ชูแนวคิด "โฉนดทางสมอง" หรือทรัพย์สินทางปัญญา ให้เป็นมรดกที่สามารถส่งต่อให้ลูกหลานได้ ซึ่งมีคุณค่ามากกว่าใบปริญญา
KEY POINTS
- เสนอแนวคิดทลายกำแพงมหาวิทยาลัยให้เป็นพื้นที่เปิด เพื่อให้นักศึกษา นักวิจัย และนักลงทุนได้พบปะแลกเปลี่ยนไอเดียและสร้างธุรกิจใหม่
- ชูแนวคิด "โฉนดทางสมอง" หรือทรัพย์สินทางปัญญา ให้เป็นมรดกที่สามารถส่งต่อให้ลูกหลานได้ ซึ่งมีคุณค่ามากกว่าใบปริญญา
- กระทรวง อว. เตรียมจัดตั้ง University Holding Company เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้เอกชนร่วมลงทุนในผลงานวิจัย และวางแผนที่ทรัพย์สินทางปัญญา (IP Landscape) เพื่อปกป้องสมบัติของชาติ
ถ้ามหาวิทยาลัยในไทยไม่มีรั้วกั้น แต่เต็มไปด้วยพื้นที่เปิดที่ให้คนมีไอเดียมา "สปาร์ก" กับคนมีทุน เปลี่ยนภาพจำของคำว่า "นวัตกรรม" จากเรื่องไกลตัวแบบยานอวกาศ ให้กลายเป็นเครื่องมือทำเงินจริงในชีวิตประจำวัน และการสร้างหลักประกันในสมองที่สามารถส่งต่อเป็นมรดกตกทอดได้
นวัตกรรมไม่ได้แปลว่าต้องไปอวกาศ
คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดว่าคำว่า "นวัตกรรม" ต้องเป็นเรื่องล้ำยุคอย่างหัวใจเทียมหรือยานอวกาศแบบที่ อีลอน มัสก์ ทำ แต่ความจริงแล้ว แม้กระทั่ง "เข็มฉีดยา" ก็ถือเป็นนวัตกรรมได้เช่นกัน ศ.ดร.ยศชนันท์ วงสวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ชี้แจงว่า ประเทศไทยไม่จำเป็นต้องไปวิ่งไล่ตามเทคโนโลยีอวกาศที่ไกลตัว แต่ควรสู้ในสมรภูมิของตัวเองให้ดีที่สุด เช่น การดึงคุณค่าจากวัตถุดิบท้องถิ่น สมุนไพร หรือภาคการเกษตรมาพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันระดับนานาชาติ และผลักดันให้เกิดธุรกิจ "ยูนิคอร์น" ที่สามารถจ้างงานและช่วยให้เกษตรกรเติบโตไปด้วยกันอย่างแท้จริง
เปลี่ยนมหาวิทยาลัยไทย จากรั้วกั้นรอบด้าน สู่พื้นที่ "สปาร์ก" ไอเดียทำเงิน
ศ.ดร.ยศชนันท์ ได้เปรียบเทียบภาพผังเมืองมหาวิทยาลัยไทยกับยุโรปได้อย่างน่าสนใจ โดยในยุโรปเราจะเห็นพื้นที่การเรียนรู้ ผับ บาร์ และสวนสาธารณะผสมผสานกันอย่างกลมกลืน ทำให้ผู้คนหลากสาขาได้มาเจอและแลกเปลี่ยนไอเดียกันโดยบังเอิญ ในขณะที่มหาวิทยาลัยไทย ขับรถไปทางไหนก็เจอแต่กำแพงรั้วและรปภ. คอยกั้น ส่งผลให้นักลงทุน (VC) แทบไม่มีโอกาสได้พบกับเด็กที่มีไอเดียดี ๆ เลย
