วันพุธ ที่ 15 กรกฎาคม 2569

Login
Login

AIS ดันเมืองทองธานีสู่ ‘เมกะสมาร์ตซิตี้’ เชื่อมสังคมอัจฉริยะบนอาณาจักร 4,000 ไร่

นายปรัธนา ลีลพนัง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS เปิดเผยว่า บริษัทได้ร่วมกับบริษัท บางกอกแลนด์ จำกัด (มหาชน) วางโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอัจฉริยะทั่วพื้นที่เมืองทองธานีกว่า 4,000 ไร่ เพื่อพัฒนาสู่โครงการ Smart & Connected City ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในลักษณะเมืองครบวงจรซึ่งบริหารโดยภาคเอกชน

โครงการดังกล่าวดำเนินงานภายใต้แนวคิด “Muang Thong NEXT: The Smart & Connected City” โดยมีเป้าหมายยกระดับเมืองทองธานีจากศูนย์กลางการประชุม คอนเสิร์ต และอีเวนต์ระดับประเทศ ไปสู่ Hub Connectivity City ซึ่งเชื่อมโยงการอยู่อาศัย การทำงาน การศึกษา ความบันเทิง ธุรกิจ การเดินทาง และการรักษาความปลอดภัยไว้ในระบบเดียวกัน

ทั้งนี้ เมืองทองธานีมีผู้คนเดินทางเข้า-ออกพื้นที่รวมประมาณ 2.2 ล้านคน สะท้อนถึงความหนาแน่นและความหลากหลายของการใช้งานภายในเมือง ตั้งแต่ประชาชนที่พักอาศัยอยู่ในบ้านและคอนโดมิเนียม พนักงานในอาคารสำนักงาน นักเรียน นักศึกษา ผู้ประกอบการ ตลอดจนผู้เข้าร่วมงานแสดงสินค้า การประชุม และคอนเสิร์ตขนาดใหญ่

ดังนั้น การลงทุนครั้งนี้จึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเพิ่มสัญญาณโทรศัพท์ แต่ครอบคลุมตั้งแต่เครือข่าย 5G Advanced อินเทอร์เน็ตไฟเบอร์ WiFi 7 ศูนย์ข้อมูล คลาวด์ ปัญญาประดิษฐ์ ไปจนถึงระบบข้อมูลกลางสำหรับบริหารเมืองแบบเรียลไทม์

AIS ดันเมืองทองธานีสู่ ‘เมกะสมาร์ตซิตี้’ เชื่อมสังคมอัจฉริยะบนอาณาจักร 4,000 ไร่

'เมืองทอง'สมาร์ตซิตี้ใหญ่ที่สุด

นายปรัธนา กล่าวว่า เมืองทองธานีถือเป็นโครงการ Dedicated Infrastructure หรือโครงสร้างพื้นฐานที่ออกแบบเฉพาะพื้นที่ ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดของ AIS เมื่อพิจารณาทั้งพื้นที่กว่า 4,000 ไร่ จำนวนผู้ใช้งาน และความหลากหลายของระบบนิเวศภายในเมือง

พื้นที่ดังกล่าวประกอบด้วยบ้านพักอาศัย คอนโดมิเนียม อาคารสำนักงาน ศูนย์ประชุม ศูนย์แสดงสินค้า สนามกีฬา พื้นที่ค้าปลีก สถานศึกษา หน่วยงานภาครัฐ และพื้นที่สาธารณะ จึงมีลักษณะใกล้เคียงกับเมืองขนาดย่อมที่ต้องรองรับกิจกรรมหลายรูปแบบพร้อมกัน

เมืองทองธานีเป็นโครงการที่ใหญ่ที่สุดในเชิง Compound Smart City เพราะครอบคลุมพื้นที่กว่า 4,000 ไร่ และมีองค์ประกอบแทบทุกมิติอยู่ภายในเมืองเดียวกัน”

ก่อนหน้านี้ AIS มีประสบการณ์วางและบริหารโครงสร้างพื้นฐานภายในนิคมอุตสาหกรรม ศูนย์ประชุม และอาคารคอมเพล็กซ์หลายแห่ง อย่างไรก็ตาม โครงการเมืองทองธานีมีความแตกต่างตรงที่ต้องเชื่อมต่อทุกระบบตั้งแต่ระดับครัวเรือน อาคารสำนักงาน พื้นที่ธุรกิจ ไปจนถึงสถานที่จัดกิจกรรมที่มีผู้เข้าร่วมพร้อมกันหลายหมื่นคน

