ความสูญเสียและสิ้นเปลืองที่เกิดขึ้นจากการบริหารจัดการงานหลังบ้านที่ขาดประสิทธิภาพ ส่งผลให้สินทรัพย์สูญหาย ใช้งานอุปกรณ์ไม่คุ้มค่า และเวลาของเจ้าหน้าที่หมดไปกับการทำงานซ้ำซ้อน เป็นตัวอย่างสถานการณ์ปัญหาที่พบเห็นได้ในโรงพยาบาลทุกแห่ง
จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์เบนเข็มสู่เส้นทางสตาร์ทอัพพร้อมกับพัฒนา “โครงสร้างพื้นฐานแทรคกิ้ง” ภายใต้รูปแบบของแพลตฟอร์มที่รวมหลากหลายแอพพลิเคชั่นด้านแทรคกิ้ง โดยมีชื่อว่า “มิวแทรค” (Mutrack) เสมือนคลื่นลูกใหม่เข้ามาพลิกโฉมการบริหารโรงพยาบาล
ปิโยรส ปิยจันทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มิวแทรค จำกัด กล่าวว่า มิวแทรค เกิดจากการรวมกลุ่มของเพื่อน 4 คน ซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยีที่ทำในด้านซอฟต์แวร์เป็นหลัก โดยทำระบบที่เกี่ยวข้องกับ Tracking & Analytics Platform เพราะต้องการที่จะเข้าไปแก้ปัญหาอุตสาหกรรมโรงพยาบาลโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของความสูญเสียที่เกิดขึ้นจากการบริหารจัดการงานหลังบ้าน เช่น การจัดการสินทรัพย์ และกระบวนการทำงานต่างๆ จึงมีไอเดียที่จะพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อเข้าไปตอบโจทย์ตรงจุดนี้
โซลูชั่นแรกที่นำเสนอ คือการบริหารจัดการผ้าในโรงพยาบาล เช่น ชุดผู้ป่วย ผ้าปูเตียง จากสถิติพบว่าโรงพยาบาลขนาดใหญ่ในไทยหลายแห่งมีการสูญหายของผ้าคิดเป็นมูลค่าสูงถึงหลายแสนบาทต่อเดือน จึงได้พัฒนาระบบช่วยติดตามสินทรัพย์และคนด้วยการใช้เทคโนโลยีแทรคกิ้งที่มีประสิทธิภาพสูง ในแง่ของการสแกนนับด้วยคลื่นวิทยุ เพื่อระบุว่าในถุงผ้ามีผ้าอะไร
พร้อมทั้งนำเสนอซอฟต์แวร์โซลูชั่นสมบูรณ์ คือ มีหน้าเว็บเพจที่ไว้ใช้ในการบริหารระบบไม่ใช่แค่สแกนนับผ้า แต่เป็นระบบบริหารจัดการและมีโมบายแอพพลิเคชั่นที่ให้เจ้าหน้าที่หน้างานสแกนนับผ้า ผลลัพธ์ที่ได้คือ ผ้าหายน้อยลง 10 เท่า ซึ่งถือเป็นระบบแรกและกำลังขยายตลาดไปที่โรงพยาบาลอื่นๆ ทั้งรัฐและเอกชน ในพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด
ส่วนระบบที่สองที่กำลังพัฒนาต่อยอดด้วยตัวโครงสร้างเดิม คือ ระบบบริหารจัดการเวรเปล หรือเจ้าหน้าที่เคลื่อนย้ายผู้ป่วย ที่ปัจจุบันยังใช้การกระจายงานแบบแมนนวล ทำให้การกระจายงานไม่มีประสิทธิภาพ ล่าช้า ส่งผลให้เกิดปัญหาผู้ป่วยรอนาน ทีมงานรับงานในปริมาณที่ไม่เป็นธรรม และไม่สามารถเก็บข้อมูลรายละเอียดของการทำงานเพื่อปรับปรุงให้ดีขึ้นในอนาคตได้
แนวทางที่จะช่วยพัฒนากระบวนการคือการนำเทคโนโลยี Real Time Locating System (RTLS) มาใช้ ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับระบบที่เป็น Grab ในโรงพยาบาล สามารถกระจายงานไปยังคนที่เหมาะสมที่สุด จากที่เจ้าหน้าที่เคยถือวิทยุสื่อสารจะเปลี่ยนเป็นใช้โทรศัพท์มือถือที่มีแอพพลิเคชั่นของมิวแทรครันอยู่
โซลูชั่นที่สองนี้จะช่วยให้รู้ได้ตลอดเวลาว่า พนักงานอยู่ตำแหน่งใด เพราะฉะนั้น เมื่อมีงานร้องขอเข้ามา ระบบจะกระจายงานได้อย่างรวดเร็วโดยอัตโนมัติ ปัจจุบันกำลังถูกติดตั้งใช้งานที่โรงพยาบาลรัฐขนาดใหญ่ในกรุงเทพฯ
