พบรอยตีนไดโนเสาร์กินเนื้อกลุ่มเทอโรพอดครั้งแรกในอุดรธานี อายุราว 120 ล้านปี จำนวน 6 รอยเรียงเป็นแนวทางเดินบนชั้นหินทรายภูพาน คาดเจ้าของรอยมีความยาวลำตัว 6.30 เมตร ใกล้เคียง “สยามโมไทรันนัส อีสานเอนซิส”
KEY POINTS
- ยืนยันการค้นพบรอยตีนไดโนเสาร์กินเนื้อกลุ่มเทอโรพอดเป็นครั้งแรกในจังหวัดอุดรธานี มีอายุประมาณ 120 ล้านปี
- พบร่องรอยจำนวน 6 รอยในแนวทางเดินเดียวกัน บริเวณหน่วยพิทักษ์ภูพระบาท อำเภอบ้านผือ บนชั้นหินทรายหมวดหินภูพาน
- จากการวิเคราะห์ขนาดรอยตีน คาดว่าไดโนเสาร์เจ้าของรอยมีความยาวลำตัวประมาณ 6.30 เมตร ซึ่งมีขนาดใกล้เคียงกับ "สยามโมไทรันนัส อีสานเอนซิส"
เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2569 กรมทรัพยากรธรณี ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและยืนยันผลการค้นพบซากดึกดำบรรพ์รอยตีนไดโนเสาร์กินเนื้อแห่งแรกของจังหวัดอุดรธานี บริเวณหน่วยพิทักษ์ที่ ภธ.3 (ภูพระบาท) ตำบลเมืองพาน อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี ในเขตอุทยานแห่งชาติภูหินจอมธาตุ-ภูพระบาท (เตรียมการ) การลงพื้นที่ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากได้รับแจ้งข้อมูลการค้นพบจากพลเมืองดีผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยจากการตรวจพิสูจน์ทางธรณีวิทยาพบว่า เป็นแนวทางเดินรอยตีนของไดโนเสาร์ "กลุ่มเทอโรพอด" ยุคครีเทเชียสตอนต้น มีอายุประมาณ 120 ล้านปี ประทับอยู่บนชั้นหินทรายหมวดหินภูพาน
นายพิชัย ประเทศเสนา พลเมืองผู้ค้นพบร่องรอย เป็นผู้ค้นพบรอยตีนซากดึกดำบรรพ์ดังกล่าวบริเวณหน่วยพิทักษ์ที่ ภธ.3 (ภูพระบาท) ตำบลเมืองพาน อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี ได้เผยแพร่ข้อมูลและสอบถามความถูกต้องผ่านกลุ่มในสื่อสังคมออนไลน์ Facebook ชื่อ "นี่คือตัวอะไร" ซึ่งนำไปสู่การประสานงานของเจ้าหน้าที่เพื่อเข้าตรวจสอบพื้นที่จริง
ภารกิจพิสูจน์ข้อเท็จจริง
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้กรมทรัพยากรธรณีเร่งดำเนินการเข้าตรวจสอบพิสูจน์ข้อเท็จจริงในพื้นที่ดังกล่าวทันที หลังจากปรากฏรายงานข่าวเกี่ยวกับการค้นพบร่องรอยสงสัย เพื่อประเมินความเป็นไปได้ในการจำแนกและระบุอัตลักษณ์ทางธรณีวิทยาให้แน่ชัดว่า ร่องรอยที่พบเป็นรอยตีนไดโนเสาร์จริง หรือเป็นร่องรอยที่เกิดขึ้นจากกระบวนการทางธรรมชาติประเภทอื่น
นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รักษาการอธิบดีกรมทรัพยากรธรณี ได้มอบหมายภารกิจให้กองคุ้มครองซากดึกดำบรรพ์ นำทีมนักธรณีวิทยาเข้าปฏิบัติงานร่วมกับสำนักงานทรัพยากรธรณีเขต 2 และให้มีการบูรณาการทำงานในพื้นที่ร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมศิลปากร และหน่วยงานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อเข้าตรวจสอบซากดึกดำบรรพ์อย่างเป็นระบบตามขั้นตอนทางวิชาการ
ผลการวิเคราะห์รอยตีนไดโนเสาร์
