วันพุธ ที่ 16 กันยายน 2569

Login
Login

‘สรณ’ โอดไอ้โม่งได้ประโยชน์ หากหลุดเก้าอี้ประธาน กสทช.

บอร์ด กสทช. ยังล่มครั้งที่ 11 เหตุองค์ประชุมไม่ครบ ‘หมอสรณ’ ตั้งคำถามทำไมต้องเล่นละครเดิม พร้อมเรียกร้องกรรมการกลับมาหารือหาทางออก หวั่นกระทบการตัดสินใจเรื่องสำคัญ ฝากสืบสวนใครได้ประโยชน์จากการพ้นตำแหน่ง และเหตุใดจึงเร่งรัดให้ออกจากองค์กร

KEY POINTS

  • ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ตั้งข้อสังเกตว่ามี "ไอ้โม่ง" หรือกลุ่มบุคคลที่อยู่เบื้องหลังและจะได้รับประโยชน์ หากตนต้องพ้นจากตำแหน่ง
  • เรียกร้องให้สื่อมวลชนทำหน้าที่เชิงสืบสวนสอบสวน เพื่อค้นหาว่าใครคือผู้ที่ได้รับประโยชน์ และเหตุใดจึงมีความพยายามเร่งรัดให้ตนออกจากองค์กร
  • ประธาน กสทช. กล่าวเรื่องนี้หลังการประชุมบอร์ดล่มเป็นครั้งที่ 11 ติดต่อกัน เนื่องจากองค์ประชุมไม่ครบ เพราะกรรมการส่วนใหญ่ไม่เข้าร่วมประชุม
  • วิงวอนให้กรรมการที่เห็นต่างกลับมาร่วมหารือเพื่อหาทางออก โดยไม่ให้เรื่องทิฐิหรือการเมืองภายในองค์กรมาเป็นอุปสรรคต่องานสำคัญ
  • ความขัดแย้งนี้ทำให้วาระสำคัญหลายเรื่องที่ส่งผลต่อประเทศต้องหยุดชะงัก เช่น อนาคตทีวีดิจิทัล กิจการดาวเทียม และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (16 ก.ย.) การประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (บอร์ด กสทช.) ยังไม่สามารถเข้าสู่การพิจารณาวาระได้ เนื่องจากองค์ประชุมไม่ครบ เป็นเหตุให้ ประชุมล่มซ้ำซากมา 11 ครั้งแล้ว

โดย พล.ต.อ.ดร.ณัฐธร เพราะสุนทร และนายต่อพงศ์ เสลานนท์ ลาประชุมเนื่องจากติดราชการ ขณะที่ รศ.ดร.สมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ มีหนังสือแจ้งว่าไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้

ส่วน พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต และ รศ.ดร.ศุภัช ศุภชลาศัย ไม่ได้เข้าร่วมการประชุมดังกล่าว แม้ทั้ง 3 คนจะอยู่ที่สำนักงาน กสทช. โดย ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก Pirongrong Ramasoota พร้อมภาพถ่ายร่วมกับกรรมการอีก 2 คน ระบุว่า ทั้งสามคนอยู่ที่สำนักงาน กสทช. และได้ทำหนังสือแจ้งสำนักงานเช่นเดียวกับที่ผ่านมา

สรุปแสดงว่า ครั้งนี้มีคนเข้าประชุมคนเดียว คนเดิม โดยสำนักงาน กสทช. ก็สนับสนุนและพร้อมจัดประชุมให้ ทั้งๆ ที่กรรมการ 3 คนตามในภาพมีหนังสือขอให้สำนักงานจัดประชุมให้กรรมการที่เหลืออยู่ 6 คนตามมาตรา 20 วรรคสาม ของ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ แต่ไม่ได้รับการตอบสนอง

ทั้งนี้ ระหว่างรอองค์ประชุม ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ขอให้สำนักงานรายงานวาระที่กรรมการเคยขอให้เร่งพิจารณา ก่อนที่ น.ส.อรดา เทพยายน รักษาการรองเลขาธิการ กสทช. จะรายงานว่า ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง มีหนังสือขอเร่งรัดรวม 3 ฉบับ ครอบคลุม 22 วาระ

