ความต้องการพลังงานไฟฟ้ามหาศาลจากยุค AI และ Data Center ผลักดันให้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบโมดูลาร์ (SMR) กลายเป็นทางเลือกสำคัญเพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงาน
KEY POINTS
- ความต้องการพลังงานไฟฟ้ามหาศาลจากยุค AI และ Data Center ผลักดันให้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบโมดูลาร์ (SMR) กลายเป็นทางเลือกสำคัญเพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงาน
- ประเทศไทยเตรียมบรรจุ SMRs กำลังผลิต 9,000 เมกะวัตต์ ไว้ในร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าฉบับใหม่ (PDP 2026) เพื่อรองรับความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นและเป็นพลังงานฐานที่มั่นคง
- ทั่วโลกมีแนวโน้มสนใจพลังงานนิวเคลียร์ยุคใหม่เพิ่มขึ้น โดยสหรัฐอเมริกา (USTDA) พร้อมสนับสนุนทุนเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการในไทย เพื่อลดความเสี่ยงและดึงดูดการลงทุน
การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และศูนย์ข้อมูล (Data Center) กำลังผลักดันให้ทั่วโลกเผชิญกับความต้องการพลังงานไฟฟ้ามหาศาลอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน นำมาสู่การเสนอข้อมูลและมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานและนิวเคลียร์ทั้งในและต่างประเทศ ที่ชี้ชัดว่า “พลังงานนิวเคลียร์ยุคใหม่” โดยเฉพาะโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบโมดูลาร์ (SMRs) คือฟันเฟืองสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางพลังงาน ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนระบบนิเวศทางเศรษฐกิจแห่งอนาคต
กฟผ. เผยไทยเตรียมบรรจุ SMRs 9,000 เมกะวัตต์ รองรับ AI และการเปลี่ยนผ่านพลังงาน
ดร. นทีกูล เกรียงชัยพร วิศวกรนิวเคลียร์อาวุโส การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยถึงร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทยฉบับใหม่ (PDP 2026) ในงาน Gastech 2026 ที่ส่งสัญญาณชัดเจนในการมุ่งสู่พลังงานนิวเคลียร์ โดยบรรจุกำลังการผลิตของ SMRs ไว้ถึง 9,000 เมกะวัตต์
ดร. นทีกูล ระบุว่าปัจจัยหลักมาจากความต้องการลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลอย่างก๊าซธรรมชาติ ซึ่งปัจจุบันใช้ผลิตไฟฟ้าสูงถึง 60% (และเป็นการนำเข้า LNG 20%) เพื่อแก้ปัญหาความผันผวนของราคา LNG ขณะเดียวกัน SMRs จะเข้ามาเป็นพลังงานฐาน (Base-load) ที่มั่นคง เพื่อช่วยเสริมเสถียรภาพระบบไฟฟ้าในระหว่างที่ไทยขยายสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนจาก 20% ขึ้นเป็นอย่างน้อย 55% รวมทั้งช่วยรองรับความต้องการไฟฟ้ามหาศาลจาก Data Center และ AI ทั้งนี้ ประเทศไทยกำลังเร่งจัดตั้งโปรแกรมพลังงานนิวเคลียร์แห่งชาติ (NEP) สร้างความเข้าใจกับประชาชน วางกรอบกฎหมายและองค์กรกำกับดูแลที่เข้มแข็ง โดยมีความร่วมมือด้านการฝึกอบรมและอ้างอิงมาตรฐานกฎระเบียบร่วมกับสหรัฐอเมริกา
สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์ฯ ชี้ต้องเร่งสร้าง “ระบบนิเวศ” และความร่วมมือระหว่างประเทศ
ดร. กนกพร บุญศิริชัย รองผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทน. เน้นย้ำว่าการขับเคลื่อนพลังงานนิวเคลียร์ไม่สามารถทำได้โดยลำพัง แต่ต้องมองในภาพรวมของการสร้าง “ระบบนิเวศ” (Ecosystem) โดย สทน. ทำหน้าที่เป็นผู้ร่วมขับเคลื่อนในระบบนิเวศ ไม่ใช่ผู้กำกับดูแล
การเตรียมความพร้อมของไทยจำเป็นต้องอาศัยการทำงานร่วมกันในโปรแกรมระดับชาติ การพัฒนาบุคลากรที่ครอบคลุมหลากหลายสาขา ทั้งนักฟิสิกส์ วิศวกร ไปจนถึงนักสังคมศาสตร์ ตลอดจนการสร้างพันธมิตรความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อผลักดันให้เกิดการดำเนินงานได้จริง
USTDA ชี้เทรนด์นิวเคลียร์ยุคใหม่พุ่งทั่วโลก พร้อมหนุนทุนศึกษาความเป็นไปได้
แซมมวล ควอน หัวหน้าฝ่ายกฎหมายจากองค์การการค้าและการพัฒนาของสหรัฐอเมริกา (USTDA) กล่าวว่า ความสนใจในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ยุคใหม่ (Gen 3+ และ Gen 4) รวมถึง Microreactors กำลังขยายตัวอย่างมากในระดับโลก โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนจากทั้งความต้องการพลังงานของ AI และศูนย์ข้อมูลประมวลผลซอฟต์แวร์ ตลอดจนความต้องการความมั่นคงทางพลังงานและมิติทางภูมิรัฐศาสตร์
แซมมวล ชี้ว่านิวเคลียร์คือการสร้างพันธมิตรระยะยาวที่รวมถึงการถ่ายทอดทักษะ การจัดการเชื้อเพลิง และขยะนิวเคลียร์ สำหรับความท้าทายด้านความเป็นไปได้ทางการเงิน (Bankability) ของโครงการนิวเคลียร์ซึ่งมีความซับซ้อนนั้น USTDA ได้เข้ามาสนับสนุนทุนมอบให้ (Grants) สำหรับการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ ทั้งในประเทศไทยและโรมาเนีย เพื่อช่วยลดความเสี่ยงและดึงดูดเงินลงทุนจากภาคเอกชน





