วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

’จีเอเบิล’ มองไอทีปี 2564 จุดพลิกผันบนวิถีใหม่แห่งดิจิทัล

มาถึงวันนี้ การลงทุน ปรับโฉมธุรกิจโดยมีเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นตัวขับเคลื่อนเริ่มดูเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้นในทุกองค์กร ผู้คนเองมีความคุ้นชินกับการใช้งานดิจิทัลแพลตฟอร์มต่างๆ กระทั่งวิถีชีวิตแทบจะอยู่บนโลกออนไลน์ตลอดเวลา...

ชัยยุทธ ชุณหะชา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทจีเอเบิล เปิดมุมมองว่า วิกฤติโควิด 19 ส่งผลกระทบในวงกว้างไปทุกอุตสาหกรรม ทว่าไอทีโชคดีกว่าอุตสาหกรรมอื่นๆ ขณะเดียวกันยังมีเทรนด์การเติบโตในบางเซ็กเตอร์ และจะเติบโตได้มากขึ้นหากสถานการณ์ธุรกิจของลูกค้าปรับตัวดีขึ้น

ที่ผ่านมา กลุ่มธุรกิจที่ผลักดันให้สถานการณ์การลงทุนไอทีในประเทศไทยยังคงเติบโตมาจากการลงทุนของภาครัฐ และธุรกิจการเงินการธนาคาร ซึ่งต่างมองหาวิธีการที่จะปูทางการเติบโตในอนาคต คาดว่าภาพรวมตลาดไอทีไทยจะกลับมาเติบโตได้แบบหวือหวามากขึ้นช่วงปี 2566 เป็นต้นไป

สำหรับเทรนด์เทคโนโลยีที่จะมีอิทธิพลกับภาคธุรกิจประกอบด้วย ดาต้าอนาไลติกส์ ไซเบอร์ซิเคียวริตี้ เอไอ ออโตเมชั่น ขณะที่การลงทุนอินฟราสตรักเจอร์ คลาวด์ เป็นเทคโนโลยีที่ “ต้องมี” ของทุกองค์กร

โดยตลาดที่มีศักยภาพการเติบโตอย่างมากคือ อินฟราสตรักเจอร์แอสอะเซอร์วิส ซึ่งการ์ทเนอร์คาดการณ์ไว้ว่าระหว่างปี 2563-2567 จะเติบโตเฉลี่ย 26% ทุกปี นอกจากนั้นที่น่าสนใจคือการลงทุนพัฒนาระบบบริหารจัดการธุรกิจ เพื่อยกระดับงานหลังบ้าน รวมถึงระบบออโตเมชั่น

ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น 'ต้องมี'

เขากล่าวว่า ลูกค้าจะยังคงเดินหน้าทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นต่อเนื่อง เพื่อทำให้การทำงานราบรื่น ท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน รวมถึงเตรียมความพร้อมสำหรับการเวิร์คฟอรมโฮม เรียนออนไลน์ หลายองค์กรมองเรื่องการเพิ่มรายได้ ลดค่าใช้จ่าย และยังมีโจทย์ใหญ่คือ ลดต้นทุนหรือเวลาการทำงาน

ดังนั้น จากนี้เทคโนโลยีที่จะมีส่วนช่วยอย่างมากคือ บิสิเนสโพรเซสออโตเมชั่น อนาไลติกส์ เอไอ และหลังจากนี้ไซเบอร์ซิเคียวริตี้จะมีความสำคัญกับทุกองค์กรที่ทรานส์ฟอร์มไปสู่ดิจิทัล จีเอเบิลพบว่าองค์กรใน SET100 ต่างจัดสรรงบประมาณการลงทุนด้านไซเบอร์ซิเคียวริตี้กันมากขึ้นแล้ว

“ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นกลายเป็นสิ่งที่ทุกองค์กรต้องมี ไม่ใช่แค่มีก็ดี เพราะถ้าทำไม่ได้อาจส่งผลกระทบแบบทันที หรือทำให้ธุรกิจต้องหยุดชะงักไป อีกทางหนึ่งหากขยับตัวได้ช้าหรือตามหลังคู่แข่ง ย่อมส่งผลโดยตรงต่อความสามารถการแข่งขัน การแข่งขันในโลกธุรกิจหากไม่ใช่ผู้นำ ต้องตามหลังคู่แข่งให้ใกล้ที่สุด”

ขณะที่ต่อไป อีกประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญอย่างมากคือ การพัฒนาประสบการณ์ลูกค้า ที่สามารถตอบโจทย์ได้แบบเฉพาะบุคคล

ปักธงเสริมแกร่งเอสเอ็มอี

ซีอีโอจีเอเบิล วิเคราะห์ว่า องค์กรขนาดใหญ่ส่วนมากมีทรัพยากรและความพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลง ทว่าองค์กรขนาดกลางและขนาดเล็กยังมีข้อจำกัด ทั้งเรื่องต้นทุนและองค์ความรู้ 

ดังนั้นสิ่งที่จะทำให้เกิดความเป็นไปได้ใหม่ๆ จะมาจากโมเดล ซอฟต์แวร์แอสอะเซอร์วิส ที่เพิ่มทางเลือกการลงทุนได้อย่างคุ้มค่า เหมาะกับโจทย์ธุรกิจที่มี

อีกทางหนึ่ง บทบาทของผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีควรมีส่วนช่วยให้การเข้าถึงทำได้มากขึ้น ภายใต้ต้นทุนที่จับต้องได้ ควบคู่ไปกับการให้การศึกษาตลาดอย่างต่อเนื่อง หากไม่เริ่มลงมือเอสเอ็มอีจะแข่งขันลำบากหรือไม่สามารถแข่งขันได้เลย

“จริงอยู่ว่าการทำตลาดองค์กรขนาดใหญ่สามารถสร้างเม็ดเงินได้มากกว่า ทั้งยังมีช่องว่างให้เข้าไปได้อีกมาก ทว่าในอีกแง่หนึ่งเอสเอ็มอีเป็นกลไกสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย หากละเลยไม่เข้าไปช่วยเหลือเลยความเหลื่อมล้ำในสังคมจะยิ่งเพิ่มมากขึ้น ด้านจีเอเบิลเองมองว่าไม่ใช่กลยุทธ์ที่ดีในระยะยาว”

'ขุมพลัง' เทคโนโลยีดิจิทัล

กลุ่มบริษัทจีเอเบิลวางตำแหน่งเป็น “ขุมพลังทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัล” ที่จะช่วยลูกค้าเร่งสปีดในการขับเคลื่อนธุรกิจ ไปสู่จุดหมายได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัยในโลกดิจิทัล”

จากนี้มุ่งขยายโอกาสเพื่อสร้างรายได้ทางธุรกิจใหม่ๆ ที่จะทำให้ส่วนแบ่งทางการตลาดเติบโตอย่างก้าวกระโดดในอีก 3-5 ปีข้างหน้า พร้อมด้วยนวัตกรรมและบริการใหม่ๆ ที่จะตอบโจทย์ลูกค้าในหลากหลายมิติ

พร้อมระบุว่า การลงทุนด้านเทคโนโลยีเป็นสิ่งที่ทุกองค์กรต้องให้ความสำคัญ ในการเริ่มต้นอันดับแรกคือหาให้พบว่า “โจทย์ธุรกิจ” คืออะไร และเริ่มเดินหน้าไปตามนั้น หากธุรกิจพอมีกำลังนับเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่จะปรับปรุงตัวเองและสร้างอาวุธใหม่เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคต