วันเสาร์ ที่ 3 ตุลาคม 2569

Login
Login

ไล่ไทม์ไลน์เปิดปมอลวนประชุม กสทช. 6 คน เอกสารย้อนแย้ง–อำนาจนัดประชุมยังเห็นต่าง

สำนักงาน กสทช.แจงต้องเตรียมห้องประชุมอีกวง หลังไม่มีคำสั่งเลื่อน ขณะที่บอร์ด 6 คนเดินหน้าประชุมเอง ตั้งคำถามบทบาทฝ่ายธุรการ พร้อมนัดถกต่อสัปดาห์หน้า

KEY POINTS

  • กรรมการ กสทช. 6 คนจัดประชุมนัดพิเศษเพื่อสะสางวาระงานที่ค้างอยู่ แต่เผชิญอุปสรรคจากการที่สำนักงาน กสทช. ไม่จัดเจ้าหน้าที่และระบบสนับสนุนให้
  • เกิดความสับสนจากเอกสารของสำนักงาน กสทช. ที่อ้างว่าต้องเตรียมการประชุมอีกนัดหนึ่งซึ่งไม่มีกรรมการเข้าร่วม ทำให้เกิดข้อสงสัยถึงเหตุผลในการไม่สนับสนุนการประชุมของกรรมการ 6 คน
  • ปมขัดแย้งหลักคือความเห็นต่างเรื่องอำนาจในการนัดประชุมและบทบาทของสำนักงาน โดยกรรมการมองว่าสำนักงานต้องสนับสนุนกรรมการทั้งคณะ ไม่ใช่แค่ประธาน
  • มีการตั้งคำถามถึงบทบาทประธาน กสทช. ว่าเป็นเพียง "ผู้หนึ่งในกลุ่มที่เท่าเทียมกัน" (First among equals) ไม่ใช่ผู้มีอำนาจเบ็ดเสร็จในการสั่งการประชุมแต่เพียงผู้เดียว
  • แม้จะมีความวุ่นวาย แต่การประชุมของกรรมการ 6 คนสามารถดำเนินต่อไปได้ โดยได้กำหนดแนวทางบริหารจัดการวาระค้างและนัดประชุมครั้งต่อไปเพื่อเดินหน้าทำงาน

ผู้สื่อข่าวรายงานถึงสถานการณ์การจัดประชุมภายในสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ซึ่งยังมีความเห็นต่างเกี่ยวกับอำนาจในการนัดประชุมและบทบาทของสำนักงาน กสทช. ในการสนับสนุนการทำงานของคณะกรรมการ หลังเมื่อวันที่ 2 ต.ค.ที่ผ่านมา กรรมการ กสทช. 6 คน เดินหน้าจัดการประชุม กสทช. นัดพิเศษ ครั้งที่ 1/2569 เพื่อบริหารจัดการวาระงานที่ค้างอยู่จำนวนมาก

การประชุมดังกล่าวเกิดขึ้นตามหนังสือเชิญประชุมของ นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ กสทช. ในฐานะรักษาการเลขาธิการ กสทช. ลงวันที่ 1 ต.ค. 2569 โดยกำหนดให้มีการประชุมในวันที่ 2 ต.ค. และมี รศ.ดร.ศุภัช ศุภชลาศัย ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมเป็นการชั่วคราว

อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงเวลาประชุมกลับเกิดข้อขัดข้องหลายประการ ทั้งการไม่มีเจ้าหน้าที่สำนักงาน กสทช. เข้ามาทำหน้าที่เลขานุการในที่ประชุม การไม่ได้รับลิงก์ประชุมออนไลน์สำหรับกรรมการที่เข้าร่วมจากระยะไกล รวมถึงช่วงแรกที่สื่อมวลชนไม่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นไปบันทึกภาพการประชุม

ประเด็นที่ทำให้สถานการณ์มีความซับซ้อนมากขึ้น คือ ในวันเดียวกันสำนักงาน กสทช. มีการเตรียมจัดการประชุม กสทช. ครั้งที่ 25/2569 อีกห้องหนึ่ง โดยสำนักงานให้เหตุผลว่า ยังไม่มีการแจ้งยกเลิกหรือเลื่อนการประชุมดังกล่าว จึงต้องจัดเตรียมห้องและเจ้าหน้าที่ไว้จนถึงเวลา 16.30 น.

