เอสเอ็มอีไทยควรพลิกวิกฤติเป็นโอกาส ด้วยดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น
เน้นการทำงานแบบไฮบริด
เขากล่าวว่า เนื่องจากการเปลี่ยนสภาพแวดล้อมไปสู่การทำงานแบบไฮบริด เอสเอ็มอีในภูมิภาคนี้จึงมีแผนที่จะลงทุนในโซลูชั่นเทคโนโลยีเพื่อรองรับแนวโน้มดังกล่าว
ข้อมูลคาดการณ์ของ Analysys Mason ระบุว่า ยอดใช้จ่ายสะสมในด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที)ของเอสเอ็มอีในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะสูงเกิน 5 แสนล้านดอลลาร์ในช่วงระยะเวลา 5 ปีตั้งแต่ปี 2563 ถึง 2567 โดยจีน ญี่ปุ่น และอินเดีย ครองสัดส่วนสามในสี่ของยอดใช้จ่ายดังกล่าว
ขณะที่ เมื่อพิจารณาแยกตามกลุ่มอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมการผลิตจะครองสัดส่วนกว่าครึ่งหนึ่งของยอดใช้จ่ายด้านไอซีที เมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมภาคเอกชนทั้งหมดในภูมิภาคนี้
“การใช้จ่ายไอทีของธุรกิจเอสเอ็มอีในไทยมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยสัดส่วนกว่าครึ่งหนึ่งมาจากภาคการผลิต ขณะที่เป้าหมายหลักๆ มุ่งนำไปปรับปรุงประสิทธิภาพการเปิดตลาดผลิตภัณฑ์ใหม่สู่ตลาด รวมถึงเพิ่มช่องทางการขาย ขณะเดียวกันให้ความสำคัญเรื่องการเพิ่มศักยภาพพนักงาน”
รายงานดังกล่าวมาจากการสอบถามความคิดเห็นจากผู้บริหารระดับสูงในสายงานธุรกิจและไอทีของเอสเอ็มอี 1,600 ราย ซึ่งมีพนักงาน 50 ถึง 150 คน ใน 8 ประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ได้แก่ ออสเตรเลีย จีน อินเดีย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น สิงคโปร์ เกาหลีใต้ รวมถึงประเทศไทย
มุ่งแพลตฟอร์มออนไลน์
อัญชลี ธูปเกิด ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายธุรกิจคอมเมอเชียล และเอสเอ็มอีของซิสโก้ ประจำประเทศไทยและภูมิภาคอินโดจีน กล่าวเสริมว่า ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่า ปีนี้ธุรกิจเอสเอ็มอีในประเทศไทยให้ความสำคัญไปกับการจัดเตรียมระบบเพื่อรองรับการทำงานจากที่บ้าน รวมถึงการปรับใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ และการอัพเกรดโซลูชั่นไอทีที่ใช้งานอยู่
สำหรับ 3 แนวโน้มสำคัญที่จะผลักดันความเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีและไอทีสำหรับเอสเอ็มอีในปี 2564 ประกอบด้วย 1.การรวมประสบการณ์ออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ เพื่อช่วยให้การมีส่วนร่วม ความพึงพอใจ และความภักดีของลูกค้าดีขึ้น 2.การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีรวมถึงโซลูชั่นคลาวด์เพื่อลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายและ 3.บทบาทของบุคลากรเปลี่ยนจากการเป็นเสมือนเครื่องมือในการทำงานไปสู่ “การสร้างมูลค่า”
ข้อมูลระบุว่า มาตรการล็อคดาวน์และข้อจำกัดด้านความปลอดภัย ส่งผลให้ร้านค้าปลีกและสำนักงานต้องปิดตัวลงเป็นการชั่วคราว การมองหาช่องทางอื่นๆ ในการขายและจัดส่งสินค้าจึงถือเป็นความท้าทายที่เอสเอ็มอีราวครึ่งหนึ่ง (50%) รองลงมาคือปัญหาเรื่องการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานของพนักงาน (44%) และการเพิ่มรายได้ (40%)
ผลการศึกษาเผยอีกว่า ประสบการณ์ลูกค้า (59%) เป็นภารกิจสำคัญสูงสุดสำหรับเอสเอ็มอีในภูมิภาคในการปรับเปลี่ยนสู่ดิจิทัล ขณะที่การใช้เทคโนโลยีเพื่อลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายถือเป็นเป้าหมายทางธุรกิจที่สำคัญที่สุดสำหรับเอสเอ็มอี (18%) ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกในอีก 12 เดือนข้างหน้า





