'ทรู'ย้ำการพัฒนา AI ต้องเดินควบคู่การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ความปลอดภัย และความเป็นธรรม พร้อมผลักดันแนวคิด AI Sovereignty เสริมศักยภาพไทยกำกับดูแลและเลือกใช้ AI ได้อย่างเหมาะสมกับบริบทประเทศ ชู True CyberSafe ใช้ AI ป้องกันภัยไซเบอร์ ตรวจจับลิงก์อันตรายกว่า 7.5 ล้านครั้งต่อวัน ครอบคลุมผู้ใช้งานกว่า 50 ล้านราย
การพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในยุคดิจิทัล ไม่ได้วัดกันเพียงความสามารถหรือความแม่นยำของโมเดล แต่ต้องคำนึงถึงความรับผิดชอบ ความปลอดภัย และการเคารพสิทธิของผู้ใช้งานควบคู่กัน
บนเวที AI Governance Week 2026 ภายใต้หัวข้อ Connecting the Right Dots: Red Teaming for Robust and Responsible AI ซึ่งจัดโดยสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA)
นายมนตรี สถาพรกุล หัวหน้าฝ่ายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ทรูในฐานะองค์กรที่มุ่งสู่การเป็น AI First Organization ให้ความสำคัญกับ Responsible AI ในฐานะหลักสำคัญของการดำเนินธุรกิจ ไม่ใช่เพียงการปฏิบัติตามกฎระเบียบ แต่ครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบระบบ การใช้ข้อมูล การประเมินความเสี่ยง และการจัดการผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อผู้คนและสังคม
ทรูมองว่าการทดสอบ AI ต้องครอบคลุมมากกว่าความแม่นยำของโมเดล แต่ต้องประเมินคุณภาพข้อมูล ความเสี่ยงด้านอคติ ความเป็นธรรม ความสามารถในการอธิบายผลลัพธ์ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ความมั่นคงปลอดภัย รวมถึงการป้องกันการนำ AI ไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ โดยเฉพาะโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ที่ควรผ่านการทดสอบกับภาษาไทย กฎหมาย วัฒนธรรม และบริบทการใช้งานจริงของประเทศ
นายมนตรีกล่าวว่า คำถามสำคัญไม่ใช่เพียงว่า AI ทำงานได้หรือไม่ แต่ต้องตอบให้ได้ว่า AI สามารถทำงานได้อย่างปลอดภัย เป็นธรรม และเหมาะสมกับบริบทของคนไทยหรือไม่
ด้านการประยุกต์ใช้ AI ทรูยกตัวอย่าง True CyberSafe ซึ่งนำ AI มาใช้ยกระดับการป้องกันภัยไซเบอร์ โดยสามารถตรวจจับลิงก์ต้องสงสัยได้มากกว่า 7.5 ล้านครั้งต่อวัน ครอบคลุมผู้ใช้งานกว่า 50 ล้านราย พร้อมให้ความคุ้มครองภัยไซเบอร์ระดับพื้นฐานบนเครือข่ายโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เพื่อให้ผู้ใช้ทุกคนเข้าถึงการป้องกันที่จำเป็น ขณะที่ผู้ที่ต้องการความคุ้มครองเพิ่มเติมสามารถเลือกใช้บริการเสริมได้
นอกจากนี้ ทรูยังผลักดันแนวคิด AI Sovereignty หรือการเสริมศักยภาพของประเทศในการทำความเข้าใจ เลือกใช้ ทดสอบ และกำกับดูแล AI ให้สอดคล้องกับผลประโยชน์ของประเทศ โดยไม่ได้หมายถึงการพัฒนาเทคโนโลยีทุกอย่างเอง หรือปิดกั้นนวัตกรรมจากต่างประเทศ แต่เป็นการสร้างขีดความสามารถในการประเมินความเสี่ยงและตัดสินใจเลือกใช้เทคโนโลยีได้อย่างเหมาะสม
ทั้งนี้ การสร้าง AI Sovereignty จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคธุรกิจ สถาบันการศึกษา และผู้พัฒนาเทคโนโลยี เพื่อร่วมพัฒนามาตรฐาน ระบบทดสอบ และ Sandbox ที่สะท้อนภาษา กฎหมาย และบริบทของสังคมไทย รองรับการพัฒนานวัตกรรมอย่างปลอดภัย
นายมนตรีกล่าวทิ้งท้ายว่า การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและ Responsible AI เป็นหลักการที่ทรูนำมาใช้ตลอดวงจรการพัฒนาเทคโนโลยี ตั้งแต่การออกแบบ พัฒนา ทดสอบ จนถึงการใช้งานจริง เพื่อให้นวัตกรรมเติบโตบนพื้นฐานของความปลอดภัย ความเป็นธรรม และความไว้วางใจ
เราเชื่อว่าในยุค AI ผู้นำด้านเทคโนโลยีจะไม่ได้วัดกันที่การพัฒนา AI ได้เร็วที่สุด แต่คือการสร้างเทคโนโลยีที่ผู้คนเชื่อมั่นและสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างรับผิดชอบและยั่งยืน


