“อาลีบาบา” บุกขยับเกม AI ในไทย เปิดตัว แอคซีโอ (Accio) ผู้ช่วยธุรกิจพลัง ‘Agentic AI ’ ช่วยเอสเอ็มอีไทย ทลายข้อจำกัดด้านทรัพยากร พร้อมรับมือการค้าข้ามพรมแดนแบบครบวงจร ตั้งแต่วิจัยตลาด เจรจาธุรกิจ จนถึงปิดการขายบนเวทีโลก
KEY POINTS
- อาลีบาบาเปิดตัว "Accio" ผู้ช่วยธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วย Agentic AI ในประเทศไทย มุ่งเป้าไปที่การสนับสนุนผู้ประกอบการและเอสเอ็มอีในการขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศ
- Accio ถูกออกแบบมาให้สามารถดำเนินงานต่อเนื่องหลายขั้นตอนได้ด้วยตนเองตามเป้าหมายที่ผู้ใช้กำหนด ตั้งแต่การวิจัยตลาด การเจรจาธุรกิจ ไปจนถึงการบริหารจัดการการส่งออก
- เครื่องมือนี้มีจุดประสงค์เพื่อช่วยลดช่องว่างด้านทรัพยากรและขจัดอุปสรรคในการค้าข้ามพรมแดนให้กับเอสเอ็มอีไทย ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนในการส่งออกรวมของประเทศไม่ถึง 15%
- ความสามารถหลักของ Accio ครอบคลุม 3 ด้าน ได้แก่ การให้คำปรึกษาเชิงกลยุทธ์, การทำหน้าที่เสมือนทีมงานดิจิทัลตลอด 24 ชั่วโมง และการจัดการงานบริหารห่วงโซ่อุปทานโดยอัตโนมัติ
เอไอ เอเจนต์ (AI Agent) กำลังเปลี่ยนรูปแบบการทำงานของธุรกิจ จากเครื่องมือที่ใช้ตอบคำถามและให้คำแนะนำ สู่ระบบที่สามารถรับเป้าหมายและดำเนินงานต่อเนื่องหลายขั้นตอน ตอบโจทย์เอสเอ็มอี ที่มองหาเครื่องมือดิจิทัลเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศ
อาลีบาบาดอทคอม (Alibaba.com) แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซแบบธุรกิจสู่ธุรกิจ (B2B) เปิดตัว “แอคซีโอ” (Accio) ผู้ช่วยธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วย Agentic AI ในประเทศไทย ออกแบบมาเพื่อช่วยเอสเอ็มอี และผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจด้วยตนเองจัดการกระบวนการค้าระหว่างประเทศ ตั้งแต่การค้นหาตลาดและผู้ซื้อ ไปจนถึงการบริหารงานที่เกี่ยวข้องกับการส่งออก
ภายใต้แนวคิด “Beyond Export : ปลดล็อกศักยภาพ SMEs ไทย สู่เวทีโลกด้วย Accio” ชูการนำ AI Agent มาช่วยทำงานต่อเนื่องหลายขั้นตอน โดย Accio สามารถดำเนินงานต่อจากคำสั่งและเป้าหมายทางธุรกิจที่ผู้ประกอบการกำหนดได้ด้วยตนเอง
ติดปีกธุรกิจ เปิดทางสู่เวทีการค้าโลก
โรเจอร์ ลัว หัวหน้าฝ่ายธุรกิจภูมิภาคเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Alibaba.com กล่าวว่า พันธกิจของอาลีบาบาในประเทศไทยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การนำผู้ประกอบการมาเปิดร้านบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ แต่ยังมุ่งเสริมขีดความสามารถให้ผู้ประกอบการไทยดำเนินธุรกิจได้ทัดเทียมองค์กรขนาดใหญ่
ตั้งแต่การค้นหาผู้ซื้อทั่วโลกที่มีความตั้งใจซื้อสูง การเจรจาธุรกิจหลากหลายภาษาโดยอัตโนมัติตลอด 24 ชั่วโมง ไปจนถึงการจัดการข้อกำหนดการค้าระหว่างประเทศได้สะดวกยิ่งขึ้น
