หุ้น ITEL-THCOM เด้งรับผลประมูล USO 3 หลัง ITEL คว้างานผ่านกิจการร่วมค้า 3 พื้นที่ ขณะที่ THCOM ชนะ 2 สัญญามูลค่ารวม 2,448 ล้านบาท หนุนมุมมองเชิงบวกต่อกำไรปี 2570 แม้ต้องแบ่งรายได้จากโครงการผ่านกิจการร่วมค้า
KEY POINTS
- ราคาหุ้น ITEL และ THCOM ปรับตัวสูงขึ้นนำกลุ่ม ICT หลังประกาศผลการประมูลโครงการ USO 3 ของ กสทช. โดย ITEL พุ่งขึ้น 11.49% และ THCOM บวก 4.00%
- ITEL ได้รับผลบวกจากการเข้าร่วมกิจการร่วมค้าที่ชนะงานประมูลถึง 3 พื้นที่ (ร่วมกับ THCOM 2 พื้นที่ และ TKC 1 พื้นที่) ซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่มีนัยสำคัญต่อธุรกิจและส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมาก
- THCOM ชนะการประมูล 2 สัญญาในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก-ตะวันตก ผ่านกิจการร่วมค้า "ทีซีไอ" ที่จัดตั้งร่วมกับ ITEL มีมูลค่ารวม 2,448 ล้านบาท
- บล.เอเซีย พลัส มองว่าโครงการ USO 3 เป็นปัจจัยบวกต่อ THCOM โดยได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรและราคาเป้าหมาย พร้อมปรับคำแนะนำเป็น "ซื้อ" เนื่องจากคาดว่าโครงการนี้จะช่วยให้บริษัทกลับมามีกำไรในปี 2570
- บล.บัวหลวง มองว่า ITEL ได้รับผลกระทบเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญจากโครงการนี้ ขณะที่ THCOM ได้รับผลกระทบน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้เดิม เพราะต้องแบ่งรายได้กับ ITEL ผ่านบริษัทร่วมทุน
ความเคลื่อนไหว"ตลาดหุ้นไทย"ภาคเช้า ณ วันที่ 14 ก.ย.2569 หุ้นกลุ่ม ICT ปรับตัวเพิ่มขึ้น นำโดย
- หุ้น ITEL บวก 11.49% เพิ่มขึ้น 0.17 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 1.65 บาท
- หุ้น THCOM บวก 4.00% เพิ่มขึ้น 0.40 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 10.40 บาท
- หุ้น INSET บวก 2.73% เพิ่มขึ้น 0.12 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 4.52 บาท
- หุ้น TKC บวก 2.29% เพิ่มขึ้น 0.20 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 8.95 บาท
ปัญจพล แท่นศรีเจริญ ผู้ช่วยผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.บัวหลวง ให้สัมภาษณ์ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า สำหรับโครงการ USO 3 ของสำนักงาน กสทช. มีมูลค่ารวม 5,400 ล้านบาท เท่ากับการประมูลในรอบก่อน แต่ต้องจัดประมูลใหม่ เนื่องจากผู้เข้าร่วมประมูลรายหนึ่งไม่ผ่านคุณสมบัติ โดยผลการประมูลครั้งนี้ เงินก้อนหลักแบ่งเป็นส่วนของ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE และส่วนของบริษัทร่วมทุนระหว่าง บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) หรือ THCOM กับ บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ITEL
สำหรับ THCOM มองว่า ผลการประมูลมีผลกระทบเชิงลบมากกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ เนื่องจากเดิมฝ่ายวิเคราะห์ประเมินว่า THCOM จะเป็นผู้ชนะการประมูลและรับงานมูลค่า 2,500 ล้านบาทแต่เพียงรายเดียว แต่ทว่าผลสุดท้ายเป็นการร่วมมือกับ ITEL จัดตั้งบริษัทร่วมทุน TCI เพื่อรับงานดังกล่าว ส่งผลให้ส่วนแบ่งรายได้ที่ THCOM จะได้รับลดลงจากประมาณการเดิม ขณะที่แนวโน้มผลประกอบการยังไม่สดใส โดยคาดว่า THCOM จะยังขาดทุนต่อเนื่องในไตรมาส 3/2569 และไตรมาส 4/2569 รวม 2 ไตรมาส และรายได้จากโครงการ USO 3 จะยังไม่สามารถเข้ามารับรู้ได้ทันภายในปีนี้
ด้าน ITEL ได้รับผลกระทบเชิงบวกจากการเข้ามาร่วมรับงานมูลค่า 2,500 ล้านบาทผ่าน TCI ซึ่งถือเป็นโครงการที่มีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับขนาดธุรกิจของบริษัท ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก โดยมีโอกาสที่จะเริ่มรับรู้รายได้จากโครงการบางส่วนได้ภายในปีนี้