นางสาวพรรณิภา แซ่เทียน นักธรณีวิทยาชำนาญการพิเศษ กองคุ้มครองซากดึกดำบรรพ์ กรมทรัพยากรธรณี ปฏิบัติงานร่วมกับ ว่าที่ร้อยตรีกฤษณะ สุดชา นักธรณีวิทยาปฏิบัติการ สำนักงานทรัพยากรธรณีเขต 2 นายนพวงค์ พฤกษชาติ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 10 อุดรธานี นายสมบัติ สุภศร ผู้อำนวยการส่วนอุทยานแห่งชาติ นายวุฒิพงษ์ แสนประกอบ ผู้อำนวยการส่วนวิชาการ นายวินัย ทองปั้น หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูหินจอมธาตุ-ภูพระบาท (เตรียมการ) และนางสาวกุลวดี สมัครไทย หัวหน้าอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท กรมศิลปากร
รายงานผลการตรวจสอบระบุว่า ร่องรอยดังกล่าวเป็นซากดึกดำบรรพ์รอยตีนไดโนเสาร์กลุ่มเทอโรพอด ซึ่งเป็นไดโนเสาร์กินเนื้อที่เดินด้วยขาหลัง 2 ข้าง ปรากฏเป็นแนวทางเดินจำนวน 1 แนว ประกอบด้วยรอยตีนรวม 6 รอย บนชั้นหินทรายหมวดหินภูพาน อายุยุคครีเทเชียสตอนต้น หรือประมาณ 120 ล้านปีก่อน
รอยตีนมีลักษณะเด่นเป็นนิ้วเท้า 3 นิ้ว ปลายแหลม ขนาดรอยตีนยาว 29 เซนติเมตร และกว้าง 26 เซนติเมตร จากการประเมินขนาดลำตัวพบว่า ไดโนเสาร์เจ้าของรอยตีนมีความสูงบริเวณสะโพกประมาณ 1.42 เมตร และมีความยาวลำตัวประมาณ 6.30 เมตร ซึ่งถือว่ามีขนาดใกล้เคียงกับ "สยามโมไทรันนัส อีสานเอนซิส" ไดโนเสาร์เทอโรพอดที่เคยค้นพบในประเทศไทยจากยุคเดียวกัน
ทั้งนี้ กรมทรัพยากรธรณี กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และกรมศิลปากร ดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองซากดึกดำบรรพ์ พ.ศ. 2551 เพื่อป้องกันความเสียหายจากการรบกวนของนักท่องเที่ยว รวมทั้งวางแนวทางป้องกันการกัดเซาะของน้ำ และพิจารณาพัฒนาเป็นแหล่งศึกษา วิจัย และแหล่งท่องเที่ยวทางธรณีวิทยาและซากดึกดำบรรพ์ที่สำคัญของประเทศในอนาคตต่อไป
สยามโมไทรันนัส อีสานเอนซิส
ย้อนไปเมื่อปี พ.ศ. 2536 นายสมชัย เตรียมวิชานนท์ และ นายปรีชา ซ้ายหนองขาม เจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรธรณี เป็นผู้ค้นพบชิ้นส่วนกระดูกซากดึกดำบรรพ์ของ "สยามโมไทรันนัส อีสานเอนซิส" (Siamotyrannus isanensis) โผล่บนชั้นหินทราย บริเวณหลุมขุดค้นที่ 9 หินลาดยาว ในเขตอุทยานแห่งชาติภูเวียง จังหวัดขอนแก่น
ดร.เอริก บัฟเฟโต (Dr. Eric Buffetaut) และคณะสำรวจโบราณชีววิทยาไทย-ฝรั่งเศส ได้ทำการสำรวจขุดค้นเพิ่มเติม พบกระดูกเรียงตัวต่อเนื่องตั้งแต่สะโพกไปจนถึงหาง และได้ศึกษาวิจัยในรายละเอียดจนพบว่า เป็นไดโนเสาร์เทอโรพอดสกุลใหม่และชนิดใหม่ของโลก ซึ่งได้ตีพิมพ์ลงในวารสารวิชาการเมื่อปี พ.ศ. 2539
ดร.บัฟเฟโต และคณะนักวิจัย ได้ระบุคุณลักษณะของสยามโมไทรันนัส อีสานเอนซิส ว่าเป็นไดโนเสาร์กินเนื้อขนาดใหญ่ในกลุ่มเทอโรพอด เดินด้วย 2 ขาหลัง ความยาวลำตัวประมาณ 6–7 เมตร อาศัยอยู่ในหมวดหินเสาขัว กลุ่มหินโคราช ยุคครีเทเชียสตอนต้น อายุประมาณ 130 ล้านปีก่อน แม้เดิมเคยจัดให้อยู่ในวงศ์ไทรันโนซอริดี แต่การศึกษาโครงสร้างกระดูกในปัจจุบันคาดว่าเป็นกลุ่มซีลูโรซอร์ยุคแรก ที่มีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดกับภูเวียงเวเนเตอร์ และวายุแรปเตอร์ โดยชื่อสกุลตั้งขึ้นเพื่อเกียรติแก่ประเทศไทยผสมกับคำภาษาละตินที่แปลว่า "ทรราชย์" ส่วนชื่อชนิดตั้งตามภาคอีสานของไทย





