บริษัทรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ระดับโลก “แคสเปอร์สกี้” ระบุปี 2020 เป็นปีแห่ง “แรนซัมแวร์ 2.0 (Ransomware 2.0) ” สำหรับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
’เอเชียแปซิฟิก’เป้าหมายอันดับต้นๆ
แคสเปอร์สกี้ชี้ว่า สิ่งหนึ่งที่ไม่เปลี่ยนแปลงก็คือ ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยังตกเป็นหนึ่งในเป้าหมายอันดับต้นๆ ของ REvil ประเมินจากจำนวนผู้ใช้แคสเปอร์สกี้ที่เกือบตกเป็นเหยื่อที่มีการกำหนดเป้าหมายกว่า 1,764 รายในปี 2563 โดยพบว่าบริษัท 635 ราย (36%) มาจากภูมิภาคนี้ หากมองรายประเทศประเทศ ที่ตกเป็นเป้าหมายมากที่สุดคือ บราซิล ตามมาด้วยเวียดนาม แอฟริกาใต้ จีน และอินเดีย
จากข้อมูลที่เผยแพร่โดยผู้คุกคาม สามารถแบ่งกลุ่มเป้าหมายออกเป็นประเภทอุตสาหกรรมทั่วไปได้หลายประเภท โดยกลุ่มเป้าหมายที่ใหญ่ที่สุดคือวิศวกรรมและการผลิต 30%, ตามด้วยการเงิน 14%, บริการทางวิชาชีพและผู้บริโภค 9% กฎหมาย ไอที โทรคมนาคม และอาหารและเครื่องดื่มได้รับความสนใจเท่าๆ กันที่ 7%
พุ่งเป้าโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ
สำหรับ “JSWorm” เข้าสู่วงการแรนซัมแวร์ในปี 2562 เช่นเดียวกับ REvil มาพร้อมการกระจายทางภูมิศาสตร์ของเหยื่อรายแรกๆ มีความหลากหลายมากกว่า โดยในช่วงเดือนแรกมีการตรวจพบทั่วโลก ในอเมริกาเหนือและใต้ (บราซิล อาร์เจนตินา สหรัฐอเมริกา) ตะวันออกกลางและแอฟริกา (แอฟริกาใต้ ตุรกี อิหร่าน) ยุโรป (อิตาลี ฝรั่งเศส เยอรมนี) และเอเชียแปซิฟิก (เวียดนาม)
จำนวนเหยื่อ JSWorm ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับ REvil แต่ชัดเจนว่าตระกูลแรนซัมแวร์นี้กำลังเร่งสร้างคะแนน โดยรวมแล้วแคสเปอร์สกี้ได้บล็อกการพยายามโจมตีผู้ใช้ 230 รายทั่วโลก แต่ยังคงเพิ่มขึ้น 752% เมื่อเทียบกับช่วงแรกๆ
ผู้เชี่ยวชาญจากแคสเปอร์สกี้สังเกตเห็นการเปลี่ยนความสนใจของกลุ่ม JSWorm ที่มีต่อภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก จากข้อมูลของ KSN ผู้ใช้ในประเทศจีนเกือบจะถูกโจมตีมากที่สุด ตามมาด้วยสหรัฐอเมริกา เวียดนาม เม็กซิโก และรัสเซีย ผู้ใช้องค์กรและบุคคลจำนวนมากกว่าหนึ่งในสาม (39%) ที่กลุ่มนี้ตั้งเป้าหมายไว้เมื่อปีที่แล้วก็อยู่ในเอเชียแปซิฟิกเช่นกัน
เป็นที่ชัดเจนว่า ตระกูลแรนซัมแวร์นี้มีกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่และภาคส่วนสำคัญๆ ทั่วโลก การโจมตี JSWorm เกือบครึ่งหนึ่ง หรือ 41% มีเป้าหมายโจมตีบริษัทด้านวิศวกรรมและอุตสาหกรรมการผลิต, พลังงานและสาธารณูปโภค 10%, การเงิน 10%, บริการทางวิชาชีพและผู้บริโภค 10%, การขนส่ง 7%, และการดูแลสุขภาพ ,7%





