วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘อี๊ตแล็บ’สมองกล วัดความสุขบนโต๊ะอาหาร

โต๊ะอาหารธรรมดาแต่ซ่อนนวัตกรรมมากมาย “อี๊ตแล็บ” (EATLAB) สตาร์ทอัพนวัตกรรมที่สปินออฟจากแล็บวิจัย มจธ. ช่วยอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มเข้าใจผู้บริโภคเชิงลึกผ่านข้อมูลที่รวบรวมและวิเคราะห์ ตั้งเป้าประเดิมลูกค้า 15 รายพร้อมคืนทุน 12 ล้านทันทีในปีแรก

“ไอเดียเริ่มมาจากความสนใจเรื่องความสุขที่ไม่สามารถวัดเป็นตัวเลข และอยากที่จะทำให้ความสุขนั้นสามารถสัมผัสได้ จึงมองหาอุตสาหกรรมที่จะมาเชื่อมโยง และพบว่า อาหารเป็นแหล่งความสุขหนึ่งของทุกคนจึงเป็นที่มาของการพัฒนาซอฟต์แวร์วัดความสุขของผู้บริโภค โดยร่วมมือกับเบทาโกรในปี 2557” ชนิกานต์ ว่องวิริยะวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายความคิดสร้างสรรค์ บริษัท อี๊ตแล็บ จำกัด กล่าว

นวัตกรรมวัดข้อมูลความสุข

1 ปีของโครงการวิจัยพัฒนาซอฟต์แวร์วัดความสุขได้ผลลัพธ์เป็นฐานข้อมูลพฤติกรรมของผู้บริโภค ต่อมาพัฒนาเทคโนโลยีเพิ่มตั้งแต่ปี 2557-2559 กระทั่งสามารถนำผลงานวิจัยสปินออฟออกจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ตั้งเป็นบริษัทนวัตกรรมในชื่อ อี๊ตแล็บ ในปี 2560 ด้วยงบ 12 ล้านบาท ประกอบกิจการประเภทการวิจัยตลาดและการสำรวจความคิดเห็นของประชาชน (ประชามติ)

อี๊ตแล็บ (EATLAB) เป็นการรวมเทคโลยีสมัยใหม่ทั้งสมองกลอัจฉริยะ (เอไอ) แมชชีนเลิร์นนิ่ง บิ๊กดาต้า และอื่นๆ มาต่อยอดเป็นบริการฐานข้อมูลสำหรับผู้ประกอบธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ผ่านการพัฒนาโต๊ะอาหารอัจฉริยะ (Smart Table) เป็นเครื่องมือในการเก็บชุดข้อมูล

ยศวัจน์ จิรโชคชัยวงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายปฏิบัติการ อธิบายว่า โต๊ะอาหารอัจฉริยะนี้จะทำหน้าที่เก็บข้อมูลพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มาใช้งาน มีทั้งการใช้วีดิโอ โพรเซสซิ่ง เซนเซอร์หลากหลายประเภท และระบบสมองกลอัจฉริยะ

“ผมทราบมาจากผู้ใหญ่ท่านหนึ่งว่า คนเกาหลีไม่ชอบอาหารสีเขียว แกงเขียวหวานของไทยนั้นเมื่อนำไปให้คนเกาหลีทดลองชิมโดยการปิดตา ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าอร่อย แต่พอเปิดตาให้เห็นว่ามีสีเขียวอยู่ในชาม ทุกคนต่างผลักหนี สีหน้า ท่าทางหรือพฤติกรรมที่แสดงออกมาระหว่างการรับประทานอาหารนั้น มีความสำคัญต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มอย่างมาก เป็นเสมือนทางลัดในการเข้าใจผู้บริโภค” ยศวัจน์ กล่าวและว่า เมื่อมีคนเข้ามานั่งที่โต๊ะ ข้อมูลต่างๆ ทั้งสีหน้า ท่าทาง ภาษากาย รวมถึงอากัปกิริยาที่บางครั้งแสดงออกโดยไม่รู้ตัว จะถูกบันทึกแล้วส่งไปที่ฝ่ายวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งเป็นสมองกลอัจฉริยะที่ถูกพัฒนาอัลกอริธึ่มไว้

ปี 62 เล็งบุกตลาดต่างประเทศ

ปัจจุบันเทคโนโลยีของอี๊ตแล็บจดสิทธิบัตรในประเทศไทยแล้ว และอยู่ระหว่างยื่นจดสิทธิบัตรสากล โดยมีโต๊ะอาหารอัจฉริยะ 10 ชุด ตั้งอยู่ที่ชั้น 17 อาคารเคเอกซ์ มจธ. มีลูกค้า 4 รายใหญ่ในวงการอาหารและเครื่องดื่ม และอีก 1 รายเป็นผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ชนิกานต์ กล่าวว่า แม้แต่บริษัทขนาดใหญ่ก็มีปัญหาในการทำวิจัยเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ อี๊ตแล็บจึงเป็นเสมือนผู้ช่วยที่จะส่งมอบข้อมูลจำเพาะให้กับผู้ประกอบการในการพัฒนาสูตร ผลิตภัณฑ์ หรือเข้าใจลูกค้าภายใน 6 สัปดาห์

“ตอนนี้เราทดสอบไปแล้ว 66 ผลิตภัณฑ์ และภายในปี 2561 ตั้งเป้ามีลูกค้าทั้งหมด 15 ราย มุ่งเน้นไปที่ผู้ประกอบการรายใหญ่เพื่อที่จะเป็นการสร้างรายได้ ขณะที่ผลกำไรส่วนหนึ่งจะนำไปช่วยผู้ประกอบการรายย่อย โดยเฉพาะในกลุ่มสตรีทฟู้ด”

รูปแบบธุรกิจนี้นับว่าใหม่มาก ชนิกานต์ กล่าวว่า การใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาวิเคราะห์พฤติกรรมเชิงลึกของผู้บริโภคนั้น มีความแม่นยำสูงกว่า 70% เมื่อเทียบกับรูปแบบมาตรฐานที่มีความแม่นยำ 20-40% เท่านั้น และในโลกก็ยังไม่มีใครทำ นอกจากโครงการที่คล้ายกันเช่น Restaurant of the Future ที่เนเธอร์แลนด์ มีการเก็บข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภคในแคนทีนของฟู้ดวัลเลย์แต่ไม่มีการต่อยอดข้อมูล หรือ ไอบีเอ็ม วัตสัน ที่วัดความพึงพอใจของคนโดยใช้ระบบ Cognitive Computing แต่ขอบข่ายกว้างเกินไป

บริษัทสตาร์ทอัพนวัตกรรมนี้จะคืนทุนใน 1 ปี จากนั้นภายใน 3 ปีจะพาอี๊ตแล็บไปยังตลาดต่างประเทศ 5 ประเทศเป้าหมาย ได้แก่ ญี่ปุ่น เกาหลี สหรัฐ อังกฤษและประเทศในยุโรป ปัจจุบันก็มีเกาหลีและอังกฤษติดต่อมาแล้ว แต่ยังต้องรอให้ระบบธุรกิจนิ่งก่อน

ในวันพรุ่งนี้ (28 ก.พ.) อี๊ตแล็บจัดกิจกรรมโอเพ่นเฮาส์ เวลา 14.00-15.30 น. ที่ตึกเคเอกซ์ นำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมรูปแบบใหม่เกี่ยวกับอาหาร เสวนาถามตอบ รวมทั้งเปิดตัวภาพยนตร์สั้น “#คุกกี้เสี่ยงทายของอี๊ต”