วันอาทิตย์ ที่ 25 ตุลาคม 2569

Login
Login

แสนสิริ–SCB ผนึกพลังปลดล็อกทุน SME เร่งปรับตัวรับกติกาธุรกิจสีเขียว

แสนสิริจับมือ SCB หนุนทุนกว่า 2,000 ล้านบาท เสริมสภาพคล่อง SME ในห่วงโซ่อุปทานอสังหาฯ พร้อมสินเชื่อ Green Loan สูงสุด 50 ล้านบาทโดยไม่ต้องใช้หลักประกัน เร่งปรับธุรกิจสู่มาตรฐาน ESG เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันระยะยาว

KEY POINTS

  • แสนสิริจับมือ SCB เสริมศักยภาพ SME ในห่วงโซ่อุปทานอสังหาฯ
  • SCB หนุนแหล่งทุนกว่า 2,000 ล้านบาท (ใช้หลักประกัน) พร้อม Green Loan สูงสุด 50 ล้านบาท ไม่ต้องใช้หลักประกัน
  • เร่ง SME ปรับธุรกิจสู่มาตรฐาน ESG เพิ่มขีดความสามารถแข่งขันระยะยาว

บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) จัดงานสัมมนา “Synergy for SME Sustainable Success: ผนึกพลัง ขับเคลื่อน SME สร้างความสำเร็จอย่างยั่งยืน” เพื่อยกระดับศักยภาพและเร่งการปรับตัวของผู้ประกอบการรายย่อย (SME) ในห่วงโซ่อุปทานอสังหาริมทรัพย์ไทย ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว หนี้ครัวเรือนพุ่งสูง และการเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ตลอดจนมาตรฐานความยั่งยืน (ESG) ในระดับสากล

ความร่วมมือครั้งนี้ยังเปิดทางให้คู่ค้าแสนสิริเข้าถึงแหล่งทุนจากไทยพาณิชย์รวมกว่า 2,000 ล้านบาท ทั้งสินเชื่อระยะยาว เงินทุนหมุนเวียนเพื่อธุรกิจ (แบบมีหลักประกัน) อัตราดอกเบี้ยพิเศษ และสินเชื่อเพื่อความยั่งยืนวงเงินสูงสุด 50 ล้านบาท (ไม่ต้องใช้หลักประกัน) เพื่อสนับสนุนการลงทุนในเทคโนโลยีสีเขียว ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันตลอดห่วงโซ่ธุรกิจ

แสนสิริ–SCB ผนึกพลังปลดล็อกทุน SME เร่งปรับตัวรับกติกาธุรกิจสีเขียว

เติบโตควบคู่ไปกับคู่ค้า

"เศรษฐา ทวีสิน" อดีตนายกรัฐมนตรี และผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ "Business Ecosystem in Transition: Challenges & Opportunities" โดยย้อนรอยประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างแสนสิริ คู่ค้า และธนาคารไทยพาณิชย์ ที่ร่วมฟันฝ่าวิกฤตการณ์ทางการเงินนับตั้งแต่วิกฤติต้มยำกุ้ง ปี พ.ศ. 2540 ด้วยความซื่อสัตย์และการเจรจาปรับโครงสร้างหนี้อย่างตรงไปตรงมา เช่น การโอนทรัพย์ชำระหนี้ เพื่อให้ทุกฝ่ายสามารถดำเนินธุรกิจอยู่รอดร่วมกันได้

สำหรับสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน "เศรษฐา" ชี้ว่า แม้จะไม่เหมือนวิกฤติปี 2540 แต่มีตัวชี้วัดที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง โดยเฉพาะระดับหนี้ครัวเรือนที่พุ่งสูงถึง 90% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ซึ่งเป็นระดับที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ ขณะที่หนี้สาธารณะต่อ GDP อยู่ที่ประมาณ 69% ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสถาบันการเงินในการปฏิเสธสินเชื่อที่อยู่อาศัยระดับราคา 2–3 ล้านบาท

ไทยยังเผชิญปัญหาโครงสร้างประชากรและอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่โตเพียงประมาณ 2% ซึ่งต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนอย่างเวียดนาม มาเลเซีย และอินโดนีเซีย และคาดการณ์ว่าในอีก 50 ปีข้างหน้า ประชากรไทยอาจลดลงเหลือเพียง 37 ล้านคน

แสนสิริ–SCB ผนึกพลังปลดล็อกทุน SME เร่งปรับตัวรับกติกาธุรกิจสีเขียว

แสนสิริและไทยพาณิชย์ร่วมมือช่วยเหลือคู่ค้าในห่วงโซ่อุปทาน ให้ผ่านวิกฤติและเติบโตไปด้วยกัน และแนะนำว่าผู้ประกอบการต้องยึด 3 รากฐานสำคัญ ได้แก่