ไล่ไทม์ไลน์เปิดปมอลวนประชุม กสทช. 6 คน เอกสารย้อนแย้ง–อำนาจนัดประชุมยังเห็นต่าง

เอกสารของสำนักงาน กสทช. ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าวมีรายละเอียดที่ถูกนำมาตั้งข้อสังเกตถึงความสอดคล้องกัน โดยบันทึกข้อความ “ด่วนที่สุด” ลงวันที่ 2 ต.ค. 2569 ระบุว่า สำนักงานไม่สามารถส่งเจ้าหน้าที่เข้าร่วมการประชุมนัดพิเศษของกรรมการ 6 คนได้ เนื่องจากต้องเตรียมการประชุม กสทช. ครั้งที่ 25/2569 ซึ่งเลขาธิการ กสทช. มีหน้าที่เป็นเลขานุการในการประชุมดังกล่าว

แต่ในเอกสารข่าว Press Release ฉบับที่ 87/2569 ของสำนักงาน กสทช. ระบุว่า ในการประชุม กสทช. ครั้งที่ 25/2569 ประธาน กสทช. ขอลาประชุม และไม่มีกรรมการ กสทช. เข้าร่วมการประชุมดังกล่าว

จึงเกิดคำถามตามมาว่า เมื่อไม่มีกรรมการเข้าร่วมการประชุมในอีกห้องหนึ่ง สำนักงานยังมีภารกิจที่จะต้องเตรียมการและจัดเจ้าหน้าที่ประจำห้องดังกล่าวจนถึงเวลา 16.30 น. ขณะที่กรรมการ กสทช. อีก 6 คนกำลังประชุมอยู่จริงหรือไม่

อย่างไรก็ตาม เหตุผลของสำนักงาน กสทช. ตั้งอยู่บนหลักการว่า เมื่อการประชุมเดิมยังไม่ได้รับคำสั่งเลื่อนหรืองดประชุม สำนักงานจึงต้องเตรียมความพร้อมตามกำหนดการเดิม ซึ่งเป็นประเด็นทางระเบียบและการปฏิบัติงานที่ต้องพิจารณาประกอบกับข้อเท็จจริงและสถานะของการประชุมในขณะนั้น

ไล่ไทม์ไลน์เปิดปมอลวนประชุม กสทช. 6 คน เอกสารย้อนแย้ง–อำนาจนัดประชุมยังเห็นต่าง

ไล่ไทม์ไลน์เปิดปมอลวนประชุม กสทช. 6 คน เอกสารย้อนแย้ง–อำนาจนัดประชุมยังเห็นต่าง

6 กรรมการเดินหน้าประชุม ตั้งคำถามบทบาทฝ่ายธุรการ

สำหรับการประชุมของกรรมการ 6 คน จัดขึ้นที่ห้องประชุม 1221 ชั้น 12 สำนักงาน กสทช. เริ่มเวลาประมาณ 10.50 น. โดยมีกรรมการเข้าร่วม 5 คนที่ห้องประชุม และ พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ เข้าร่วมผ่านระบบออนไลน์

กรรมการทั้ง 6 คน ได้แก่ นายต่อพงศ์ เสลานนท์ รศ.ดร.สมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต รศ.ดร.ศุภัช ศุภชลาศัย พล.ต.อ.ดร.ณัฐธร เพราะสุนทร และ พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ

โดยที่ประชุมเลือก รศ.ดร.ศุภัช ทำหน้าที่ประธานเฉพาะการประชุมครั้งนี้ และมอบหมายเจ้าหน้าที่ระดับผู้ช่วยเลขาธิการ กสทช. ทำหน้าที่เลขานุการ

