บอร์ด กสทช. อนุมัติคำขอใช้สิทธิตามมาตรา 39 ให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคม 5 ราย เดินหน้าก่อสร้างท่อร้อยสายสื่อสารใต้ดิน และโครงข่ายเคเบิลใต้น้ำ ครอบคลุมหลายจังหวัดทั่วประเทศ รองรับการขยายโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายโทรคมนาคม
คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) มีมติเห็นชอบคำขอใช้สิทธิตามมาตรา 39 แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2544 ให้ผู้ประกอบการโทรคมนาคมหลายรายดำเนินการก่อสร้างท่อร้อยสายสื่อสารใต้ดิน รวมถึงอนุมัติการเดินสายเคเบิลใต้น้ำ เพื่อรองรับการขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลของประเทศ
นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ และรักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. เปิดเผยภายหลังการประชุม กสทช. ครั้งที่ 20/2569 เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาวาระสำคัญเกี่ยวกับการใช้สิทธิในการปักหรือตั้งเสา เดินสาย วางท่อ และติดตั้งอุปกรณ์สำหรับการให้บริการโทรคมนาคม ตามมาตรา 39 ของ พ.ร.บ.การประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544
ที่ประชุมมีมติเห็นชอบคำขอของบริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล เกทเวย์ จำกัด ให้ดำเนินโครงการเดินสายเคเบิลใต้น้ำ จำนวน 1 คำขอ รวม 4 เส้นทาง ระยะทางรวม 67.60 กิโลเมตร โดยเป็นการวางสายเคเบิลใต้ท้องทะเลฝั่งอันดามัน จากจังหวัดสตูลไปจนถึงสุดเขตน่านน้ำไทย เพื่อรองรับการเชื่อมต่อโครงข่ายสื่อสารระหว่างประเทศ
นอกจากนี้ กสทช. ยังอนุมัติคำขอสร้างท่อร้อยสายสื่อสารใต้ดินของผู้ให้บริการโทรคมนาคม 4 ราย รวม 12 คำขอ ครอบคลุมหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ประกอบด้วย
- บริษัท ทรู อินเทอร์เน็ต คอร์ปอเรชั่น จำกัด ได้รับอนุมัติ 3 โครงการ ได้แก่ การก่อสร้างท่อร้อยสายสื่อสารใต้ดินบนทางหลวงหมายเลข 304 จังหวัดนครราชสีมา ทางหลวงหมายเลข 202 จังหวัดยโสธร และทางหลวงหมายเลข 232 จังหวัดร้อยเอ็ด รวมระยะทาง 0.40 กิโลเมตร
- บริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด ได้รับอนุมัติ 2 โครงการ ได้แก่ บริเวณทางหลวงหมายเลข 210 จังหวัดหนองบัวลำภู และทางหลวงหมายเลข 1081 จังหวัดน่าน รวมระยะทาง 3.81 กิโลเมตร
- บริษัท จัสเทล เน็ทเวิร์ค จำกัด ได้รับอนุมัติ 5 โครงการ สำหรับการดันท่อลอดใต้ถนนบริเวณทางหลวงหมายเลข 34 ถนนเทพรัตน ทั้งฝั่งขาเข้าและขาออก รวมถึงการเชื่อมต่อโครงข่ายกับทางด่วนบูรพาวิถี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายสื่อสารในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล
- บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็นที ได้รับอนุมัติ 2 คำขอ ครอบคลุม 4 เส้นทาง ประกอบด้วยโครงการสร้างท่อร้อยสายสื่อสารใต้ดินในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และสระบุรี ระยะทาง 2.22 กิโลเมตร และโครงการก่อสร้างท่อร้อยสายเคเบิลใต้ดินพร้อมบ่อพัก และเสา Riser ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี รวมทั้งโครงการสร้างท่อร้อยสายสื่อสารเพิ่มเติม ระยะทาง 1.44 กิโลเมตร
การอนุมัติครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมของประเทศ โดยเฉพาะการขยายโครงข่ายสื่อสารใต้ดิน ซึ่งช่วยเพิ่มความมั่นคงของระบบ ลดผลกระทบจากสายสื่อสารพาดอากาศ และรองรับความต้องการใช้งานดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นในอนาคต ขณะเดียวกัน การเดินสายเคเบิลใต้น้ำจะช่วยเสริมศักยภาพการเชื่อมต่อโครงข่ายระหว่างประเทศ และยกระดับความพร้อมของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของภูมิภาค
สำหรับนโยบาย และแผนการดำเนินงานสำคัญด้านโครงสร้างพื้นฐาน และบริการโทรคมนาคมในปี 2569 นายไตรรัตน์ กล่าวว่า นอกจากศึกษาแนวทางการอนุญาตกำกับ และส่งเสริมการประกอบธุรกิจดาต้าเซนเตอร์แล้ว ยังมี และการใช้พลังงานสะอาดเพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero
อีกทั้งยังมีเน้นสนับสนุนการจัดระเบียบสายสื่อสาร และการนำสายสื่อสารลงใต้ดิน ศึกษาแนวทางการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการสร้างท่อร้อยสาย และกำกับอัตราค่าเช่าท่อร้อยอย่างเหมาะสม โดยเน้นการมีส่วนร่วมของภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