ส่วนหุ้นขนาดเล็กในกลุ่มรับเหมาและวางระบบอย่าง INSET และ TKC คาดว่าจะได้รับประโยชน์ในลักษณะเดียวกับ ITEL เนื่องจากงานประมูลมูลค่าประมาณ 500-1,000 ล้านบาทถือว่ามีขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับฐานธุรกิจของบริษัท และสามารถสร้างผลกระทบต่อกำไรสุทธิได้ โดยหากสามารถคว้างานและรับรู้รายได้ตามแผน มีโอกาสช่วยผลักดันกำไรสุทธิให้เติบโตได้
ด้าน บล.เอเซีย พลัส ประเมินผลการประมูลโครงการ USO เฟส 3 เป็นปัจจัยบวกต่อ บมจ.ไทยคม (THCOM) หลังกิจการร่วมค้า ทีซีไอ ซึ่งเกิดจากการร่วมมือระหว่าง THCOM และ บมจ.อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม (ITEL) สามารถคว้างานได้ 2 สัญญา มูลค่ารวม 2,448 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มูลค่า 1,884 ล้านบาท และพื้นที่ภาคตะวันออก-ตะวันตก มูลค่า 564 ล้านบาท
ฝ่ายวิจัยมองว่ามูลค่างานที่ THCOM ได้รับสูงกว่าที่เคยประเมินไว้ ส่งผลให้ต้องปรับประมาณการกำไรของบริษัทในปี 2570 ขึ้น โดยคาดว่าจะมีกำไร 729 ล้านบาท จากเดิมที่ประเมินไว้ 381 ล้านบาท เพื่อสะท้อนรายได้จากโครงการที่มีแนวโน้มเข้ามามากกว่าคาดการณ์เดิม พร้อมปรับราคาเป้าหมายปี 2570 ขึ้นเป็น 11.80 บาท จากเดิม 11.30 บาท อิงวิธี DCF
เอเซีย พลัส ระบุว่า ปัจจัยลบที่กดดัน THCOM รวมถึงแนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 น่าจะถูกสะท้อนเข้าสู่ราคาหุ้นไปมากแล้ว ขณะที่โครงการ “เน็ตชายขอบ เฟส 3” จะเข้ามาเป็นแรงหนุนสำคัญต่อผลประกอบการในระยะถัดไป โดยคาดว่าจะช่วยให้ THCOM กลับมามีกำไรในปี 2570 และยังเป็นปัจจัยบวกต่อราคาหุ้นในระยะสั้น
จากมุมมองดังกล่าว ฝ่ายวิจัยจึงปรับคำแนะนำหุ้น THCOM ขึ้นจาก “Trading” เป็น “Buy” พร้อมเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 11.80 บาท สะท้อนแนวโน้มรายได้และกำไรที่มีโอกาสฟื้นตัวจากงาน USO เฟส 3
สำนักงาน กสทช. ประกาศผลการประกวดราคาจ้างบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Broadband Internet Service) ภายใต้โครงการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและเพื่อสังคม หรือ USO 3 ในพื้นที่ที่ยังขาดแคลนบริการ ครอบคลุม 5 กลุ่มพื้นที่ทั่วประเทศ มูลค่างานรวม 5,423.70 ล้านบาท
ผลการประมูลปรากฏว่า กลุ่มที่ 1 ภาคเหนือ ตกเป็นของกิจการค้าร่วม ทีไอ ซึ่งประกอบด้วย บริษัท ทรู อินเทอร์เน็ต คอร์ปอเรชั่น จำกัด และ บมจ.อินฟราเซท (INSET) ด้วยราคา 1,248.50 ล้านบาท
ขณะที่กลุ่มที่ 2 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นกิจการค้าร่วม ทีซีไอ ระหว่าง บมจ.ไทยคม (THCOM) และ บมจ.อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม (ITEL) มูลค่า 1,884 ล้านบาท
ส่วนกลุ่มที่ 3 ภาคกลาง ผู้ชนะคือกิจการค้าร่วม ทีดับบลิว ซึ่งประกอบด้วย บริษัท ทรู อินเทอร์เน็ต คอร์ปอเรชั่น จำกัด และบริษัท ไวร์เออ แอนด์ ไวร์เลส จำกัด รับงานมูลค่า 761.50 ล้านบาท ขณะที่กลุ่มที่ 4 ภาคตะวันออก-ตะวันตก ยังคงเป็นกิจการค้าร่วม ทีซีไอ ของ THCOM และ ITEL มูลค่า 564 ล้านบาท ด้านกลุ่มที่ 5 ภาคใต้ เป็นการค้าร่วมอินเตอร์ลิ้งค์ทีเคซี ระหว่าง ITEL และ บมจ.เทิร์นคีย์ คอมมูนิเคชั่น เซอร์วิส (TKC) มูลค่า 965.70 ล้านบาท
ภาพรวมดังกล่าวสะท้อนว่าโครงการ USO 3 จะกระจายงานไปยังผู้ประกอบการและผู้รับเหมาระบบหลายราย โดย ITEL มีบทบาทในงานถึง 3 พื้นที่ ขณะที่ THCOM เข้ามารับงานร่วมใน 2 พื้นที่ ส่วน INSET และ TKC ได้โครงการในพื้นที่หลักของตนเอง ทำให้ทั้ง 4 บริษัทมีโอกาสต่อยอดงานจากโครงการดังกล่าว ทั้งในด้านการติดตั้งโครงข่าย การให้บริการ และงานระบบที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะทยอยสร้างฐานรายได้เพิ่มเติมตามความคืบหน้าของการดำเนินโครงการ
สำหรับ ITEL การได้เข้าร่วมรับงานหลายพื้นที่ทำให้มีโอกาสกระจายแหล่งรายได้จากโครงการ USO 3 ได้กว้างขึ้น ขณะที่ THCOM สามารถนำงานดังกล่าวมาต่อยอดกับธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมของบริษัท ส่วน INSET และ TKC ซึ่งมีขนาดธุรกิจเล็กกว่า มูลค่างานระดับหลายร้อยล้านบาทอาจมีน้ำหนักต่อการเติบโตของรายได้และกำไรมากกว่าเมื่อเทียบกับฐานเดิมของแต่ละบริษัท