เราพัฒนา Accio มาเพื่อช่วยให้ SMEs ไทยและผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจด้วยตนเองก้าวข้ามอุปสรรคในการค้าข้ามพรมแดน ลดช่องว่างด้านทรัพยากรที่เป็นข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง และขยายธุรกิจให้เติบโตสู่ตลาดโลก
ช่วยผู้ค้าเดินเกมการค้าข้ามแดน
Accio ทำหน้าที่เสมือนทีมผู้เชี่ยวชาญ เอไอ ประกอบด้วยเอไอ เอเจนต์ ที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้านและสามารถประสานงานกันได้เอง เพื่อดูแลกระบวนการส่งออกในหลายขั้นตอน มีขอบเขตการทำงานครอบคลุมตั้งแต่การวิจัยตลาด การวางแผนสินค้า การจัดหาสินค้าและซัพพลายเออร์ การเจรจาต่อรองราคา การจัดทำรายการสินค้าในหลายภาษา ไปจนถึงการทำตลาดทั่วโลกและการบริหารหน้าร้านออนไลน์
ผู้ประกอบการไม่จำเป็นต้องตั้งค่าระบบที่ซับซ้อนหรือมีทักษะการเขียนโค้ด เพียงระบุแนวทางและเป้าหมายทางธุรกิจ Accio สามารถดำเนินงานต่อได้ด้วยตนเอง แตกต่างจาก เอไอ สนทนาทั่วไปที่เน้นการตอบคำถามหรือให้คำแนะนำ โดย Accio ถูกออกแบบให้ทำงานต่อเนื่องหลายขั้นตอนตามเป้าหมายที่ผู้ประกอบการกำหนด
นอกจากนี้ Alibaba.com ยังเปิดตัว “Smart Assistant Agent” ผู้ช่วยอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วย Accio และผสานการทำงานเข้ากับระบบจัดการร้านค้า Alibaba.com Seller Workbench โดยตรง เพื่อให้ผู้ขายเข้าถึงความสามารถด้าน เอไอของ Accio ได้โดยไม่ต้องสลับไปใช้งานแพลตฟอร์มอื่น
SMEs ไทยส่งออกไม่ถึง 15%
อาลีบาบาระบุว่า ประเทศไทยเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการผลิตและการค้าที่สำคัญของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมี SMEs เป็นฐานสำคัญของเศรษฐกิจ
ปัจจุบันไทยมี SMEs กว่า 3.1 ล้านราย คิดเป็น 99.5% ของธุรกิจทั้งหมดในประเทศ และสร้างการจ้างงาน มากกว่า 70% ของทั้งประเทศ ขณะที่ธุรกิจกลุ่มนี้มีส่วนต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ราว 35% แต่มีสัดส่วนในมูลค่าการส่งออกรวมของไทย ไม่ถึง 15%
ลัวมองว่า ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงเวลาสำคัญของการค้าระหว่างประเทศ โดยในปี 2568 มูลค่าการส่งออกอยู่ที่เกือบ 3.4 แสนล้านดอลลาร์ เติบโต 12.9% ขณะที่การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมเติบโต 17.4%
ประเทศไทยเป็นที่รู้จักในฐานะผู้ผลิตสินค้าคุณภาพในหลากหลายอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นอาหารและการเกษตร ชิ้นส่วนยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องแต่งกาย ผลิตภัณฑ์ความงาม รวมถึงสินค้าเกี่ยวกับบ้านและไลฟ์สไตล์
ด้วยศักยภาพการผลิตที่แข็งแกร่ง ทำเลที่ตั้งเชิงกลยุทธ์ และผู้ประกอบการที่มีความสามารถ ประเทศไทยจึงมีความพร้อมอย่างมากที่จะคว้าโอกาสในเวทีการค้าโลก
สำหรับ Alibaba.com ตลาดไทยมีการเติบโตต่อเนื่อง โดยในเดือน ส.ค. 2569 จำนวนรายการสินค้าจากผู้ขายไทยบนแพลตฟอร์มเพิ่มขึ้น กว่า 150% ขณะที่การสอบถามข้อมูลจากผู้ซื้อเพิ่มขึ้น กว่า 90% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน
