วันพุธ ที่ 2 กันยายน 2569

Login
Login

ค้นความลับ 'น้ำมันรำข้าว'

น้ำมันรำข้าวคิงเดินหน้าสู่องค์กรนวัตกรรม จับมือ วว. ตรวจวิเคราะห์หาคุณค่าทางโภชนาการในน้ำมันรำข้าว โดยเฉพาะไฟโตสเตอรอลตัวช่วยลดคลอเรสเตอรอล

สาลินีย์ ทับพิลา - รายงาน

น้ำมันรำข้าวคิงเดินหน้าสู่องค์กรนวัตกรรม จับมือ วว. ตรวจวิเคราะห์หาคุณค่าทางโภชนาการในน้ำมันรำข้าว โดยเฉพาะไฟโตสเตอรอล ตัวช่วยลดคลอเรสเตอรอล หวังเดินหน้ามาตรฐานเพื่อการส่งออก เจาะตลาดสุขภาพทั้งในและต่างประเทศ

บริษัท น้ำมันบริโภคไทย จำกัด ผู้ผลิต “น้ำมันรำข้าวคิง” และผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับรำข้าว ถือเป็นภาคเอกชนที่ให้ความสำคัญกับนวัตกรรม ด้วยการลงทุนด้านห้องปฏิบัติการ และอุปกรณ์วิจัย รวมถึงการลงทุนด้านบุคลากรในห้องแลปน้ำมันกว่า 4 คน

“การวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่องในระยะ 8 ปี ทำให้มีผลิตภัณฑ์นวัตกรรมออกสู่ท้องตลาด รวมถึงคว้ารางวัลนวัตกรรมจากเวทีระดับชาติ 4 รางวัล” นายประวิทย์ สันติวัฒนา กรรมการบริหาร บริษัท น้ำมันบริโภคไทย จำกัดกล่าว

:: จากแลปสู่ครัว

จากน้ำมันรำข้าวคิง ชนิดโอรีซานอลสูง ชนะเลิศรางวัลนวัตกรรมแห่งชาติด้านเศรษฐกิจในปี 2549, ไขมันน้ำมันรำข้าวคิง ชนะเลิศรางวัลนวัตกรรมข้าวไทยปี 2553, ครีมเทียมน้ำมันรำข้าวคิง รางวัลที่ 2 ระดับอุตสาหกรรม รางวัลนวัตกรรมข้าวไทยปี 2554 บริษัทน้ำมันบริโภคไทยยังคงพัฒนาต่อเนื่อง ล่าสุดคือ แป้งรำข้าวคิง รับรางวัลที่ 2 ระดับอุตสาหกรรม รางวัลนวัตกรรมข้าวไทยปี 2556

ธุรกิจน้ำมันรำข้าวในแถบประเทศอาเซียน มีการแข่งขันสูง ต่างคนต่างแย่งชิงส่วนแบ่งทางการตลาดให้มากที่สุด การที่น้ำมันรำข้าวคิงจะเตรียมทัพไปสู้ศึกนี้ จำเป็นจะต้องมีอาวุธที่พร้อมและเหนือกว่าคู่แข่ง

“เทรนด์สุขภาพกำลังมาแรงไม่เฉพาะตลาดไทยหรือภูมิภาคอาเซียน แต่เป็นกระแสทั่วโลก อาหารก็เป็นส่วนหนึ่ง ซึ่งน้ำมันรำข้าว จะมีสารไฟโตสเตอรอล สารธรรมชาติในกลุ่มไตรเทอร์พีน ที่มีการวิจัยพบว่า มีคุณสมบัติลดคลอเลสเตอรอลชนิดเลวหรือ LDL” นายประวิทย์เผย

งานวิจัยเกี่ยวกับไฟโตสเตอรอลมีมาระยะหนึ่งแล้ว และพบว่า มีมากในน้ำมันรำข้าวถึง 1.8% เมื่อเทียบกับน้ำมันชนิดอื่นที่พบไม่เกิน 1%

