เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2023 ณ สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ ได้มีการจัดวาระการประชุมพิเศษของสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติว่าด้วยเรื่อง “ขยะเป็นศูนย์” (Zero Waste) โดยมี นางเอมิเน แอร์โดอัน (Emine Erdoğan) สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งแห่งสาธารณรัฐทูร์เคีย ในฐานะประธานคณะที่ปรึกษาบุคคลผู้ทรงคุณวุฒิด้านขยะเป็นศูนย์ของสหประชาชาติ เป็นผู้กล่าวสุนทรพจน์หลักร่วมกับ นายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส (António Guterres) เลขาธิการสหประชาชาติ เพื่อผลักดันให้ประชาคมโลกตระหนักถึงวิกฤตสิ่งแวดล้อมและสร้างระบบนิเวศโลกที่ตั้งอยู่บนความเท่าเทียม
การประชุมครั้งสำคัญนี้มีประเทศร่วมสนับสนุนกว่า 105 ประเทศ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคและการจัดการขยะทั่วโลก ซึ่งสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของทูร์เคียได้ชี้ให้เห็นว่า โลกกำลังเผชิญกับผลกระทบจากน้ำมือมนุษย์ที่ทำลายสมดุลของธรรมชาติมานานกว่าสองศตวรรษ พร้อมทั้งเสนอทางออกผ่านโมเดลขยะเป็นศูนย์ ที่ทูร์เคียประสบความสำเร็จมาแล้ว
รับผิดชอบร่วมกันท่ามกลางวิกฤติศรัทธาและภัยพิบัติ
นางแอร์โดอัน เริ่มต้นการกล่าวสุนทรพจน์ด้วยการน้อมรำลึกถึงผู้สูญเสียจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ใน 11 จังหวัดของทูร์เคีย ซึ่งมีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองคาห์รามันมาราช เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เธอยังได้แสดงความขอบคุณต่อประชาคมโลกที่ให้ความช่วยเหลือในปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัย รวมถึงการส่งความช่วยเหลือต่างๆ ซึ่งสะท้อนถึงพลังแห่งความร่วมมือในยามวิกฤต
"มนุษยชาติในปัจจุบันได้วางตัวเองอยู่ในตำแหน่งที่เป็นปฏิปักษ์ต่อธรรมชาติ โลกของเราเชื่อมโยงกันอย่างลึกซึ้งในสภาวะแห่งความสมดุลและสัดส่วนที่พอเหมาะ อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าเสียดายว่าเราได้สูญเสียความเข้าใจนี้ไปในช่วงสองศตวรรษที่ผ่านมา มนุษยชาติซึ่งมีหน้าที่รักษาความสมดุลของโลก กลับวางตนเองอยู่ตรงข้ามกับธรรมชาติ" คำกล่าวนี้สะท้อนถึงการบริโภคที่เกินความจำเป็นและการละทิ้งขยะอย่างไม่ยับยั้งชั่งใจ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อชั้นบรรยากาศและระบบนิเวศของโลก"
“อาณานิคมขยะ” และความเหลื่อมล้ำระดับโลก
ประเด็นที่น่าสนใจและเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในสุนทรพจน์ครั้งนี้คือ ปรากฏการณ์ที่ นางแอร์โดอันเรียกว่า "ขยะที่มองไม่เห็น" ซึ่งเธอกล่าวว่ามีแนวคิดที่เป็นอันตรายว่าขยะที่มองไม่เห็นนั้นไม่มีอันตราย ส่งผลให้เกิดการส่งออกขยะจากประเทศพัฒนาแล้วไปยังประเทศที่พัฒนาน้อยที่สุด
"กองขยะเหล่านี้ไม่เพียงแต่สร้างมลพิษให้กับธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังก่อให้เกิดลัทธิอาณานิคมในรูปแบบใหม่"
นางแอร์โดอันยกตัวอย่างความไม่เท่าเทียมในการใช้ทรัพยากรน้ำ โดยระบุว่าในขณะที่ผู้คนนับล้านขาดแคลนน้ำดื่มที่สะอาด แต่การผลิตบุหรี่เพียงหนึ่งมวนกลับต้องใช้น้ำถึง 3.7 ลิตร ซึ่งเป็นตัวเลขที่สร้างความสะเทือนใจต่อพลเมืองโลกที่มีความรับผิดชอบ
