วันศุกร์ ที่ 9 ตุลาคม 2569

Login
Login

Google Cloud เปิดตัว 'Gemini Agent' ยกระดับ AI ทำงานข้ามระบบองค์กร

Google Cloud เปิดตัว 'Gemini Agent' ยกระดับการใช้ AI ในองค์กรจากการตอบคำถามสู่การรับเป้าหมายผ่านพรอมต์เดียว พร้อมวางแผน เลือกเครื่องมือ และทำงานข้ามระบบได้อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ Google Workspace ไปจนถึงซอฟต์แวร์ระดับองค์กร ภายใต้ระบบความปลอดภัยและโครงสร้างพื้นฐานระดับสูง

โทมัส คูเรียน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Google Cloud ประกาศเปิดตัว Gemini Agent พร้อมความสามารถใหม่บน Google Workspace และเครื่องมือด้านข้อมูล การวิเคราะห์ และความปลอดภัย เพื่อขยายการใช้ AI จากการช่วยทำงานเฉพาะจุดไปสู่การดำเนินงานหลายขั้นตอนภายในองค์กร

Gemini Agent สามารถตอบคำถาม จัดการงานด้านองค์ความรู้ สร้างภาพและสื่อ ตลอดจนเขียนและรันโค้ดผ่านเอเจนต์และ API เดียว ผู้ใช้เพียงระบุเป้าหมายที่ต้องการ โดยไม่จำเป็นต้องป้อนคำสั่งทีละขั้นตอน จากนั้นระบบจะวางแผน เลือกทักษะและเครื่องมือที่เหมาะสม เชื่อมต่อกับระบบงาน และนำผลลัพธ์กลับมาให้ผู้ใช้ในเอกสาร อีเมล หรือเครื่องมือสำหรับนักพัฒนา

Google Cloud ระบุว่า ลูกค้าเกือบ 500 รายประมวลผลโทเค็นมากกว่า 1 ล้านล้านรายการต่อรายตลอดปีที่ผ่านมา ขณะที่ลูกค้าเกือบ 80% เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ AI ของบริษัท และบริษัทเกือบ 90% ในกลุ่ม Fortune 100 ใช้งาน Gemini Enterprise

ความสามารถสำคัญของ Gemini Agent อยู่ที่การทำงานต่อเนื่องบนคลาวด์ โดยยังคงบริบทและความทรงจำจากการทำงานข้ามอุปกรณ์และช่องทางต่าง ๆ แม้ผู้ใช้ปิดคอมพิวเตอร์ งานที่ใช้เวลาหลายชั่วโมงหรือหลายวันก็สามารถดำเนินต่อไปได้

ระบบยังสามารถสร้างเอเจนต์ย่อยเพื่อแบ่งงานที่มีหลายขั้นตอน โดยให้แต่ละเอเจนต์รับผิดชอบงานเฉพาะและประสานการทำงานระหว่างกัน ทั้งแบบทำงานพร้อมกันและตามลำดับ นอกจากนี้ ยังสามารถสร้างเอเจนต์เสมือนเพื่อนร่วมงานที่มีตัวตน อีเมล และพื้นที่จัดเก็บข้อมูลของตนเอง โดยเข้าถึงเฉพาะบริบทที่ผู้ใช้หรือทีมจัดเตรียมให้

เชื่อมเครื่องมือทำงาน เลือกโมเดลตามลักษณะงาน

Gemini Agent รองรับการใช้งานผ่านเว็บ อุปกรณ์ iOS และ Android คอมพิวเตอร์ Windows และ Mac รวมถึง Command Line, Google Workspace, Microsoft 365 และ Slack พร้อมเชื่อมต่อแอปพลิเคชันและแพลตฟอร์มภายนอกได้

เครื่องมือที่รองรับครอบคลุมตั้งแต่ Confluence, Microsoft Office, Teams และ Slack ไปจนถึง Salesforce, ServiceNow, BigQuery, Databricks, Postgres และ Snowflake รวมถึงเซิร์ฟเวอร์ Model Context Protocol (MCP) ทั้งภายในและภายนอกเครือข่ายองค์กร

อีกความสามารถคือการเลือกใช้โมเดลให้เหมาะกับแต่ละงาน โดยปัจจุบันรองรับโมเดลตระกูล Gemini และ Claude พร้อมแผนรองรับโมเดลชั้นนำทั้งแบบปิดและแบบเปิดเพิ่มเติมในอนาคต

แนวทางดังกล่าวช่วยให้องค์กรเลือกโมเดลตามความซับซ้อนของงาน แทนการใช้โมเดลขนาดใหญ่กับทุกกรณี ซึ่ง Google Cloud ระบุว่าช่วยเพิ่มความแม่นยำในงานที่ซับซ้อน และลดต้นทุนในงานที่ไม่ซับซ้อน

