วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

ภาระ 'หนี้ข้อมูล' อุปสรรคใหญ่ การขับเคลื่อนธุรกิจยุค AI

“เอคเซนเชอร์” เผยอินไซต์ความพร้อมด้าน AI ของผู้ให้บริการสื่อสารโทรคมนาคมในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก พบ "ภาระหนี้ข้อมูล" กลายเป็นอุปสรรคใหญ่ ต้องเร่งจัดการเพื่อใช้ AI ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

KEY POINTS

  • "Data Debt" หรือ "หนี้ข้อมูล" เป็นอุปสรรคหลักที่ทำให้การตัดสินใจในธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคมช้าลง 
  • ภาระหนี้ข้อมูลจำนวนมหาศาลเป็นปัญหาสำคัญที่ขัดขวางการนำ AI มาใช้พัฒนานวัตกรรมและขับเคลื่อนธุรกิจ
  • ทางออกคือ การกล้าลงทุนเชิงกลยุทธ์ใน AI โดยมุ่งเน้นในกระบวนการหลัก เช่น ระบบเครือข่ายอัตโนมัติ และ Co-pilot สำหรับฝ่ายขายและบริการ ควบคู่ไปกับการลงทุนด้านเทคโนโลยีและบุคลากร
  • การเอาชนะปัญหาหนี้ข้อมูลและใช้ AI จะช่วยให้ธุรกิจพัฒนาเครือข่ายที่ทำงานได้เอง (Zero-touch) นำเสนอบริการที่ตอบโจทย์ และสร้างโอกาสการเติบโตใหม่ในเศรษฐกิจดิจิทัล

ธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคมต้องจัดการกับ "ภาระหนี้ข้อมูล" เพื่อใช้ AI ให้เกิดประโยชน์สูงสุด…

รายงานการวิจัยเรื่อง "Cracking the Code on Data Debt" โดย เอคเซนเชอร์ (Accenture) ระบุว่า Data Debt หรือภาระหนี้ข้อมูลที่เกิดขึ้นจากการที่ข้อมูลกระจัดกระจายและไม่สอดคล้องกัน เป็นความท้าทายหลักของผู้บริหารธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคมในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

โดย 71% ของผู้บริหารกล่าวว่า การมองไม่เห็นภาพรวมของเครือข่าย รวมถึงผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆ ที่ชัดเจน ทำให้การตัดสินใจช้าลง

เนื่องจากบุคลากรต้องใช้เวลาในการทำความสะอาดข้อมูลมากกว่าการวิเคราะห์ และมีเพียง 2% เท่านั้นที่มีกลยุทธ์จัดการข้อมูลแบบบูรณาการ

ดังนั้นแนวทางการปรับตัว โดยนำพลังของ AI มาใช้เพื่อฝ่าวิกฤติ “กระบวนการ 5 อันดับแรก” ที่ถือเป็น “การเดิมพันเชิงกลยุทธ์” ของธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคม ได้แก่

  • ระบบเครือข่ายที่แก้ปัญหาได้เองโดยอัตโนมัติ (Self-healing Automated Network)
  • ผู้ช่วยด้านเทคนิคของวิศวกรภาคสนาม (Field Engineer TechnicalAssistant) ส่วนหนึ่งของการรับประกันบริการและเครือข่าย (Network & Service Assurance)
  • บริการ Agent Co-Pilot ส่วนหนึ่งของการบริหารประสบการณ์และดูแลลูกค้า (Customer Experience & Care)
  • บริการ Sales Co-Pilot
  • การสร้างเนื้อหาการตลาด ซึ่งอยู่ในความดูแลของฝ่ายการขายและการตลาด

ต้อง 'กล้า' ที่จะเดิมพัน

วิเวก ลูธรา ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายข้อมูลและเอไอ ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอคเซนเชอร์ เปิดมุมมองว่า การมาของ AI นับเป็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่สำหรับการเติบโตของธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคม จากช่วงทศวรรษที่ผ่านมาที่การเติบโตช้ามาก อีกทั้งบางปียังติดลบ

อย่างไรก็ดี การขยายสเกลการใช้ประโยชน์จาก AI นอกจากต้องปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ยังต้องกล้าที่จะเดิมพันเชิงกลยุทธ์โดยโฟกัสที่หัวใจหลักของห่วงโซ่คุณค่าบริษัท

ผู้บริหารระดับสูงต้องมีความเป็นผู้นำสูงและมีวิสัยทัศน์เชิงรุก พร้อมกับความมุ่งมั่นในการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง โดยมีเทคโนโลยีและบุคลากรที่มีความสามารถเป็นสองด้านหลักที่ต้องลงทุน

ที่ผ่านมา การปรับตัวต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี ทำให้หลายบริษัทในธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคม มีโครงสร้างไอทีที่ซับซ้อนและมีภาระด้านเทคนิค (Technical Debt) เพิ่มขึ้น ทั้งระบบเดิมที่ล้าสมัย ต้องใช้งบประมาณไอทีมหาศาล แต่กลับมีความยืดหยุ่นจำกัด

