วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

'อธิปไตยดิจิทัล' เสริมอำนาจองค์กร คุมข้อมูล–อนาคตธุรกิจ

อธิปไตยดิจิทัลไม่ใช่แค่การทำตามกฎ แต่คือการที่องค์กร “คุมเกม” ด้วยตัวเอง ตั้งแต่ข้อมูล โครงสร้าง ไปจนถึงความต่อเนื่องธุรกิจ ลดการพึ่งพาผู้ให้บริการ และเปิดทางสู่ความยืดหยุ่นอย่างแท้จริง

KEY POINTS

  • อธิปไตยดิจิทัล คือกลยุทธ์ที่ช่วยให้องค์กรมีอิสระในการดำเนินงาน สามารถควบคุมข้อมูลและความต่อเนื่องทางธุรกิจได้ด้วยตนเอง 
  • อธิปไตยดิจิทัลไม่ควรเป็นกำแพงขวางกั้น แต่ควรเป็นรากฐานที่ให้อิสระองค์กร
  • Red Hat มองว่า 'มาตรฐานเปิด' และซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สเป็นรากฐานสำคัญ 
  • องค์กรควรมีความสามารถในการควบคุมสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างทั่วถึงและเป็นเชิงรุก

อธิปไตยดิจิทัล (Digital sovereignty) คือกลไกเชิงกลยุทธ์ขั้นสูงสุดเพื่อการสร้างและใช้นวัตกรรม

ไม่เพียงช่วยให้องค์กรปฏิบัติตามข้อกำหนดเท่านั้น แต่ยังก้าวสู่อิสรภาพในการดำเนินงานอย่างแท้จริง โดย “องค์กร” เป็นผู้กำหนดความต่อเนื่องทางธุรกิจของตนเองไม่ใช่ผู้ให้บริการคลาวด์

เร้ดแฮทเชื่อว่า อธิปไตยดิจิทัลไม่ควรเป็นกำแพงขวางกั้น แต่ควรเป็นรากฐานที่ให้อิสระองค์กรในการเลือกได้ว่าจะใช้เวิร์กโหลดอย่างไรบนสภาพแวดล้อมแบบไหน

ฮานส์ โรธ รองประธานอาวุโสและผู้จัดการทั่วไป ประจำภูมิภาค EMEA เร้ดแฮท เปิดมุมมองว่า  มาตรการกำกับดูแลระดับสากล ได้ยกระดับความสำคัญของความยืดหยุ่นในการดำเนินงานและการควบคุมอำนาจเหนือข้อมูลตามเขตอำนาจศาล

แต่เส้นทางสู่ความเป็นอิสระขององค์กรหลายแห่งถูกบดบังด้วยกลุ่มซอฟต์แวร์ที่ไม่เปิดเผยกระบวนการทำงานและยากต่อการตรวจสอบ (black box stacks) ทางเลือกที่จำกัด และข้อมูลที่กระจัดกระจายเป็นไซโล 

วางมาตรฐาน ประเมินความพร้อม

การกำกับดูแลสินทรัพย์ไอทีจะไม่สามารถทำได้หากขาดความเข้าใจที่สมบูรณ์ การประเมินที่ทำได้ด้วยตนเองนี้จะช่วยกำหนดเกณฑ์มาตรฐานที่ชัดเจนและเป็นกลางในการควบคุมงานด้านดิจิทัลในการประเมินขอบเขตงานสำคัญขององค์กรเจ็ดด้านได้แก่

  • อธิปไตยด้านข้อมูล (Data Sovereignty) การควบคุมข้อมูลทั้งสถานที่จัดเก็บทางกายภาพ และการควบคุมตามเขตอำนาจศาล ตลอดวงจรชีวิตของข้อมูล 
  • อธิปไตยด้านเทคนิค (Technical Sovereignty) การควบคุมองค์ประกอบของชุดซอฟต์แวร์ที่ใช้เป็นฐาน
  • อธิปไตยด้านการดำเนินงาน (Operational Sovereignty) ศักยภาพของทีมในการดูแลและกู้คืนระบบโดยไม่ต้องพึ่งพาปัจจัยภายนอก
  • อธิปไตยด้านการรับรอง (Assurance Sovereignty) ความสามารถในการตรวจสอบและยืนยันความถูกต้องสมบูรณ์ของระบบได้อย่างอิสระ
  • การตระหนักถึงซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์ส (Open Source Awareness) การใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนโดยชุมชนเปิดเพื่อลดความเสี่ยงจากการผูกติดกับผู้ให้บริการรายเดียว 
  • การกำกับดูแลโดยผู้บริหาร (Executive Oversight) การวางเป้าหมายด้านอธิปไตยดิจิทัลให้สอดคล้องกับธรรมาภิบาลในระดับผู้นำองค์กร 
  • บริการจัดการระบบ (Managed Services) ความยืดหยุ่นในการเลือกสภาพแวดล้อมในการใช้งานคลาวด์ตามภูมิภาคและดาต้าเซ็นเตอร์ต่าง ๆ ได้อย่างเฉพาะเจาะจง

ชูแนวคิด ‘มาตรฐานเปิด’ เป็นรากฐาน

เมื่อการประเมินเสร็จสิ้น เครื่องมือจะแสดงคะแนนความพร้อมด้านอธิปไตยดิจิทัลขององค์กรโดยจำแนกศักยภาพในปัจจุบันขององค์กรออกเป็น 4 ระยะประกอบด้วย

  • Foundation ระยะเริ่มต้นของการระบุและทำความเข้าใจข้อกำหนดด้านอธิปไตยดิจิทัล  
  • Developing ระยะพัฒนาศักยภาพและเริ่มแก้ไขช่องว่างที่พบ
  • Strategic ระยะที่มีศักยภาพแข็งแกร่งและสามารถนำไปใช้ซ้ำได้กับงานด้านต่างๆ
  • Advanced ระยะที่มีศักยภาพในการควบคุมสินทรัพย์ดิจิทัลทั้งหมดขององค์กรอย่างทั่วถึงและเป็นเชิงรุก

การประเมินนี้จะช่วยกำหนดแผนงานที่นำไปปฏิบัติได้จริง ทั้งแนวทางการปรับปรุงและประเด็นวิจัยที่จำเป็น เพื่อให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายได้พิจารณา

สำหรับเร้ดแฮท มองว่านวัตกรรมแบบเปิดและโอเพ่นไฮบริดคลาวด์เป็นพื้นฐานสำคัญของอธิปไตยดิจิทัล และเชื่อว่ากลยุทธ์ด้านอธิปไตยดิจิทัลจะแข็งแกร่งได้นั้นจะต้องมีโครงสร้างพื้นฐานที่โปร่งใสรองรับเท่านั้น

แต่หากเครื่องมือที่ใช้ในการประเมินเป็นแบบมีกรรมสิทธิ์ องค์กรจะไม่สามารถตรวจสอบความโปร่งใสในการทำงานได้ ซึ่งขัดกับหลักการของความเป็นอิสระอย่างแท้จริงที่ต้องเปิดเผยและชัดเจน

อธิปไตยดิจิทัลจะเกิดขึ้นจริงและจับต้องได้นั้น กลไกการคำนวณเบื้องหลังต้องตรวจสอบที่มาที่ไปได้และเปิดรับการตรวจสอบ