“พุทธิพงษ์” เผย ผู้ให้บริการอี-คอมเมิร์ซในไทย ตื่นตัวเข้าอบรมพร้อมลงทะเบียนอบรวมเทรนนิ่งกับ “เอ็ตด้า” แล้วกว่า 150 ราย หลังพบ 13 ล้านข้อมูลลูกค้ารั่วไหลช่วงปลายปี 2563 ทั้งทำธุรกรรมออนไลน์-ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ รับตลาดโต 3 ล้านล้าน
นายพุทธิพงษ์ ปุณณ์กันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า ด้วยปัจจัยทางเศรษฐกิจเทคโนโลยีดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และปัจจัยการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ประชาชนทั่วโลกต้องปรับตัว หันมาใช้จ่ายสินค้าผ่านออนไลน์มากยิ่งขึ้น อีกทั้ง ผู้ให้บริการหรือผู้ค้ามีการแข่งขันสูงขึ้น การขายสินค้าโดยไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้านทำให้ราคาของสินค้าถูกลงด้วยเช่นกัน ส่งผลให้ธุรกรรมออนไลน์ (อี-คอมเมิร์ซ) มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดพบว่ามีมูลค่าปีละกว่า 3 ล้านล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ด้วยการทำธุรกรรมทางออนไลน์ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง กระทรวงดิจิทัลฯ จึงเล็งเห็นถึงความสำคัญของข้อมูลลูกค้า โดยภายหลังจากการที่มีข้อมูลลูกค้ารั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคลผ่านแพลตฟอร์มการให้บริการอี-คอมเมิร์ซ และบริษัทขนส่งโลจิสติกส์ถึง 13 ล้านคน เมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา กระทรวงดิจิทัลฯจึงได้มองหมายให้สำนักงานพัฒนาธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (เอ็ตด้า) หน่วยงานในสังกัดกระทรวงดิจิทัลฯ ที่มีบทบาทหน้าที่เกี่ยวข้องโดยตรง ที่เข้าจัดระเบียบธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคล และเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของผู้บริโภค
ทั้งนี้ เอ็ตด้าได้จัดทำโครงการอบรม และลงทะเบียนผู้ประกอบธุรกิจที่ให้บริการแก่ผู้ให้บริการอี-คอมเมิร์ซทันที และมีผู้สนใจร่วมอบรม และลงทะเบียนแล้วกว่า 150 บริษัท โดยผู้ประกอบอี -คอมเมิร์ซ ที่มาอบรมได้ทำข้อตกลงกับเอ็ตด้าคือเมื่อมีการลงทะเบียนแล้ว เอ็ตด้าจะไม่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวให้แก่บุคคลอื่นที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับข้อมูลดังกล่าวทราบ อย่างไรก็ตาม เอ็ตด้าก็สามารถนำข้อมูลไปใช้เพื่อการจัดทำข้อมูลเชิงสถิติ หรือการวิเคราะห์ที่ไม่เป็นการเปิดเผยที่มาของข้อมูลดังกล่าวได้เช่นกัน
“การดำเนินการจัดอบรมก็เพื่อให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลพ.ศ. 2562 มีผลบังคับใช้ไปตั้งแต่วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 ที่ผ่านมา โดยมีการกำหนดบทลงโทษของผู้เก็บข้อมูลที่ทำข้อมูลรั่วไหลไว้ชัดเจน ซึ่งเป็นโทษทางปกครอง ปรับตั้งแต่ 500,000-5,000,000 บาท และการที่มีผู้สนใจจำนวนมากก็แสดงให้เห็นว่าเราได้ดำเนินการมาอย่างรอบด้าน เพื่อรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจ”
เขา กล่าวว่า เอ็ตด้าได้จัดทำมูลค่าอี-คอมเมิร์ซในไทยปี 2562 ไว้ที่ 4.02 ล้านล้านบาท เติบโตขึ้น 6.91% จากปี 2561 ที่มีมูลค่ารวมกว่า 3.76 ล้านล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้นจากปี 2560 ที่มีมูลค่า 2.76 ล้านล้านบาท ถึง 36.36% โดยรายได้ส่วนใหญ่มากจากการขายสินค้า และบริการทางออนไลน์ภายในประเทศถึง 91.29% ทั้งนี้ คาดว่าปี 2563 จะเติบโตอย่างก้าวกระโดดอีกครั้งจากพฤติกรรม นิว นอร์มอลที่คนไทยซื้อ-ขายของออนไลน์มากขึ้น ซึ่งข้อมูลตัวเลขอย่างเป็นทางการกำลังรวบรวมให้แล้วเสร็จ





