‘เจมาร์ท-เอเซอร์’ จับตาโควิดรอบ 2 ใกล้ชิด แนะรัฐต้องคุมระบาดให้ได้เร็ว
ขณะเดียวกัน จะมีจัดอีเวนท์รูปแบบเวอร์ชวล พร้อมๆ ไปกับเพิ่มน้ำหนักการขาย การทำตลาดบนออนไลน์ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับโฉมและทดสอบเว็บไซต์ใหม่ ซึ่งจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการได้ภายในเดือนนี้
ขณะที่มาตรการสุดท้ายมุ่งสานต่อกลยุทธ์ด้านบริการสินเชื่อต่อเนื่องจากปีที่แล้ว เพื่อเพิ่มโอกาสการขายพร้อมอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าที่อาจมีปัญหาด้านสภาพคล่องทางการเงิน
ด้านนายนิธิพัฒน์ ประวีณวงศ์วุฒิ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัทเอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด กล่าวว่า ได้แบ่งทีมทำงาน มีทั้งเวิร์คฟรอมโฮม และทำงานในสำนักงาน ด้วยมาตรการที่เข้มงวดเรื่องความสะอาด ซึ่งพนักงานส่วนใหญ่ ก็มีประสบการณ์การรับมือมาตั้งแต่โควิดรอบแรก จึงรู้วิธีการตั้งรับเป็นอย่างดี
ในส่วนธุรกิจนั้นช่วงโควิดที่ผ่านมา เอเซอร์เห็นเทรนด์ ช่องทางออนไลน์ได้รับความนิยมมาก ลูกค้าซื้อของออนไลน์ และใช้เวิร์คฟรอมโฮม ส่งผลให้ยอดขายพีซี โน้ตบุ๊คฝั่งออนไลน์เติบโตขึ้นมาก โดยเฉพาะเดือน มี.ค-เม.ย.63 เพราะเป็นช่วงเริ่มต้นแพร่ระบาด มีการล็อกดาวน์ คนอยู่ในบ้าน
“จากที่เก็บข้อมูลไว้ ช่วงมี.ค.-เม.ย.ปีที่แล้ว ยอดขายโน้ตบุ๊คผ่านออนไลน์สูงขึ้นเป็นเท่าตัว หรือประมาณ 25,000 เครื่อง จากเดิมเฉลี่ยขายได้ราว 7-8 พันเครื่อง แต่พอสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ยอดขายลดลงมาเฉลี่ยประมาณ 10,000-12,000 เครื่อง”
อย่างไรก็ตาม เอเซอร์ยังให้ความสำคัญกับช่องทางออนไลน์ โดยเฉพาะร้านค้าออนไลน์ ซึ่งที่ผ่านมาเข้าไปช่วยพัฒนาร้านค้าออนไลน์ให้ผู้ประกอบการมากกว่า 50 ร้านค้าทั่วประเทศ ขณะที่ ปลายปีที่ผ่านมา เอเซอร์เปิดตัว เอเซอร์ สโตร์ หน้าร้านออนไลน์ของเอเซอร์ด้วย ทั้งยังมีร้านค้าที่กระจายตัวอยู่ในแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ เช่น ลาซาด้า ช้อปปี้
ทั้งนี้ เขากล่าวว่า ยังเร็วเกินไปที่จะประเมินว่า โควิดรอบใหม่จะฉุดยอดขายพีซีโน้ตบุ๊คลง เพราะปีที่ผ่านมา ประเมินว่ายอดขายน่าจะกระทบ แต่พอปิดปี 2563 กลับไม่ได้กระทบมาก
“สิ่งที่จะกระทบ คือ สินค้าไม่พอจำหน่ายมากกว่า ด้วยดีมานด์สูงทั้ง เด็ก ผู้ใหญ่ที่ต้องเรียน และทำงานจากที่บ้าน มีการแย่งดีมานด์กัน ซึ่งปี 63 สินค้าไม่พอจำหน่าย แต่วิกฤติครั้งนี้เราไม่แน่ใจเรื่องกำลังซื้อผู้บริโภคว่าจะไหลแค่ไหน เพราะมีความกังวลเศรษฐกิจ และลูกค้าที่ซื้อไปแล้วรอบแรก แต่เชื่อว่าปัญหาเรื่องซัพพลายครั้งนี้จะดีขึ้นกว่ารอบแรก”
โดย ประเมินว่า ยอดขายพีซีโน้ตบุ๊คผ่านออนไลน์จะมีสัดส่วนไม่เกิน 15% ที่เหลือยังเป็นหน้าร้านออฟไลน์
"โควิดรอบสอง เชื่อว่าผู้บริโภคเองรู้วิธีปฏิบัติตัว เพราะมีประสบการณ์จากรอบแรก อยากให้ภาครัฐควบคุมการระบาดให้ได้เร็วที่สุด ซึ่งเอกชนพร้อมปฏิบัติตามแผนของรัฐ และเราได้ปรับตัวไปมากพอสมควรแล้ว เศรษฐกิจจะดีหรือไม่ ขึ้นกับเอกชนถ้าทุกอย่างคลี่คลายได้เร็ว เอกชนจะช่วยฟื้นเศรษฐกิจได้เร็ว" นายนิธิพัฒน์ กล่าว