นอกจากนี้ การพัฒนาดังกล่าวยังสะท้อนการขยายบทบาทของ AIS จากผู้ให้บริการเครือข่ายโทรคมนาคม ไปสู่การเป็น National Intelligent Infrastructure ซึ่งใช้โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเป็นฐานสนับสนุนการเติบโตของเมือง ธุรกิจ และประชาชนอย่างเป็นระบบ

นายปรัธนา ระบุว่า ความสำเร็จของสมาร์ตซิตี้ไม่ควรวัดจากจำนวนอุปกรณ์หรือเทคโนโลยีที่นำมาติดตั้ง แต่ต้องวัดจากประโยชน์ที่ประชาชนและภาคธุรกิจสัมผัสได้จริง ทั้งความสะดวกในการเดินทาง คุณภาพการสื่อสาร ความปลอดภัย และการเข้าถึงบริการต่าง ๆ ภายในเมือง

AIS ดันเมืองทองธานีสู่ ‘เมกะสมาร์ตซิตี้’ เชื่อมสังคมอัจฉริยะบนอาณาจักร 4,000 ไร่

ชูแนวคิด Live–Work–Play–Learn

ด้านนายพอลล์ กาญจนพาสน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บางกอกแลนด์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า โครงสร้างพื้นฐานดังกล่าวจะช่วยสนับสนุนแนวคิด Live–Work–Play–Learn เชื่อมโยงการอยู่อาศัย การทำงาน ความบันเทิง และการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นภายในพื้นที่เดียวกันอย่างต่อเนื่อง

ความท้าทายสำคัญของเมืองทองธานีคือจำนวนผู้คนเข้า-ออกพื้นที่ประมาณ 2.2 ล้านคน ประกอบกับมีทั้งประชากรที่พักอาศัยประจำและผู้เข้าร่วมกิจกรรมซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในบางช่วงเวลา โดยเฉพาะวันที่มีงานแสดงสินค้า การประชุม หรือคอนเสิร์ตขนาดใหญ่

แม้พื้นที่เมืองทองธานีจะมีโครงข่ายโทรศัพท์ให้บริการอยู่แล้ว แต่โครงสร้างอาคารและขนาดพื้นที่ทำให้สัญญาณบางส่วนยังเข้าไม่ถึงทุกจุด ขณะที่สถานที่จัดงานขนาดใหญ่ต้องรองรับผู้ใช้งานพร้อมกันหลายหมื่นคน ส่งผลให้โครงข่ายเดิมอาจไม่เพียงพอต่อรูปแบบการใช้งานในปัจจุบัน

พื้นที่ขนาดใหญ่และมีผู้ใช้งานจำนวนมาก ไม่ใช่ทุกซอกทุกมุมที่โครงสร้างพื้นฐานเดิมจะเข้าไปถึงได้ทั้งหมด นี่คือเหตุผลที่ต้องยกระดับระบบขึ้นมาใหม่”

AIS ดันเมืองทองธานีสู่ ‘เมกะสมาร์ตซิตี้’ เชื่อมสังคมอัจฉริยะบนอาณาจักร 4,000 ไร่

เนรมิตโครงข่ายดิจิทัลรับดีมานด์

นายปรัธนา เสริมว่า AIS จึงเตรียมวางเครือข่าย 5G ให้ครอบคลุมพื้นที่ พร้อมยกระดับสู่ 5G Advanced ด้วยเทคโนโลยีรวมคลื่นความถี่ เพื่อเพิ่มความเร็ว ลดความหน่วง และขยายความสามารถในการรองรับผู้ใช้งานจำนวนมากพร้อมกัน

สำหรับพื้นที่อิมแพ็ค อารีน่า ศูนย์ประชุม และศูนย์แสดงสินค้า โครงข่ายใหม่จะรองรับการไลฟ์สตรีม การถ่ายทอดสดคุณภาพสูงแบบเรียลไทม์ Immersive Experience, Extended Reality หรือ XR และเทคโนโลยีโฮโลแกรม ตลอดจนการชำระเงินและการทำกิจกรรมดิจิทัลภายในงาน