นอกจากนี้ ยังชี้ให้เห็นถึงความล้มเหลวของระบบกระจายทรัพยากรอาหาร โดยระบุว่าในขณะที่โลกเผชิญกับปัญหาประชากรเพิ่มขึ้นและการขาดแคลนทรัพยากร แต่อาหารจำนวน 1 ใน 3 ของที่ผลิตได้ทั่วโลกกลับถูกทิ้งเป็นขยะ ทั้งที่อาหารเหล่านี้สามารถยุติปัญหาความหิวโหยของโลกได้
"เราไม่สามารถพูดถึงการกระจายที่ยุติธรรมได้ เมื่อจำนวนเด็กที่เสียชีวิตจากความหิวโหยมีจำนวนเท่ากับเด็กที่เสียชีวิตจากโรคอ้วน"
ความสำเร็จของโครงการขยะเป็นศูนย์ในทูร์เคีย
เพื่อเป็นการพิสูจน์ว่าการเปลี่ยนแปลงสามารถเกิดขึ้นได้จริง สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งได้แบ่งปันข้อมูลความสำเร็จของโครงการขยะเป็นศูนย์ในประเทศทูร์เคีย ซึ่งได้กลายเป็นต้นแบบในระดับสากล โครงการนี้ไม่เพียงแต่เน้นการคัดแยกขยะ แต่ยังรวมถึงการสร้างจิตสำนึกในการกู้คืนทรัพยากร
ตัวเลขสถิติที่สำคัญจากโครงการในทูร์เคียประกอบด้วย
- การกู้คืนขยะกลับมาใช้ใหม่ได้หลายล้านตัน
- ประหยัดวัตถุดิบได้กว่า 650 ล้านตัน
- ป้องกันการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 4 ล้านตัน
นางแอร์โดอันเปิดเผยว่า กำลังมีการดำเนินการจัดตั้ง "มูลนิธิขยะเป็นศูนย์" (Zero Waste Foundation) เพื่อขยายผลความพยายามนี้ไปสู่กลุ่มอาสาสมัครภาคประชาสังคมในวงกว้างขึ้น โดยการเคลื่อนไหวซึ่งเริ่มต้นจากระดับท้องถิ่นในทูร์เคีย ได้ยกระดับขึ้นสู่ระดับนโยบายที่เข้มแข็งภายใต้ร่มเงาของสหประชาชาติ
“โลกใหญ่กว่าห้า” นิยามใหม่ด้านภูมิอากาศ
นางแอร์โดอันได้นำประโยคทองของ ประธานาธิบดี เรเจป ไตยิป แอร์โดอัน ที่ว่า "โลกใหญ่กว่าห้า" (The world is bigger than five) มาปรับใช้ในบริบทของการต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยอธิบายว่าจำเป็นต้องมีระบบที่เท่าเทียมและพิจารณาถึงประเทศที่ได้รับผลกระทบจากสภาวะโลกร้อนมากที่สุด ทั้งที่ประเทศเหล่านั้นไม่ได้เป็นผู้ก่อปัญหา
"เราจำเป็นต้องมีระบบที่เที่ยงธรรม ซึ่งตั้งอยู่บนหลักการของการกระจายที่เป็นธรรม ทั้งในประเด็นด้านสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และขอเรียกร้องให้ประเทศที่มีความมั่งคั่งสูงหยุดตักตวงทรัพยากรดินและน้ำจากประเทศยากจนเพื่อตอบสนองความต้องการของตนเอง ในขณะที่เด็กในประเทศเหล่านั้นไม่สามารถเข้าถึงอาหารที่เพียงพอได้"
เสียงเรียกถึงคนรุ่นสุดท้าย
ในช่วงท้ายของสุนทรพจน์ นางแอร์โดอัน ได้ฝากข้อความที่ทรงพลังถึงคนรุ่นปัจจุบัน โดยระบุว่า เราคือคนรุ่นสุดท้ายที่สามารถย้อนกลับแนวโน้มนี้ได้ การกู้โลกไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นหน้าที่ของทุกคน
การกำหนดให้วันที่ 30 มีนาคม เป็นวันสำคัญด้านขยะเป็นศูนย์ ถือเป็นก้าวแรกของการเดินทางร่วมกันเพื่ออนาคตและบ้านส่วนรวมของมนุษยชาติ นั่นคือโลกใบนี้
นางแอร์โดอันเชื่อมั่นว่าหากมนุษย์ดำเนินรอยตามเข็มทิศแห่งมโนธรรมและเหตุผลร่วมกัน เมล็ดพันธุ์แห่งขยะเป็นศูนย์จะงอกงามในจิตสำนึกของทุกคนอย่างแน่นอน
สุนทรพจน์ครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการรายงานความสำเร็จของทูร์เคีย แต่เป็นการส่งสัญญาณเตือนระดับโลกให้ปรับปรุงระบบธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เกิดความยุติธรรมแก่ทุกชีวิตบนโลกอย่างเท่าเทียมและยั่งยืน
ที่มา: COP31
ภาพ: UN Photo/Evan Schneider


