมจึงมอบหมายให้สำนักงาน กสทช. เร่งจัดประชุมคณะอนุกรรมการที่ปรึกษาด้านกฎหมายภายในวันที่ 26 ต.ค. 2569 เพื่อให้คณะอนุกรรมการเลือกประธานกันเอง ก่อนดำเนินการแต่งตั้งตามขั้นตอนต่อไป โดยคาดหวังให้ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาช่วยพิจารณาประเด็นข้อกฎหมายที่ยังเป็นข้อโต้แย้งภายในองค์กร

เคาะมาตรการช่วยน้ำท่วม ขยายเติมเงิน-เลื่อนจ่ายรายเดือน 7 วัน

สำหรับมติช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัย พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์ กล่าวว่า ที่ประชุมเห็นชอบให้ผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่และอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ทุกรายผ่อนปรนเงื่อนไขการใช้บริการแก่ประชาชนในพื้นที่ประสบภัย โดยขยายระยะเวลาการใช้งานโทรศัพท์แบบเติมเงิน (Prepaid) อย่างน้อย 7 วัน และเลื่อนกำหนดชำระค่าบริการรายเดือน (Postpaid) ออกไปอีก 7 วัน

นอกจากนี้ ยังให้สำนักงาน กสทช. แจ้งผู้ประกอบการเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ รวมถึงพิจารณามาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมตามความเหมาะสม เพื่อบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชนในพื้นที่ประสบภัย

พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์ ยอมรับว่า ปัญหาการประชุมที่ผ่านมาส่งผลให้ กสทช. ไม่สามารถออกมาตรการช่วยเหลือประชาชนได้รวดเร็วเท่าที่ควร โดยกล่าวว่า “ยอมรับว่าปัญหาการประชุมที่ผ่านมาทำให้ กสทช. ไม่สามารถออกมาตรการช่วยเหลือประชาชนได้รวดเร็วเท่าที่ควร แม้ว่าอาจจะดูสายไปนิดหนึ่ง แต่ก็ยังดีกว่าไม่ดำเนินการอะไรเลย”

ทั้งนี้ ที่ประชุมตกลงให้รับรองมติในแต่ละวาระทันที โดยไม่ต้องรอรายงานการประชุมฉบับเต็ม พร้อมจัดทำหนังสือแจ้งสำนักงาน กสทช. เพื่อนำมติไปดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

ส่วนกรณีที่มีผู้เห็นว่ามติจากการประชุมของกรรมการ กสทช. 6 คนไม่ชอบด้วยกฎหมาย พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์ เห็นว่า ผู้ที่มีข้อโต้แย้งสามารถใช้สิทธิฟ้องศาลปกครองเพื่อให้วินิจฉัยได้ แต่ไม่ควรนำความกังวลดังกล่าวมาเป็นเหตุให้กรรมการหยุดปฏิบัติหน้าที่ เพราะยังมีประเด็นสำคัญที่จำเป็นต้องพิจารณาและเร่งดำเนินการเพื่อประโยชน์ของประชาชนและอุตสาหกรรมโทรคมนาคมและโทรทัศน์ของประเทศ