วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

เปิดชื่อบอร์ด 3 คน ต่อพงศ์-ณัฐธร-สมภพ ตัวแปรเปลี่ยนการประชุม กสทช.?

จับตาประชุม กสทช. 11 ส.ค.69 หลังองค์ประชุมล่มต่อเนื่อง 3 ครั้งใน 2 สัปดาห์ ปมสถานะ “หมอสรณ” ยังไม่จบ กรรมการ 3 คน ที่เหลืออาจเป็นตัวแปรสำคัญว่าจะปลดล็อกองค์ประชุมหรือเดินหน้าสู่ทางตันต่อ

สถานการณ์ภายในคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ยังคงอยู่ในภาวะชะงักงัน หลังการประชุมคณะกรรมการล่มต่อเนื่องถึง 3 นัดภายในช่วงเวลาเพียง 2 สัปดาห์ จากปัญหาความเห็นต่างเกี่ยวกับสถานะทางกฎหมายของ ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช.

ปมสำคัญเกิดขึ้นหลังคณะกรรมการสรรหา กสทช. มีคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ว่า ศ.คลินิก นพ.สรณ มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย และถือว่าสละสิทธิ์การเข้ารับตำแหน่ง กสทช. ตั้งแต่ต้น ขณะที่ “หมอสรณ” ยังคงยืนยันว่าตนเองมีหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป จนกว่าจะมีการโปรดเกล้าฯ ให้พ้นจากตำแหน่ง

ความเห็นที่แตกต่างดังกล่าวส่งผลโดยตรงต่อการประชุม กสทช. โดยกรรมการ 3 คน ได้แก่

  • รศ.ดร.ศุภัช ศุภชลาศัย
  • พล.อ.ท.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ
  • ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต

ได้แสดงจุดยืนไม่เข้าร่วมประชุมร่วมกับ ศ.คลินิก นพ.สรณ เนื่องจากเห็นว่าการเข้าร่วมประชุม รวมถึงการลงมติในที่ประชุม อาจมีความเสี่ยงทางกฎหมาย และอาจก่อให้เกิดผลกระทบในวงกว้างที่ไม่สามารถแก้ไขหรือชดเชยได้ภายหลัง

ตลอดการประชุมที่ผ่านมา ทั้ง 3 คนจึงเดินออกจากห้องประชุม ส่งผลให้องค์ประชุมไม่ครบ ขณะที่ ศ.คลินิก นพ.สรณ ยังคงยืนยันเปิด และดำเนินการประชุมตามปกติ

ตามระเบียบ กสทช. ว่าด้วยข้อบังคับการประชุม กำหนดให้องค์ประชุมต้องมีกรรมการเข้าร่วมเกินกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด 7 คน หรืออย่างน้อย 4 คน ทำให้หลังกรรมการ 3 คนไม่เข้าร่วมประชุม เกมจึงมาอยู่ที่กรรมการอีก 3 คนที่เหลือ ได้แก่ “ต่อพงศ์-ณัฐธร-สมภพ” ซึ่งพฤติกรรมการเข้าร่วมประชุมในแต่ละครั้งมีความแตกต่างกัน

ย้อนดู 3 นัดก่อนหน้า

การประชุม กสทช. เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 ครั้งที่ 22/2569 พบว่า รศ.ดร.สมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ ลาประชุม ขณะที่ พล.ต.อ.ดร.ณัฐธร เพราะสุนทร และนายต่อพงศ์ เสลานนท์ เข้าร่วมประชุม

จากนั้นในการประชุมวันที่ 5 สิงหาคม 2569 ครั้งที่ 23/2569 รศ.ดร.สมภพ เดินทางมาถึงห้องประชุม แต่เมื่อ ศ.คลินิก นพ.สรณ เดินทางเข้าห้องประชุม ได้ลุกออกจากห้องเป็นคนแรก ส่วน พล.ต.อ.ดร.ณัฐธร เข้าร่วมประชุมผ่านระบบออนไลน์ เนื่องจากติดภารกิจอยู่ต่างจังหวัด ขณะที่นายต่อพงศ์ เข้าร่วมประชุมภายหลังจากการประชุมล่มลงแล้ว เนื่องจากองค์ประชุมไม่ครบ

