LINE MAN เดินหน้าขยายระบบนิเวศรถยนต์ไฟฟ้า ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนคนขับรถ EV อีกกว่า 3,000 คนภายในสิ้นปี 2569 ผ่านโมเดลเช่ารถเพื่อลดต้นทุนการประกอบอาชีพ พร้อมทดลองเปิดบริการเรียกรถ EV ผ่านฟีเจอร์ใหม่ “Comfort” ในบางพื้นที่ของกรุงเทพฯ และปริมณฑล
ยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai กล่าวว่า ปัจจัยสำคัญของธุรกิจเรียกรถในระยะยาวคือการมีเครือข่ายคนขับที่มีคุณภาพและสามารถประกอบอาชีพบนแพลตฟอร์มได้อย่างยั่งยืน
บริษัทจึงเลือกลงทุนในโมเดลเช่ารถยนต์ไฟฟ้าเพื่อลดต้นทุนของคนขับ ซึ่งช่วยให้รายได้สุทธิเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันผู้โดยสารได้รับบริการที่มีคุณภาพมากขึ้น
หลังเปิดให้บริการรถยนต์ไฟฟ้าบน LINE MAN RIDE เมื่อเดือนกรกฎาคม 2568 สามารถขยายจำนวนรถ EV ได้อย่างต่อเนื่องภายในระยะเวลา 10 เดือน จึงเดินหน้าขยายความร่วมมือกับพันธมิตรด้านรถยนต์ไฟฟ้า โดยตั้งเป้าเพิ่มคนขับรถ EV อีกกว่า 3,000 คนภายในสิ้นปี 2569
พร้อมกันนี้สนับสนุนให้คนขับได้รับใบอนุญาตขับรถสาธารณะตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงคมนาคม เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของบริการ
ควบคู่กับการเพิ่มจำนวนรถ EV บริษัทเริ่มทดลองฟีเจอร์ "Comfort" ซึ่งเป็นบริการเรียกรถประเภทใหม่บน LINE MAN RIDE ให้ผู้โดยสารสามารถเลือกใช้บริการรถยนต์ไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่โดยสารกว้างขวาง ในราคาที่เข้าถึงได้ โดยเริ่มให้บริการในบางพื้นที่ของกรุงเทพฯ และปริมณฑล ก่อนทยอยขยายพื้นที่ให้บริการในอนาคต
จากผลการทดลองให้บริการ พบว่าฟีเจอร์ดังกล่าวมีอัตราการใช้บริการซ้ำเพิ่มขึ้น และคาดว่ายอดการใช้บริการเรียกรถ EV ผ่านฟีเจอร์นี้จะเติบโต 10 เท่าภายในสิ้นปี 2569 เมื่อเทียบกับช่วงเริ่มทดลองให้บริการในเดือนกรกฎาคม 2569
ข้อมูลของ LINE MAN RIDE ยังระบุว่า รถยนต์ไฟฟ้าช่วยลดต้นทุนด้านเชื้อเพลิงของคนขับได้มากกว่า 60% หรือเฉลี่ยประมาณ 7,000 บาทต่อเดือนต่อคัน เมื่อเทียบกับรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป ส่งผลให้คนขับมีรายได้สุทธิเพิ่มขึ้นกว่า 30% เมื่อเทียบกับการขับแท็กซี่ทั่วไป
เพื่อสนับสนุนการเข้าถึงรถ EV บริษัทได้พัฒนาโมเดลเช่ารถสำหรับผู้ขับเต็มเวลา โดยใช้เงินเริ่มต้น 4,000 บาท พร้อมการันตีรายได้ขั้นต่ำสำหรับผู้ขับที่เข้าเงื่อนไข สนับสนุนการขอใบอนุญาตขับรถสาธารณะ และเปิดโอกาสให้ผู้ขับสามารถเป็นเจ้าของรถได้เมื่อเช่าครบ 6 ปี
ปัจจุบัน LINE MAN RIDE ร่วมมือกับพันธมิตรด้านรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อช่วยลดอุปสรรคในการเข้าสู่อาชีพ เปิดโอกาสให้ผู้ที่ไม่มีรถสามารถเริ่มขับได้ทันที พร้อมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการเติบโตของระบบนิเวศรถ EV ในระยะยาว
สถิติพบว่า รถยนต์ไฟฟ้าบนแพลตฟอร์มมีระยะทางวิ่งเฉลี่ยมากกว่า 5,000 กิโลเมตรต่อเดือนต่อคัน สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 0.75 ตันต่อเดือน และปัจจุบันช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) สะสมแล้วกว่า 3,500 ตัน เทียบเท่ากับการนำรถยนต์กว่า 750 คันออกจากท้องถนนตลอดทั้งปี
นอกจากการขยายเครือข่ายรถ EV แล้ว LINE MAN RIDE เดินหน้าพัฒนาบริการภายใต้แนวคิด "ราคาถูก ปลอดภัย" โดยเพิ่มฟีเจอร์สำหรับผู้ใช้งาน เช่น Chat Stickers สำหรับสื่อสารกับคนขับ และ QR Payment สำหรับชำระเงิน
พร้อมระบบด้านความปลอดภัย ได้แก่ การติดตามการเดินทางแบบเรียลไทม์ (Trip Tracking) การตรวจสอบประวัติคนขับ ประกันคุ้มครองผู้ขับและผู้โดยสาร ระบบประเมินคะแนนแบบไม่เปิดเผยตัวตน และเป็นแอปพลิเคชันที่ผ่านการรับรองจากกรมการขนส่งทางบก