ทั้งนี้ วาระดังกล่าวครอบคลุมเรื่องดาวเทียม กิจการโทรทัศน์ เรื่องร้องเรียนผู้บริโภค คดีศาลปกครองสูงสุด การขอสร้างท่อร้อยสายสื่อสาร และการขอเดินสายเคเบิลใต้น้ำของกลุ่มทรู อย่างไรก็ตาม เมื่อองค์ประชุมยังไม่ครบ การประชุมจึงไม่สามารถเข้าสู่การพิจารณาวาระได้ ก่อนที่ ศ.คลินิก นพ.สรณ จะตั้งโต๊ะแถลงข่าวภายหลังปิดประชุม

สงสัยว่าทำไมยังเล่นละครเดิมอยู่ ใช้คำว่าไปเล่นละครเลย เพราะว่าจัดประชุมเหมือนกับว่าทำเหมือนเดิมแล้วหวังผลแตกต่างกันออกไป มันไม่ใช่สิ่งที่เราควรจะทำ

ศ.คลินิก นพ.สรณ กล่าวว่า การกำหนดวันและวาระการประชุมยังเป็นหน้าที่ของตน โดยยกสถานการณ์ระหว่างวันที่ 26 ต.ค. ถึง 19 ธ.ค. 2566 ซึ่งขณะนั้นสามารถจัดประชุมได้เพียงครั้งเดียว หลังมีการกำหนดประชุมแบบสัปดาห์ต่อสัปดาห์ ท่ามกลางความกังวลเรื่ององค์ประชุม รวมถึงกรณีกรรมการ 6 คนแบ่งเป็น 3 ต่อ 3 ซึ่งอาจทำให้สิทธิของประธานเข้ามามีผลต่อการลงมติ และเห็นว่าสถานการณ์ที่การประชุมไม่สามารถเดินหน้าได้เคยเกิดขึ้นมาแล้ว

สำหรับสถานการณ์ปัจจุบัน ประธาน กสทช. กล่าวว่า ยังคงต้องกำหนดวันและจัดประชุมตามกฎหมาย มิฉะนั้นอาจเป็นการละเลยการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมเชิญกรรมการกลับมาหารือร่วมกันเพื่อหาทางออก โดยไม่ต้องการให้ปัญหากลายเป็นเรื่องทิฐิหรือการเมืองภายในองค์กรอิสระ เนื่องจากยังมีเรื่องสำคัญจำนวนมากที่ต้องตัดสินใจ

ขอเชิญกรรมการประชุมเพื่อหาทางออก อย่าให้มันเป็นเรื่องทิฐิ อย่าให้มันเป็นเรื่องการเมืองในองค์กรอิสระ มีเรื่องต้องตัดสินเยอะมาก เรื่องสำคัญเยอะมาก

วาระที่ยังต้องดำเนินการมีทั้งอนาคตของทีวีดิจิทัล ดาวเทียม และสายสื่อสาร รวมถึงเรื่องที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อองค์กร ซึ่ง ศ.คลินิก นพ.สรณ เห็นว่ากรรมการทั้งหมดต้องรับผิดชอบร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นความเสียหายด้านการเงินหรือการดำเนินงาน

ในส่วนของแนวทางพิจารณาวาระ ศ.คลินิก นพ.สรณ เสนอว่า เรื่องใดที่กรรมการเห็นตรงกันและสามารถมีมติเป็นเอกฉันท์ควรเดินหน้าต่อ ส่วนวาระที่ยังมีความเห็นต่างควรนำกลับมาหารือว่าจะลงมติกันอย่างไร เพราะกรรมการแต่ละคนสามารถมีความคิดเห็นและตีความกฎหมายแตกต่างกันได้ รวมถึงกรณีความเห็นต่อคำสั่งศาลในช่วงที่ผ่านมา