ปัจจุบันสินค้าที่ผลิตในไทยบนแพลตฟอร์มมีความหลากหลายมากขึ้น ขณะที่ผู้ขายมีการดำเนินธุรกิจเพิ่มขึ้นตามความต้องการจากตลาดต่างประเทศ โดยกลุ่มสินค้าสำคัญ ได้แก่ อาหารและเครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์ความงามและของใช้ส่วนบุคคล ชิ้นส่วนและอุปกรณ์ยานยนต์ และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภค
'3 งานหลัก' ที่ Accio เข้ามาช่วย
อาลีบาบาระบุว่า SMEs ไทยที่ต้องการขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศยังเผชิญความท้าทายหลายด้าน ทั้งการใช้เวลาและทรัพยากรจำนวนมากเพื่อเรียนรู้ตลาดที่แตกต่างกัน การเข้าถึงผู้ซื้อ การขาดแคลนบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านการค้าระหว่างประเทศ
ขณะเดียวกัน ภาระงานที่ยังต้องอาศัยคนจัดการ ตั้งแต่โลจิสติกส์ การรับและชำระเงินระหว่างประเทศ ไปจนถึงการปฏิบัติตามกฎระเบียบและข้อกำหนดต่าง ๆ
Accio จึงเข้ามาช่วยจัดการข้อจำกัดเหล่านี้ใน 3 ด้านหลัก ได้แก่
- ให้คำปรึกษาเชิงกลยุทธ์ ให้คำแนะนำด้านการเข้าสู่ตลาดใหม่ การจัดประเภทสินค้าตามพิกัดศุลกากร และการวางกลยุทธ์ตามหมวดสินค้า โดยอาศัยข้อมูลเชิงลึกด้านการค้าโลกแบบเรียลไทม์ เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าใจความเคลื่อนไหวของตลาดที่มีความซับซ้อนได้ง่ายขึ้น
- เสริมทีมงานดิจิทัลตลอด 24 ชั่วโมง คัดกรองผู้ซื้อที่มีศักยภาพ ตอบข้อซักถามของผู้ซื้อในหลายภาษา และดูแลโอกาสทางการค้าในแต่ละขั้นตอน ครอบคลุมทุกเขตเวลา โดยไม่ต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายในการบริหารหรือจ้างพนักงานเพิ่ม
- จัดการงานบริหารห่วงโซ่อุปทานโดยอัตโนมัติ ดูแลงานประจำ เช่น การปรับปรุงแค็ตตาล็อกสินค้า การจัดทำรายการสินค้า และกระบวนการปฏิบัติตามกฎระเบียบ ช่วยให้เจ้าของธุรกิจมีเวลาไปมุ่งเน้นงานเชิงกลยุทธ์ เช่น การพัฒนาสินค้าและการเจรจากับซัพพลายเออร์
อีธาน หวัง หัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์และบริการสำหรับผู้ขายระดับโลก Alibaba.com กล่าวเสริมว่า Accio ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้ SMEs มีทีม AI ที่พร้อมเริ่มงานได้ทันที ใช้งานง่าย ทำงานได้อย่างมืออาชีพมากขึ้น
โดย Accio จะช่วยให้ธุรกิจที่มีทีมงานขนาดเล็กสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ ผ่านการช่วยให้ผู้ประกอบการเริ่มต้นธุรกิจได้เร็วขึ้น และตัดสินใจได้อย่างรอบด้าน
วุฒิศักดิ์ กาญจนาภรณ์ ผู้อำนวยการสำนักตลาดพาณิชย์ดิจิทัล กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กล่าวว่า เทคโนโลยีดิจิทัลมีบทบาทมากขึ้นในการเสริมศักยภาพทางการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในตลาดต่างประเทศ
ธุรกิจไทย โดยเฉพาะ SMEs จึงต้องปรับตัวให้ทันความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และนำเครื่องมือดิจิทัลมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อทำความเข้าใจตลาดได้ดีขึ้น เข้าถึงผู้ซื้อในต่างประเทศ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันบนเวทีโลก





