Tinder เปิดเผยผลวิจัยล่าสุดพบ Gen Z ไทยรู้สึก “เหนื่อย” กับการหาคู่บนแอปฯ และมองหาความสัมพันธ์ที่มีความหมายจากความสนใจและไลฟ์สไตล์ที่ตรงกัน พร้อมเปิดแคมเปญรีแบรนด์ “The Real Finds The One เป็นตัวจริงเคมียิ่งตรงใจ” เพื่อสื่อสารการเป็นตัวตนจริงในการหาคู่
KEY POINTS
- ผลวิจัยของ Tinder พบว่าผู้ใช้งาน Gen Z ชาวไทยรู้สึก “เหนื่อย” กับการใช้แอปหาคู่ เนื่องจากมองว่าการปัดหาคู่สนุกน้อยลงและหาคนที่ใช่ได้ยากขึ้น
- สาเหตุของความเหนื่อยหน่ายส่วนหนึ่งมาจากการที่ผู้ใช้มักสร้างตัวตนที่ไม่ใช่เรื่องจริง หรือ "เฟค" เพื่อเพิ่มโอกาสในการ Match ซึ่งขัดขวางการพัฒนาความสัมพันธ์ที่แท้จริง
- แม้จะเริ่มต้นแบบสบายๆ แต่ผลสำรวจชี้ว่าเป้าหมายระยะยาวของคนโสดชาวไทยคือการมองหาความสัมพันธ์ที่มีความหมายและจริงจังมากขึ้น
- คนโสดให้ความสำคัญกับการหาคู่ที่มี "ความสนใจและไลฟ์สไตล์ตรงกัน" และสามารถใช้ชีวิตร่วมกันได้จริง มากกว่าการสะสมจำนวน Match ให้ได้มากที่สุด
พฤติกรรมการหาคู่บนโลกดิจิทัลกำลังเปลี่ยนไป เมื่อการ “Match” จำนวนมากอาจไม่ใช่เป้าหมายหลักของคนโสดอีกต่อไป...
Tinder เผยผลการวิจัยทัศนคติและมุมมองต่อการใช้งานแอปพลิเคชันหาคู่ของผู้ใช้งานในไทย พบว่า ผู้ใช้งานกลุ่ม Gen Z ชาวไทยรู้สึก “เหนื่อย” กับการหาคู่บนแอปฯ เพราะการปัดหาคู่เริ่มสนุกน้อยลง และการเจอคนที่ใช่ทำได้ยากขึ้น
สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากพฤติกรรมของผู้ใช้งานที่มักพยายามสร้างตัวตนให้ดูดีในสายตาคนส่วนใหญ่ หรือ “เฟค” ตัวตนเพื่อเพิ่มโอกาสในการ Match ซึ่งอาจทำให้การพัฒนาความสัมพันธ์ไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง
ผลวิจัยยังพบว่า แม้คนโสดส่วนใหญ่จะเปิดรับการเริ่มต้นความสัมพันธ์แบบสบายๆ (casual) โดยมีจุดเริ่มต้นจากการเป็น “คนคุย” แต่ในระยะยาว ผู้ใช้ชาวไทยยังมองหาความสัมพันธ์ที่มีความหมายมากกว่า โดยให้ความสำคัญกับ “ความสนใจและไลฟ์สไตล์ตรงกัน” และสามารถออกไปใช้ชีวิตร่วมกันได้
จากการ Match จำนวนมาก สู่การเจอ “คนที่ใช่”
อินไซต์ดังกล่าวกลายเป็นแกนหลักของการสื่อสารครั้งใหม่ของ Tinder ซึ่งต้องการเปลี่ยนมุมมองต่อการใช้แอปฯ หาคู่ จากเดิมที่ผู้ใช้งานอาจพยายามสร้างตัวตนให้ถูกใจคนส่วนใหญ่ เพื่อเพิ่มโอกาส Match
พฤติกรรมดังกล่าวครอบคลุมตั้งแต่การแต่งภาพหน้าตาและรูปร่างให้ดูดีเกินจริง การบิดเบือนข้อมูลเรื่องอายุ อาชีพ หรือส่วนสูง ไปจนถึงการปกปิดความชอบ งานอดิเรก และความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ
Tinder ต้องการสื่อสารว่า การ Match กับคนจำนวนมากอาจไม่ได้มีคุณค่าเท่ากับการเจอคนที่ใช่เพียงคนเดียวที่ชื่นชอบตัวตนจริงของเรา จึงสนับสนุนให้ผู้ใช้งานเปิดเผยตัวตนจริงตั้งแต่แรก
เปิดแคมเปญ 'The Real Finds The One'
จากอินไซต์ดังกล่าว Tinder เปิดตัวแคมเปญรีแบรนด์ “The Real Finds The One เป็นตัวจริงเคมียิ่งตรงใจ” เพื่อสื่อสารแนวคิดการเป็นตัวตนจริงเพื่อเจอคนที่ใช่
แคมเปญดังกล่าวนำเสนอผ่านภาพยนตร์โฆษณาและสื่อโฆษณานอกบ้านแบบดิจิทัล (DOOH) โดยหยิบความแตกต่างของแต่ละบุคคลมาเป็นประเด็นสื่อสาร ไม่ว่าจะเป็นงานอดิเรกที่อาจดูไร้สาระในสายตาคนทั่วไป เสียงหัวเราะที่แปลก หรือส่วนสูงที่ต่ำกว่ามาตรฐาน
แนวคิดของแคมเปญคือ แม้ลักษณะเหล่านี้อาจทำให้คน 99% ไม่ชอบ แต่ยังมีคน 1% ที่ชอบตัวตนดังกล่าวอยู่จริง และการเป็นตัวเองจึงนำไปสู่เคมีที่เป็นจริงในความสัมพันธ์
รีแบรนด์จับกลุ่มผู้ใช้ใหม่-ดึงผู้ใช้เดิมกลับมา
การรีแบรนด์ครั้งนี้เป็นการปรับจุดยืนทางการตลาดของ Tinder ให้ภาพลักษณ์ของแอปฯ ขยับไปสู่พื้นที่สำหรับการหาคู่และการเดตที่นำไปสู่ความสัมพันธ์ระยะยาวที่มีความหมายมากขึ้น
Tinder วางกลุ่มเป้าหมายหลักไว้ 2 กลุ่ม ได้แก่ ผู้ใช้ใหม่วัย 18-24 ปี ที่เริ่มทดลองใช้แอปฯ หาคู่ และผู้ใช้เดิมวัย 18-39 ปี ที่เลิกใช้งาน Tinder โดยต้องการดึงกลับมาใช้แอปฯ อีกครั้งด้วยความคาดหวังว่าจะได้พบคนที่ใช่และมีเคมีตรงกันจากความสัมพันธ์ที่จริงใจกว่าเดิม
ผลการวิจัยมาจากรายงาน Thailand Singles Understanding Study ซึ่งสัมภาษณ์คนโสดชาวไทยอายุ 18-39 ปี โดยเป็นการสัมภาษณ์เชิงลึกครั้งละ 90 นาที ทั้งรูปแบบออนไลน์และการพบปะต่อหน้า