Google Cloud เปิดตัว 'Gemini Agent' ยกระดับ AI ทำงานข้ามระบบองค์กร

Gemini ทำงานโดยตรงบน Google Workspace

Google ยังยกระดับ Gemini บน Gmail, Drive, Docs, Slides, Sheets, Chat และ Calendar โดยใช้บริบท ทักษะ และระบบควบคุมร่วมกันระหว่างแพลตฟอร์ม ทำให้ AI สามารถทำงานต่อเนื่องภายในอีเมล เอกสาร และพื้นที่แชทได้

ความสามารถแบ่งเป็น 3 รูปแบบ ได้แก่ ผู้ช่วยส่วนบุคคลที่เข้าใจตารางนัดหมาย ทีมงานและโปรเจกต์ การมอบหมายงานเชิงรุกที่ช่วยจัดลำดับข้อความสำคัญในอินบ็อกซ์ และเอเจนต์เสมือนเพื่อนร่วมทีมที่มีบัญชี Workspace อีเมล ปฏิทิน และ Drive ของตัวเอง

เอเจนต์ใน Workspace สามารถเข้าร่วมแชทหรือถูกเรียกใช้งานผ่านชื่อในบทสนทนา โดยดำเนินงานภายใต้ตัวตนของตนเอง ไม่ใช่ในนามของผู้ใช้ และเข้าถึงข้อมูลตามสิทธิ์การแชร์และการเป็นสมาชิกที่องค์กรกำหนด

เพิ่มเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลและพัฒนาโมเดล

ด้านข้อมูล Google Cloud เพิ่มทักษะสำหรับทีมวิศวกรรมข้อมูล นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล และผู้ใช้งานภาคธุรกิจ โดยทีมเทคนิคสามารถระบุผลลัพธ์ที่ต้องการด้วยภาษาธรรมชาติ ให้ Gemini ช่วยสร้างโค้ด PySpark จัดเตรียม Notebook สำหรับแก้ไขและทดสอบโค้ด ฝึกโมเดล ตลอดจนตรวจสอบและแก้ไขปัญหาในกระบวนการประมวลผลข้อมูล

ส่วนผู้ใช้งานภาคธุรกิจสามารถสร้างรายงานการดำเนินงานที่อัปเดตแบบเรียลไทม์ โดยเชื่อมต่อ BigQuery และ Knowledge Catalog ได้โดยตรง เมื่อบันทึกรายงานแล้ว ทีมงานสามารถเรียกใช้ซ้ำได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายด้านโทเค็นเพิ่มเติม พร้อมรับคำตอบที่ผ่านการตรวจสอบและมีความสอดคล้องกัน

วางระบบควบคุมเอเจนต์ระดับองค์กร

เมื่อ AI Agent ได้รับมอบหมายให้ดำเนินงานแทนบุคลากร การกำหนดตัวตน สิทธิ์เข้าถึง และการตรวจสอบย้อนหลังจึงเป็นส่วนสำคัญของระบบ

Google Cloud ระบุว่า Gemini Agent รองรับการกำหนดตัวตนของเอเจนต์แต่ละตัว การควบคุมสิทธิ์ตามบทบาท และการบันทึกประวัติการดำเนินงานแบบเรียลไทม์ เพื่อให้ผู้ดูแลระบบติดตามและตรวจจับพฤติกรรมผิดปกติได้

ด้านการรักษาความปลอดภัย ระบบทำงานภายใน Agent Sandbox ซึ่งแยกขอบเขตเครือข่ายของตนเอง ขณะที่ Agent Gateway ทำหน้าที่ควบคุมการรับส่งข้อมูลทั้งขาเข้า ขาออก และระหว่างเอเจนต์ เพื่อบังคับใช้นโยบายขององค์กรแบบเรียลไทม์ โดยสามารถกำหนดนโยบายกลางครั้งเดียวและนำไปใช้กับเอเจนต์ทุกตัวได้

พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน AI เพิ่มประสิทธิภาพต่อต้นทุน 80%

เบื้องหลังการทำงานของ Gemini Agent คือโครงสร้างพื้นฐาน AI ของ Google Cloud ซึ่งผสานชิป เครือข่าย ดาต้าเซนเตอร์ และซอฟต์แวร์เข้าด้วยกันภายใต้สถาปัตยกรรม AI Hypercomputer

Google ระบุว่า TPU 8i รุ่นล่าสุดให้ประสิทธิภาพเมื่อเทียบกับต้นทุนดีขึ้น 80% จากรุ่นก่อนหน้า ช่วยรองรับงานของเอเจนต์ที่ซับซ้อนและต้องการประสิทธิภาพสูง

นอกจากนี้ Google ยังมีโมเดล AI สำหรับงานหลายประเภท ได้แก่ Argon สำหรับการคิดวิเคราะห์ขั้นสูง Flash สำหรับงานที่ต้องการความเร็วและรองรับปริมาณงานสูง Omni สำหรับการสร้างสรรค์สื่อด้วย Generative AI และ Gemma สำหรับงานประมวลผลขนาดเล็กบนอุปกรณ์ปลายทางด้วยโมเดลแบบเปิด