แต่กรรมการบริหารของน้ำมันบริโภคไทยมองว่า ผลิตภัณฑ์ต้องการตรวจวิเคราะห์และรับรองที่ได้มาตรฐาน เพื่อเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผลิตภัณฑ์

การลงนามความร่วมมือทางด้านการวิเคราะห์ทดสอบสารเพิ่มคุณค่าอาหารจากข้าว ผลิตภัณฑ์ และผลพลอยได้จากข้าวระหว่างบริษัทน้ำมันบริโภคไทย จำกัดและสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจึงเกิดขึ้น

นายประวิทย์ชี้ว่า บริษัทมีการวิเคราะห์วิจัยอยู่ก่อนแล้ว แต่ทำได้ระดับหนึ่ง ในขณะที่ วว. เองถือเป็นหน่วยงานที่มีนักวิจัย ห้องปฏิบัติการ และเครื่องมือต่าง ๆ ที่มีคุณภาพ และประสิทธิภาพขั้นสูง มีความน่าเชื่อถือ

:: เปิดตลาด สร้างความเชื่อมั่น

นายยงวุฒิ เสาวพฤกษ์ ผู้ว่าการ วว. เผยว่า ภายใต้ความร่วมมือนี้ ห้องปฏิบัติการเคมีวิเคราะห์ ศูนย์ทดสอบและมาตรวิทยา จะเป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลักในการดำเนินงาน ด้วยศักยภาพของบุคลากรและการเป็นห้องปฏิบัติการทดสอบและวิเคราะห์ซึ่งทำหน้าที่รับผิดชอบในการให้บริการทดสอบและวิเคราะห์ทางเคมี รวมทั้งให้บริการที่ปรึกษาเกี่ยวกับระบบคุณภาพห้องปฏิบัติการตามมาตรฐาน ISO/IEC 17025 และวิธีการวิเคราะห์ทางเคมี

“ความร่วมมือในครั้งนี้ เป็นการนำศักยภาพของบุคลากรและห้องปฏิบัติการวิจัยของ วว. ไปเสริมเอกชนไทยให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่ม เป็นประโยชน์ต่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศอย่างยั่งยืน” ผู้ว่าการ วว. กล่าว

ผลการทดสอบวิจัยจะเป็นการการันตีข้อมูลคุณค่าทางโภชนาการและสารที่มีประโยชน์ต่าง ๆ ในน้ำมันรำข้าวที่ผู้บริหารชี้ว่า จะเป็นตัวช่วยในการทำตลาดส่งออก เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค ผ่านการวิเคราะห์และตรวจสอบจากบุคคลที่ 3 คือ วว. ซึ่งเป็นหน่วยงานวิจัยระดับประเทศที่ได้มาตรฐาน

“ยอดขายของปี 56 อยู่ที่ราว 5 พันล้านบาท เป็นตัวเลขรวมจากผลิตภัณฑ์น้ำมันรำข้าวและรำที่สกัดน้ำมันแล้ว โดยมียอดขายจากการส่งออกอยู่ที่ 1 พันล้านบาท ซึ่งหากสามารถวิเคราะห์ เพิ่มความน่าเชื่อถือ ตลาดส่งออกก็น่าจะเพิ่มยอดขายได้” นายประวิทย์ชี้

ที่สำคัญ ความร่วมมือกันศึกษาและวิจัยจะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับข้าว ซึ่งเป็นสินค้าเกษตรหลักของไทย รวมถึงการต่อยอดผลิตภัณฑ์จากข้าวอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้จะเกิดประโยชน์ต่อทุกคนที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ชาวนาผู้ปลูกข้าวจนถึงผู้บริโภค และยังจะช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศ รวมถึงช่วยเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขันของไทยให้ก้าวทันยุคประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) อีกด้วย