บอร์ด กสทช. เผชิญภาวะสุญญากาศต่อเนื่อง หลังองค์ประชุมไม่ครบจนไม่สามารถเปิดประชุมได้ถึง 10 ครั้งติดต่อกันตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ส่งผลให้วาระเสนอเพื่อพิจารณาค้างอยู่ 193 เรื่อง และมีเรื่องเพื่อทราบอีก 82 เรื่องที่ยังไม่สามารถเข้าสู่ที่ประชุมได้ แต่ในจังหวะเดียวกัน โครงการขนาดใหญ่ระดับกว่า 5,000 ล้านบาทอย่าง USO 3 กลับเดินหน้าสู่ขั้นตอนประกาศผู้ชนะการเสนอราคา
KEY POINTS
- สำนักงาน กสทช. ได้ประกาศผู้ชนะการประมูลโครงการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (USO 3) ในพื้นที่ห่างไกลครบทั้ง 5 ภูมิภาค รวมมูลค่ากว่า 5,423 ล้านบาท
- ผู้ชนะการประมูลในแต่ละพื้นที่เป็นกิจการค้าร่วมของบริษัทโทรคมนาคมรายใหญ่ อาทิ กลุ่มทรู, ไทยคม และอินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม
- การปิดจ๊อบประมูลครั้งนี้เกิดขึ้นแม้ว่าการประชุมบอร์ด กสทช. จะล่มติดต่อกันเป็นครั้งที่ 10 ตั้งแต่เดือนก.ค.โดยยังเหลือวาระค้างรอพิจารณา 193 เรื่อง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 11 ก.ย. 2569 เว็บไซต์ของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) โดยนายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ กสทช. รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. ได้ลงนามประกาศผู้ชนะการประกวดราคาจ้างบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Broadband Internet Service) ครบทั้ง 5 กลุ่มพื้นที่ รวมวงเงิน 5,423.70 ล้านบาทเรียบร้อยแล้ว
โครงการดังกล่าวอยู่ภายใต้โครงการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและเพื่อสังคม ในพื้นที่ขาดแคลนหรือยังขาดบริการที่ทั่วถึง เพื่อการสาธารณะ และความมั่นคง หรือ USO 3 ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
ผลการประกวดราคาพบว่า
กลุ่มที่ 1 พื้นที่ภาคเหนือ ผู้ชนะคือกิจการค้าร่วม ทีไอ ประกอบด้วย บริษัท ทรู อินเทอร์เน็ต คอร์ปอเรชั่น จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่ม TRUE และบริษัท อินฟราเซท จำกัด (มหาชน) หรือ INSET เสนอราคาต่ำสุดที่ 1,248.50 ล้านบาท ซึ่งเป็นราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่มและค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว
กลุ่มที่ 2 พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผู้ชนะคือกิจการค้าร่วม ทีซีไอ ประกอบด้วย บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) หรือ THCOM และบริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ITEL เสนอราคาต่ำสุดที่ 1,884 ล้านบาท ซึ่งเป็นราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่มและค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว
กลุ่มที่ 3 พื้นที่ภาคกลาง ผู้ชนะคือกิจการค้าร่วม ทีดับบลิว ประกอบด้วย บริษัท ทรู อินเทอร์เน็ต คอร์ปอเรชั่น จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่ม TRUE และบริษัท ไวร์เออ แอนด์ ไวร์เลส จำกัด เสนอราคาต่ำสุดที่ 761.50 ล้านบาท ซึ่งเป็นราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่มและค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว
กลุ่มที่ 4 พื้นที่ภาคตะวันออก-ตะวันตก ผู้ชนะคือกิจการค้าร่วม ทีซีไอ ประกอบด้วย บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) หรือ THCOM และบริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ITEL เสนอราคาต่ำสุดที่ 564 ล้านบาท ซึ่งเป็นราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่มและค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว
ส่วนกลุ่มที่ 5 พื้นที่ภาคใต้ ผู้ชนะคือกิจการค้าร่วมอินเตอร์ลิ้งค์ทีเคซี ประกอบด้วย บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ITEL และบริษัท เทิร์นคีย์ คอมมูนิเคชั่น เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ TKC เสนอราคาต่ำสุดที่ 965.70 ล้านบาท ซึ่งเป็นราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่มและค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว
เมื่อรวมทั้ง 5 กลุ่ม โครงการ USO 3 มีมูลค่ารวม 5,423.70 ล้านบาท ครอบคลุมพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก-ตะวันตก และภาคใต้ เพื่อขยายบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ขาดแคลนหรือยังขาดบริการที่ทั่วถึง รองรับการให้บริการด้านสาธารณสุข ประโยชน์สาธารณะ และความมั่นคง
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นเพียง 1 วันหลังการประชุมบอร์ด กสทช. เมื่อวันที่ 10 ก.ย.2569 ไม่สามารถเริ่มประชุมได้อีกครั้งจากปัญหาองค์ประชุมไม่ครบ นับเป็นการประชุมล่มครั้งที่ 10 ติดต่อกัน
ขณะที่วาระสำคัญจำนวนมากยังรอการพิจารณาติดต่อกันตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ส่งผลให้วาระเสนอเพื่อพิจารณา 193 เรื่อง และเรื่องเพื่อทราบอีก 82 เรื่อง ยังไม่ได้เข้าสู่ที่ประชุม ก่อนกำหนดนัดครั้งต่อไปวันที่ 16 ก.ย.2569 นี้