รศ.ดร.ศุภัช กล่าวว่า องค์ประกอบการประชุมครบถ้วนและมีการจัดทำรายงานการประชุมตามระเบียบ โดยการประชุมครั้งนี้ยังไม่ได้เข้าสู่การพิจารณาวาระงานค้าง แต่เป็นการวางแนวทางบริหารจัดการงาน เพื่อกำหนดลำดับวาระ วิธีนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณา และกำหนดวันประชุมครั้งต่อไป

ที่ประชุมกำหนดหลักในการจัดลำดับวาระไว้ 3 กลุ่ม ได้แก่ เรื่องที่มีกรอบเวลาหรือเส้นตาย เรื่องที่ค้างมานาน และเรื่องที่มีความจำเป็นเร่งด่วน พร้อมวางกรอบประชุมในเดือน ต.ค.ประมาณสัปดาห์ละ 2 วัน และสามารถเพิ่มวันประชุมได้หากจำเป็น โดยประเมินว่าภายใน 1 เดือนถึง 5-6 สัปดาห์ น่าจะสามารถลดวาระค้างลงได้จำนวนมาก

นอกจากนี้ นัดประชุมครั้งต่อไปในวันที่ 6 และ 8 ต.ค. 2569 ส่วนวันที่ 7 ต.ค. กรรมการบางส่วนติดภารกิจไปศาลในคดีแพ่งที่ ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ฟ้องกรรมการ กสทช. 4 คน โดยผู้ทำหน้าที่ประธานการประชุมจะพิจารณาเลือกเป็นรายครั้งตามระเบียบ

ปมอำนาจนัดประชุม–สำนักงานต้องทำหน้าที่กับใคร

ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง กล่าวถึงเหตุการณ์ว่า ประเด็นสำคัญไม่ได้มีเพียงเรื่องการจัดห้องประชุม แต่รวมถึงการพิจารณาว่าใครมีอำนาจนัดประชุม และสำนักงานควรสนับสนุนการทำงานของคณะกรรมการอย่างไร โดยเห็นว่าสำนักงาน กสทช. มีสถานะเป็นฝ่ายธุรการของคณะกรรมการ กสทช. ทั้งคณะ ไม่ใช่ฝ่ายธุรการของประธานเพียงคนเดียว

ด้าน ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง ตั้งข้อสังเกตว่า เมื่อประธานไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ อาจต้องพิจารณาตามระเบียบว่ากรรมการสามารถเลือกบุคคลหนึ่งขึ้นทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมได้หรือไม่ ซึ่งเป็นอีกประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความชอบธรรมของการนัดประชุม

ขณะที่ รศ.ดร.ศุภัช ระบุว่า กรรมการสามารถกำหนดการประชุมครั้งต่อไปจากในที่ประชุมได้ตามระเบียบ ก่อนแจ้งให้สำนักงานดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง

ปม “มาตรา 157” ยังเป็นเพียงข้อพิจารณาทางกฎหมาย

ส่วนกรณีที่สำนักงานไม่ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าร่วมทำหน้าที่เลขานุการในช่วงเริ่มต้นการประชุม ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง ระบุว่า หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการไม่ดำเนินการตามหน้าที่ ก็จำเป็นต้องพิจารณากฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง รวมถึงความรับผิดของผู้ปฏิบัติหน้าที่

อย่างไรก็ตาม การจะเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 หรือไม่ ยังต้องพิจารณาข้อเท็จจริงและองค์ประกอบทางกฎหมายเป็นรายกรณี ไม่อาจสรุปได้จากเหตุการณ์ดังกล่าวเพียงอย่างเดียว

สำหรับการประชุมวันที่ 2 ต.ค. แม้จะเริ่มต้นท่ามกลางข้อจำกัดด้านการประสานงาน ทั้งเรื่องเจ้าหน้าที่ เลขานุการ และระบบประชุมออนไลน์ แต่ท้ายที่สุดกรรมการทั้ง 6 คนสามารถประชุมร่วมกันได้ และกำหนดกรอบการทำงานเพื่อเดินหน้าสะสางวาระที่ค้างอยู่