ต่อมาระบบที่จะพัฒนาต่อไปในอนาคตคือ ระบบติดตามอุปกรณ์การแพทย์แบบเรียลไทม์ ซึ่งจากสถิติที่สหรัฐเก็บตัวอย่างพบว่า ในแต่ละปีมีความสูญเสียที่เกิดจากการทำงานที่ไม่มีประสิทธิภาพในโรงพยาบาลสูงถึง 1 ล้านล้านเหรียญ สาเหตุเช่น อุปกรณ์การแพทย์ส่วนใหญ่อัตราการใช้งานอยู่ที่ 30-40% เท่านั้น
ดังนั้น มิวแทรคจะนำอุปกรณ์ที่เรียกว่าบีค่อน (Beacon) ไปติดกับอุปกรณ์แต่ละชิ้นที่ต้องการจะแทรค พร้อมติดตั้ง Locator ที่จะสามารถตรวจจับสัญญาณ BLE จากบีค่อนและบอกตำแหน่ง ช่วยเพิ่มอัตราการใช้งานอุปกรณ์ต่างๆได้อย่างสูงสุด และสามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์อัตราการใช้งาน รวมถึงประเมินความต้องการในการจัดซื้อได้อย่างเหมาะสม
เป้าหมายสูงสุดที่ทำมิวแทรคทำคือ Zero Waste ที่ต้องการช่วยลดความสูญเสียให้ต่ำที่สุด จึงเน้นช่วยให้โรงพยาบาลสามารถลดต้นทุนได้โดยการประยุกต์ใช้ดิจิทัลทรานฟอร์เมชั่น ยกระดับกระบวนการทำงานในภาพใหญ่ขององค์กร แนวคิดคือ นำเสนอโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นตัวแทรคกิ้งเข้าไปก่อนในลักษณะที่เป็นแพลตฟอร์ม หลังจากนั้นจะต่อยอดขึ้นไปที่เป็นแอพพลิเคชั่น
ปิโยรส บอกว่า บิซิเนสโมเดลคือ การให้บริการเช่าใช้ระบบที่อยู่บนคลาวด์ เนื่องจากระบบของมิวแทรคต้องใช้ทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ เพราะฉะนั้นโมเดลคือ ขายฮาร์ดแวร์ทั้งบลูทูธเกตเวย์และบีค่อน และเปิดให้โรงพยาบาลใช้คลาวด์เซอร์วิสได้ทันที เพราะฉะนั้น ลูกค้าจะไม่ได้ซื้อแค่ฮาร์ดแวร์แต่จะได้รับซอฟต์แวร์ไปด้วยแทนการลงทุนทั้งหมด
ส่วนช่องทางในการขายจะแบ่ง 2 ช่องทางคือ 1.ขายตรงให้กับโรงพยาบาลที่มีคอนเนคชัน 2.ผ่านพาร์ทเนอร์ชิพเน็ตเวิร์ก โดยมีตัวแทนจำหน่ายหลายรายในประเทศที่ช่วยนำเสนอโซลูชั่นทั้งในแง่ของโรงพยาบาลรัฐและเอกชน
“หลักๆ ตลาดยังจำกัดในพื้นที่กรุงเทพฯ แต่กำลังขยายไปตามหัวเมืองต่างจังหวัด ทั้งนี้ในแง่ของตลาดเป็นเป้าหมายของบริษัทเช่นกัน เพื่อพัฒนาโปรดักท์ที่แข่งขันได้ระดับโลก จึงเริ่มคุยกับพาร์ทเนอร์ต่างประเทศในการที่จะนำระบบเข้าไปทดลองใช้ในประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ มาเลเซีย ที่เริ่มทำตลาดและปีนี้ที่จะขยายสู่ตลาดสิงคโปร์”
ในฝั่งของภาพรวมการแข่งขัน เขามองว่า ตลาดเฮลธ์เทคมีผู้เล่นจำนวนมาก แต่มิวแทรคแตกต่างจากผู้เล่นอื่น คือ ให้ความสำคัญกับโครงสร้างพื้นฐานและแพลตฟอร์ม สิ่งที่นำเสนอในโรงพยาบาลไม่ได้มีแค่แอพพลิเคชั่นเดียว หรือใช้งานแค่แผนกเดียวแต่สามารถต่อยอดในหลายแผนก หลายกระบวนการภายในโรงพยาบาล
จุดเด่นคือทำทุกโซลูชั่นอย่างลึกที่สุด ให้สามารถตอบโจทย์ แก้ปัญหาได้อย่างสมบูรณ์ ตอนนี้มีโรงพยาบาลเอกชน และรัฐขนาดใหญ่ในกรุงเทพฯที่ใช้ระบบจริงอยู่ 2 แห่ง ซึ่งกำลังมีโครงการที่จะนำระบบเข้าไปติดตั้งอีกนับ 10 ราย ทั้งนี้ ปัญหาที่ท้าทายคือการให้ความรู้และสร้างการตื่นตัวให้กับตลาด เพราะจะต้อง Educate ลูกค้าเป้าหมายให้เข้าใจว่าเทคโนโลยีเหล่านี้จะเข้าไปสร้างประโยชน์ได้อย่างไร