AI ไม่เพียงทำให้ต้องเร่งปรับเทคโนโลยีให้ทันสมัย แต่ยังสร้างโอกาสให้ธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคมมีแต้มต่อ สามารถเปลี่ยนเกมการแข่งขันในตลาด ทว่าภาระหนี้ข้อมูลกำลังเป็นปัญหาที่สำคัญ เพราะมีข้อมูลที่ไม่สอดคล้องกันและมีจำนวนมหาศาลที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนานวัตกรรม

อีกทางหนึ่งเมื่อ AI ช่วยให้การทำงานบางอย่างดำเนินไปได้โดยอัตโนมัติ หรือเข้ามาช่วยเสริมการทำงาน จึงต้องเสริมสร้างทักษะบุคลากรให้เท่าทันด้วย อุตสาหกรรมต้องอาศัยผู้ชำนาญการที่สามารถเชื่อมโยงความเชี่ยวชาญด้านสื่อสารโทรคมนาคมเข้ากับความสามารถของ AI ขั้นสูง

จับตา 'Agentic AI' เปลี่ยนเกม

เทจัส ราว กรรมการผู้จัดการและหัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการเครือข่ายระดับโลก กลุ่มธุรกิจสื่อสาร สื่อ และเทคโนโลยีขั้นสูง เอคเซนเชอร์ วิเคราะห์ว่า Agentic AI จะช่วยให้ธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคม พัฒนาเครือข่ายที่ทำงานได้แบบ Zero-touch หรือปฏิบัติงานเองได้โดยแทบไม่มีการแทรกแซงจากมนุษย์

Agentic AI ไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคม ระบบอัจฉริยะที่สามารถจัดการ เพิ่มประสิทธิภาพ และรักษาความปลอดภัยของโครงสร้างพื้นฐานขององค์กรได้ในเชิงรุกจะทำให้การดําเนินงานมีประสิทธิภาพและยืดหยุ่นมากขึ้น

เมื่อระบบสามารถเรียนรู้และทำงานประสานกันได้อย่างต่อเนื่อง จะลดการหยุดชะงักของการทำงานให้เหลือน้อยที่สุด ส่งมอบบริการเฉพาะบุคคลขั้นสูงได้ (Hyper-personalized) อีกทั้งจะเป็นยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าขึ้นไปอีกขั้น

นอกจากนี้ การใช้ระบบที่ขับเคลื่อนด้วยเจตนา (Intent-driven Operations) ที่เข้าใจความต้องการของผู้ใช้งาน และการแบ่งส่วนเครือข่ายให้เหมาะกับการใช้งานที่หลากหลาย (Network Slicing) ได้แบบเรียลไทม์ จะสร้างรายได้ให้ธุรกิจอีกมาก

ปัจจุบัน 63% ของผู้ให้บริการสื่อสารโทรคมนาคมทั่วโลกมีการลงทุนใน AI Agent โดยส่วนใหญ่อยู่ในขั้นทดลอง ขณะเดียวกันบริษัท 2 ใน 10 มีการใช้ Agent ในห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจแล้ว จึงเป็นโอกาสใหม่ในการเปลี่ยนผ่านเครือข่ายการเชื่อมต่อให้กลายเป็นสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ที่สร้างการเติบโตให้ธุรกิจ

ปูทางสู่ยุคใหม่ 'เศรษฐกิจดิจิทัล'

ทอร์ เบิร์ก กรรมการผู้จัดการอาวุโสและหัวหน้ากลุ่มธุรกิจสื่อสาร สื่อ และเทคโนโลยี ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เอคเซนเชอร์ กล่าวว่า ธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคมมีโอกาสที่จะนำ AI ข้อมูล และระบบอัตโนมัติไปใช้มอบประสบการณ์ที่ราบรื่นไร้รอยต่อและปรับให้เหมาะกับแต่ละบุคคล

พร้อมทั้งเพิ่มผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ เพื่อปกป้องและสร้างการเติบโตที่เกี่ยวข้องกับผู้บริโภคในตลาดที่มีการแข่งขันสูง ขณะเดียวกันช่วยเพิ่มผลิตภาพ สร้างโอกาสใหม่ๆ ในการระดมทุนและเร่งการขยายตัวของธุรกิจในอนาคต

ขณะนี้เห็นได้ชัดว่า ผู้ให้บริการต่างตระหนักถึงศักยภาพของ AI และมีการลงทุนในเทคโนโลยีขั้นสูง โดยทราบดีว่า AI สามารถเร่งทั้งการเติบโตและผลกำไร ทว่ายังคงมีกลุ่มบริษัทเพียงส่วนน้อยที่เป็นผู้นำด้าน AI กำลังลงทุนอย่างหนักและทุ่มเทอย่างต่อเนื่องเพื่อปรับเปลี่ยนธุรกิจด้วย AI

การเติบโตของ AI รวมถึงความต้องการโซลูชันคลาวด์ที่ปลอดภัยและขับเคลื่อนด้วยข้อมูลเป็นโอกาสครั้งใหญ่สำหรับธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคมในการขับเคลื่อนการเติบโต ความไว้วางใจของลูกค้า พร้อมสร้างบทบาทสำคัญในเศรษฐกิจดิจิทัลยุคใหม่