สำหรับประเด็นคดี ศ.คลินิก นพ.สรณ กล่าวว่า สำนักงาน กสทช. ยอมรับว่าดำเนินการผิดและได้ขออภัยศาลหลังมีคำตำหนิ ส่วนตนหวังว่าจะรอคำพิพากษาที่เป็นที่สุดในเรื่องของตน ขณะเดียวกันยอมรับว่าที่ผ่านมาไม่ได้ออกมาสื่อสารหรือให้สัมภาษณ์มากนัก เพราะยังมีความเป็นแพทย์อยู่มาก และเลือกใช้ความอดทนกับการรับฟังเป็นหลัก

ผมยังใช้คำว่าผมยังมีความเป็นหมออยู่เยอะ แล้วก็ผมอดทนและอดทน ผมยังยึดคติของมหาวิทยาลัยมหิดลที่ผมทำงานมา 30 กว่าปี อตฺตานํ อุปมํ กเร แปลว่า เอาใจเขามาใส่ใจเรา

ประธาน กสทช. กล่าวว่า ตนไม่เคยทิ้งคนไข้หรือทิ้งงาน และมองว่าตัวเองเป็นนักฟัง โดยการประชุมที่ผ่านมาเปิดรับฟังทั้งสำนักงานและกรรมการทุกคน รวมถึงให้โอกาสทุกฝ่ายแสดงความคิดเห็น

อีกด้านหนึ่ง ศ.คลินิก นพ.สรณ ตั้งข้อสังเกตถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตน และฝากให้สื่อมวลชนทำหน้าที่ในลักษณะ Investigative Journalist หรือนักข่าวสืบสวนสอบสวน เพื่อตรวจสอบว่าใครจะได้รับประโยชน์จากการที่ตนพ้นตำแหน่ง รวมถึงเหตุใดจึงมีความเร่งรีบให้ตนออกจากองค์กร

อยากให้เป็น Investigative Journalist ว่า ใครจะได้ประโยชน์จากการที่จะให้ผมพ้นตำแหน่ง อะไรเป็นประเด็นมากกว่า ทำไมถึงมีความเร่งรีบเหลือเกินที่จะต้องให้ผมออกไปจากองค์กรนี้

ศ.คลินิก นพ.สรณ กล่าวว่า ตนทำงานมาแล้ว 4 ปีครึ่งและเหลือเวลาอีกประมาณ 1 ปีครึ่ง ขณะที่ภูมิทัศน์ของกิจการกระจายเสียง โทรคมนาคม ดาวเทียม ดิจิทัล Data Center และ Artificial Intelligence จะเปลี่ยนแปลงอย่างมากในประเทศ จึงตั้งข้อสังเกตว่า หากตนยังอยู่ในตำแหน่งจะไปขวางใคร หรือ กสทช. จะมีบทบาทอย่างไร รวมถึงเหตุใดกรรมการจึงไม่สามารถประชุมร่วมกันได้

สำหรับภารกิจในช่วงวาระที่เหลือ ศ.คลินิก นพ.สรณ กล่าวว่า หากมีโอกาสทำงานต่อ ยังมีงานของ กสทช. อีกหลายเรื่องที่ต้องดำเนินการ และอาจมีการพูดคุยเพิ่มเติมในสัปดาห์หน้าเกี่ยวกับ USO, Telemedicine รวมถึงประเด็นอื่น ๆ ที่อยู่ในหน้าที่ของ กสทช.

ส่วนความเคลื่อนไหวทางคดี ศ.คลินิก นพ.สรณ กล่าวว่า มีแนวโน้มจะเดินทางไปศาลปกครองด้วยตนเองตามนัดในวันที่ 21 ก.ย.69 ขณะที่ประเด็นการยื่นคำร้องทุเลาคำสั่งของคณะกรรมการสรรหา และกระแสข่าวเกี่ยวกับการถอนคำขอคุ้มครองชั่วคราว ยังอยู่ระหว่างหารือกับทนายในรายละเอียด