"เราต้องเปลี่ยนมหาวิทยาลัยให้เป็นศูนย์บ่มเพาะ (Incubator) เพื่อให้เด็กที่เข้ามาเรียนตั้งแต่วันแรก สามารถทำงานทำเงินร่วมกับสตาร์ทอัปหรือบริษัทรอบ ๆ ได้ทันที" ศ.ดร.ยศชนันท์ระบุ โดยเสนอให้เปลี่ยนภาพจำรอบมหาวิทยาลัยที่มีแต่ร้านกาแฟที่เด็ก ๆ ไปรับจ้างสอนพิเศษเพื่อหาเงินเรียน มาเป็นการเปิดพื้นที่ให้เอกชนเข้ามาใช้เครื่องมือและบริการวิจัยในคณะ และปรับปรุงผังเมืองรอบสถาบันการศึกษาให้เกิดการแลกเปลี่ยนไอเดียและจับคู่ธุรกิจได้รวดเร็วขึ้น
รัฐต้องใจแข็ง เลิกอุ้มเทคโนโลยีเก่า แล้วหันมา "อุ้มคน"
เมื่อเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมเกิดการเปลี่ยนผ่าน สิ่งที่รัฐบาลต้องทำใจยอมรับคือการปล่อยมือจากเทคโนโลยีเก่าที่หมดอายุขัย และหันมาสนับสนุน "คน" แทน ด้วยการส่งเสริมการรีสกิล (Reskill) อัปสกิล (Upskill) และสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต เหมือนแบบจำลองในประเทศเกาหลีใต้ที่สนับสนุนให้คนวัยเกษียณสามารถกลับมาเรียนและทำสตาร์ทอัปตามความฝันได้ เพราะพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์นั้นเกิดจากความหลากหลายของผู้คนที่ได้มาสปาร์กไอเดียร่วมกัน
"โฉนดทางสมอง" มรดกแท้จริงที่ปริญญาให้ไม่ได้
อีกหนึ่งประเด็นที่แหลมคมคือเรื่องของ "ทรัพย์สินทางปัญญา" ซึ่งถูกเปรียบเทียบกับ "โฉนดที่ดิน" ไว้อย่างเห็นภาพ
"ผมมีปริญญา 3 ใบ ถ้าวันหนึ่งผมโดนรถชนตาย ลูกหลานของผมก็ไม่ได้ปริญญานี้ไปด้วย แต่ถ้าผมมีทรัพย์สินทางปัญญา มันคือโฉนดทางสมองที่ไม่มีต้นทุนในการเก็บรักษา แต่ผมสามารถส่งมอบโฉนดชิ้นนี้ให้กับลูกหลานของผมเอาไปทำมาหากินต่อได้"
ประเทศไทยสูญเสียทรัพย์สินทางปัญญาจากไอเดียดี ๆ ของนักเรียนและนักวิจัยไปเป็นจำนวนมากในแต่ละปี กระทรวง อว. จึงเตรียมจับมือกับภาคเอกชนเพื่อวางแผนที่ทรัพย์สินทางปัญญา (IP Landscape) ในอุตสาหกรรมสำคัญ เพื่อปกป้องผลประโยชน์และสมบัติทางปัญญาของชาติอย่างเต็มที่
University Holding Company ปลดล็อกความเชื่อมั่น
เพื่อแก้ปัญหาความลังเลของภาคเอกชนในการร่วมลงทุนกับผลงานวิจัยใหม่ ๆ กระทรวง อว. ได้จัดตั้งเครือข่ายความร่วมมือ "University Holding Company" ขึ้นมา เพื่อให้มหาวิทยาลัยร่วมลงเงินเป็นตัวกลางสร้างความเชื่อมั่น ซึ่งจะช่วยดึงดูดสภาอุตสาหกรรม สภาหอการค้า หรือ VC ให้กล้าเข้ามาลงเงินเพื่อขยายธุรกิจนวัตกรรมนี้ออกสู่ตลาดโลกต่อไป
โดยประเทศไทยมีระบบนิเวศด้านเทคโนโลยีการแพทย์ (Medical Tech) ที่แข็งแกร่งและดีที่สุดในอาเซียน รวมไปถึงระบบนิเวศด้านการเกษตรและหุ่นยนต์อุตสาหกรรมที่พร้อมอยู่แล้ว หากเราสามารถปลดล็อกกำแพงสถาบันและสร้างพื้นที่เปิดให้คนได้เจอกันจริง ๆ นวัตกรรมเหล่านี้จะวิ่งเข้าสู่ตลาดและขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยได้อย่างรวดเร็วแน่นอน