ส่วนการประชุมวันที่ 6 สิงหาคม 2569 ซึ่งเป็นการประชุมครั้งที่ 23/2569 ต่อเนื่อง รศ.ดร.สมภพ ไม่ได้เข้าร่วมประชุม โดยยื่นใบลากิจ ขณะที่ พล.ต.อ.ดร.ณัฐธร เข้าร่วมประชุมผ่านระบบออนไลน์ และนายต่อพงศ์ไม่ได้เข้าร่วมประชุม โดยยื่นใบลาป่วย

พฤติการณ์ดังกล่าวทำให้การประชุม กสทช. ยังไม่สามารถเดินหน้าต่อได้ และล่าสุดองค์ประชุมล่มไปแล้ว 3 ครั้งในช่วงเวลาเพียง 2 สัปดาห์

จับตา “3 ตัวแปร” ประชุม 11 ส.ค.69

สำหรับการประชุม กสทช. วันที่ 11 สิงหาคม 2569 จึงถือเป็นอีกหนึ่งนัดสำคัญ เพราะต้องจับตาว่า รศ.ดร.สมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ พล.ต.อ.ดร.ณัฐธร เพราะสุนทร และนายต่อพงศ์ เสลานนท์ จะเข้าร่วมประชุมพร้อมกันหรือไม่ หลังจากที่ผ่านมาแต่ละคนมีรูปแบบการเข้าร่วมประชุมแตกต่างกัน ทั้งการเข้าประชุมในห้อง การประชุมผ่านระบบออนไลน์ การเดินออกจากห้องประชุม และการยื่นลา

โดยทั้ง 3 คนยังไม่ได้แสดงจุดยืนต่อสาธารณะอย่างชัดเจนว่า จะเข้าร่วมประชุมภายใต้สถานการณ์ที่ประธาน กสทช. ยังเป็น ศ.คลินิก นพ.สรณ หรือไม่ ทำให้การตัดสินใจของทั้ง 3 คนกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่จะชี้ว่า กสทช. จะสามารถกลับมามีองค์ประชุมครบตามกฎหมาย หรือยังต้องเผชิญกับภาวะประชุมล่มต่อไป

ประเด็นจึงไม่ได้อยู่เพียงว่า “หมอสรณ” จะยังเดินหน้าปฏิบัติหน้าที่ประธาน กสทช. ต่อหรือไม่ แต่ยังอยู่ที่การตัดสินใจของกรรมการที่เหลือว่าจะเลือกเข้าร่วมประชุม และทำให้องค์ประชุมครบ หรือหลีกเลี่ยงการเข้าร่วมเพื่อป้องกันความเสี่ยงทางกฎหมาย

หากการประชุมยังไม่สามารถเดินหน้าได้ ย่อมไม่ได้กระทบเพียงการประชุมแต่ละนัด แต่ยังอาจส่งผลต่อการพิจารณาเรื่องสำคัญของ กสทช. และเพิ่มแรงกดดันให้ต้องเร่งหาทางออกต่อปัญหาสถานะของประธาน เพื่อไม่ให้หน่วยงานกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคม และกิจการกระจายเสียงของประเทศเข้าสู่ภาวะสุญญากาศจากการตัดสินใจ

ดังนั้น ชื่อของ “ต่อพงศ์-ณัฐธร-สมภพ” จึงกลายเป็น 3 ตัวแปรสำคัญของการประชุม กสทช. ครั้งนี้ เพราะเพียงการตัดสินใจของกรรมการบางคนว่าจะเข้าหรือไม่เข้าร่วมประชุม อาจเป็นตัวชี้ขาดว่า กสทช. จะสามารถปลดล็อกวิกฤติองค์ประชุม หรือเดินหน้าสู่ทางตันจากการประชุมล่มเป็น ครั้งที่ 4

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์