ขณะเดียวกัน AIS จะพัฒนาระบบ WiFi และต่อยอดบริการ 5G VIP Ultra รวมถึง Boost Mode บนเครือข่าย 5G Standalone หรือ 5G SA เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานสำหรับผู้เข้าร่วมงาน ผู้จัดงาน และผู้ประกอบการที่ต้องทำธุรกรรมพร้อมกันจำนวนมาก

นอกจากนี้ ยังเตรียมขยายบริการ AIS 3BB Fibre3 ผ่านระบบ Fiber to the Home และ Fiber to the Room ให้เข้าถึงบ้าน คอนโดมิเนียม และห้องพัก พร้อมนำมาตรฐาน WiFi 7 มาใช้รองรับบริการ Smart Home การทำงานจากบ้าน การแพทย์ทางไกล และระบบติดตามสุขภาพจากระยะไกล

AIS ดันเมืองทองธานีสู่ ‘เมกะสมาร์ตซิตี้’ เชื่อมสังคมอัจฉริยะบนอาณาจักร 4,000 ไร่

5G Advanced เชื่อมทุกพื้นที่ได้

นายปรัธนา กล่าวว่า การยกระดับเมืองทองธานีจะเชื่อมโยงเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ อินเทอร์เน็ตบ้าน คลาวด์ ศูนย์ข้อมูล และโซลูชันองค์กรเข้าด้วยกัน เพื่อให้โครงสร้างพื้นฐานสามารถรองรับทั้งผู้บริโภคทั่วไปและภาคธุรกิจ

ในส่วนของภาคธุรกิจ AIS จะนำโซลูชัน Hyper Connectivity, Sovereign Cloud, Data Center และ AI Solutions เข้ามาสนับสนุนอาคารสำนักงานและผู้ประกอบการ เพื่อให้สามารถปรับเปลี่ยนองค์กรเข้าสู่ระบบดิจิทัลได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

โครงสร้างพื้นฐานดังกล่าวยังรองรับการเชื่อมต่อกับผู้ให้บริการคลาวด์ระดับโลก การวิเคราะห์ข้อมูล และบริการ Managed Service จากทีมผู้เชี่ยวชาญ โดยมีเป้าหมายช่วยให้ผู้ประกอบการนำข้อมูลมาออกแบบบริการใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และสร้างโอกาสทางธุรกิจเพิ่มเติม

ขณะเดียวกัน AIS จะต่อยอดไปสู่ระบบบริหารเมืองอัจฉริยะ ครอบคลุม AI CCTV ระบบควบคุมการเข้าออกอัจฉริยะ ระบบจัดการจราจร ป้ายดิจิทัล Smart Meter อุปกรณ์ IoT ระบบชำระเงินดิจิทัล ห้องสมุดดิจิทัล ห้องเรียนเสมือน และระบบรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์

เสร็จครบทั้งระบบภายใน 12 เดือน

สำหรับมูลค่าการลงทุนในโครงการ นายปรัธนาไม่ได้เปิดเผยตัวเลข เนื่องจาก AIS อยู่ในช่วง Silent Period อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าโครงการนี้อาจถือเป็นหนึ่งในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเฉพาะพื้นที่ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดของบริษัท

บางส่วนเริ่มให้บริการแล้ว และภายใน 12 เดือน โครงสร้างพื้นฐานทั้งหมดจะเสร็จสมบูรณ์รฃ 100%

ทั้งนี้ การดำเนินงานจะทยอยพัฒนาตามลักษณะพื้นที่ โดยระบบบางส่วนเริ่มให้บริการแล้ว ขณะที่การติดตั้งเครือข่ายและระบบต่าง ๆ ทั่วพื้นที่กว่า 4,000 ไร่ คาดว่าจะแล้วเสร็จครบถ้วนภายในระยะเวลาประมาณ 1 ปี

AIS ตั้งเป้าผลักดันเมืองทองธานีให้เป็นต้นแบบ Smart & Connected City ขนาดใหญ่ที่สุดของภาคเอกชน ซึ่งสามารถเชื่อมโยงประชาชน ธุรกิจ การศึกษา การเดินทาง ความปลอดภัย และบริการดิจิทัลไว้ด้วยกัน พร้อมยกระดับพื้นที่สู่ Hub Connectivity City และพื้นที่เศรษฐกิจอัจฉริยะแห่งอนาคตของจังหวัดนนทบุรีและประเทศไทย

AIS ดันเมืองทองธานีสู่ ‘เมกะสมาร์ตซิตี้’ เชื่อมสังคมอัจฉริยะบนอาณาจักร 4,000 ไร่