โควิด-19 ดันอีคอมเมิร์ซในไทยโตแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ปีนี้จะตอกย้ำว่า "ออนไลน์คือช่องทางหลักของคนไทยในการซื้อสินค้า” ในหลายกลุ่มสินค้า ปีนี้ 2564 คนไทยจะซื้อออนไลน์เพิ่มมากขึ้น ด้วยโครงการของรัฐมากมาย (เราไม่ทิ้งกัน, คนละครึ่ง, เราเที่ยวด้วยกัน ฯลฯ) กระตุ้นให้คนไทยกระโดดเข้าสู่ออนไลน์แบบไม่เคยมีมาก่อน และด้วยงบประมาณมหาศาลของกลุ่ม JSL (JD, Shopee, Lazada) ที่กระตุ้นคนไทยทั้งประเทศให้หันมาซื้อออนไลน์มากขึ้นไปอีก
กลุ่ม JSL คุมตลาดเบ็ดเสร็จ
กลุ่ม JSL จะคุมตลาดค้าปลีกออนไลน์หลายกลุ่มสินค้าแบบ “เบ็ดเสร็จ“ และจะคุมกำลังซื้อคนไทยช่วงวัน Double Day ได้ เช่น 11.11, 12.12 เม็ดเงินที่เคยสะพัดในท้องถิ่นจะถูกดึงเข้าโลกออนไลน์ ร้านค้าชุมชนจะได้รับผลกระทบ เพราะคนในชุมชนจะมาซื้อออนไลน์มากกว่าซื้อร้านใกล้บ้านด้วยราคาถูกกว่า และตัวเลือกมากกว่า
การแข่งขันของบริษัทขนส่ง จะกระตุ้นให้ค้าออนไลน์โตก้าวกระโดด ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ เคอรี่ (Kerry) เข้าตลาดหลักทรัพย์ หรือแฟลช เอ็กซ์เพรส ระดมเงินได้หลายหมื่นล้าน ทั้งหมดนี้จะทำให้เกิดการแข่งขันการขนส่งแบบดุเดือด ราคาค่าส่งสินค้าจะถูกลง แต่ส่งได้เร็วขึ้น มีคุณภาพมากขึ้น
สิ่งที่น่าจับตามาก คือ เรื่องการชำระเงินที่จะง่ายขึ้น มีความหลากหลายมากขึ้น เช่น โอนเงินผ่านโมบาย แบงกิ้ง บัตรเครดิต พร้อมเพย์ เงินผ่อนทางออนไลน์ อีวอลเล็ต ช่วยปิดการขายง่ายขึ้น ส่วนของโรงงานผลิตสินค้า และแบรนด์ จะรุกขายตรงสู่ผู้บริโภคผ่านทางออนไลน์ (D2C -Direct to Consumer) เพิ่มขึ้น เรียกว่าข้ามหัวค้าปลีกแบบเดิมๆ การรุกของ JSL ในการบุกตลาดสินค้าแบรนด์ มาสู่ Mall ของตัวเอง (Shopee Mall, Laz Mall) ทำให้หลายสินค้าเห็นโอกาสการขายตรงสู่ผู้บริโภคมากขึ้น
‘ฟู้ดดิลิเวอรี่’ โตก้าวกระโดด
แน่นอนว่า การสั่งอาหารออนไลน์ หรือ ฟู้ด ดิลิเวอรี่ จะโตแบบก้าวกระโดด และกระจายตัวไปทั่วประเทศ ระบบนิเวศของการขายอาหารออนไลน์ (Cloud Kitchen, Food Platform) จะขยายตัวอย่างมาก นำไปสู่การซื้อสินค้ารูปแบบใหม่ๆ ส่วนแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่ต่างประเทศจะรุกอีคอมเมิร์ซกันอย่างเต็มสูบ ทั้งเฟซบุ๊ค ไลน์ กูเกิล JSL ที่จะบุกการค้าออนไลน์เต็มรูปแบบทั้ง การสร้างร้านค้า การจ่ายเงิน การทำโฆษณา แบบครบวงจรในระบบนิเวศของตัวเองทุกช่องทางการขาย หรือ Multi-Channel Sale & Marketing