  1. บริหารกระแสเงินสด รักษาวินัยทางการเงินและวางแผนอย่างรัดกุม
  2. รักษาสัญญาและความเชื่อมั่น ตลอดห่วงโซ่ธุรกิจ
  3. ช่วยเหลือประคับประคองกัน เพราะหากรายเล็กล้ม รายใหญ่ก็อยู่ยาก

ในมิติการดูแลห่วงโซ่มูลค่า (Value Chain) "เศรษฐา" เน้นย้ำว่า แม้แสนสิริจะมีผลประกอบการและกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งจากการออกหุ้นกู้ แต่หากคู่ค้าในซัพพลายเชนไม่เข้มแข็ง บริษัทก็ไม่สามารถเติบโตอย่างมั่นคงได้เช่นกัน

“ถ้าซัพพลายเชนเราไม่แข็งแกร่ง เราก็แข็งแรงไม่ได้ เราต้องเติบโตไปข้างหน้าควบคู่ไปกับคู่ค้าของเราทุกคน”

เพื่อบรรเทาผลกระทบแก่ผู้ประกอบการ SME ในระยะสั้น แสนสิริมีแนวทางเร่งระยะเวลาการจ่ายเงิน (Credit Term) ให้แก่คู่ค้าเร็วขึ้นกว่าเดิมในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว เพื่อเพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน พร้อมทั้งเสนอแนะให้คู่ค้าและสถาบันการเงินร่วมหารือและแจ้งปัญหาล่วงหน้าอย่างตรงไปตรงมาเพื่อหาทางออกร่วมกัน

แสนสิริ–SCB ผนึกพลังปลดล็อกทุน SME เร่งปรับตัวรับกติกาธุรกิจสีเขียว

Green Supply Chain

"อุทัย อุทัยแสงสุข" กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ถ่ายทอดแนวทางในเสวนาหัวข้อ "ESG in Action for Sustainable Business: จากแนวทางสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน" โดยระบุว่า แสนสิริขับเคลื่อน ESG ผ่านโมเดล Green Supply Chain ใน 3 มิติหลัก ได้แก่

  • การจัดซื้อจัดจ้างสีเขียว
  • การก่อสร้างสีเขียว
  • สถาปัตยกรรมกับการออกแบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

มีผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทานกว่า 4,000 ราย นอกจากนี้ ยังบริหารความเสี่ยงและสิทธิมนุษยชนร่วมกับ UNICEF มากว่า 15 ปีในการดูแลบุตรหลานแรงงานก่อสร้าง

แสนสิริมุ่ง Net Zero 2050

"อุทัย" เปิดเผยข้อมูลคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของแสนสิริว่า บริษัทมีการปล่อยก๊าซคาร์บอนรวมประมาณ 2 ล้านตันต่อปี โดยพบว่า 98% ของคาร์บอนฟุตพริ้นท์เกิดจากการใช้พลังงานของลูกบ้านตลอดช่วงอายุการอยู่อาศัย 60 ปี ขณะที่กระบวนการทำงานในสำนักงานคิดเป็นเพียง 2% เท่านั้น แสนสิริจึงตั้งเป้าหมายมุ่งสู่ Net Zero ภายในปี 2050 ผ่านการออกแบบสถาปัตยกรรมสีเขียว

ด้านนวัตกรรมการก่อสร้าง แสนสิริ ได้พัฒนาระบบชิ้นส่วนคอนกรีตสำเร็จรูป (Precast) ที่ช่วยลดขยะจากการก่อสร้างลงจนเกือบเป็นศูนย์ พร้อมทั้งร่วมมือกับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังในการศึกษาวิจัยนำวัสดุนาโน "กราฟีน" มาผสมในแผ่นคอนกรีต Precast ซึ่งช่วยกระจายความร้อน และทำให้อุณหภูมิภายในบ้านลดลงได้ถึง 2 องศาเซลเซียส ช่วยลดการทำงานของเครื่องปรับอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ยังได้พัฒนานวัตกรรมสิ่งแวดล้อมในโครงการอยู่อาศัยจริง เช่น โครงการนาราสิริที่ใช้ระบบบำบัดน้ำด้วยพืชธรรมชาติโดยไม่ใช้สารเคมี พร้อมเว้นที่ดินหน้าโครงการกว่า 1 ไร่ ทำแนวต้นไม้ใหญ่ และน้ำพุเพื่อกรองฝุ่นมลพิษและลดเสียงรบกวน รวมถึงได้รับการสนับสนุนสินเชื่อสีเขียวจากธนาคารไทยพาณิชย์ สำหรับพัฒนาโครงการอาคารชุดประหยัดพลังงานตามเกณฑ์ Thailand Taxonomy

"อุทัย" ให้คำแนะนำแก่ผู้ประกอบการ SME ในการปรับตัวว่า ควรเริ่มต้นจากจุดเล็ก ๆ สำรวจกระบวนการผลิตเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และเน้นการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจริงมากกว่าการทำเพื่อสร้างภาพลักษณ์

“เรื่อง Sustainability ไม่ใช่เรื่องของความสมัครใจอีกต่อไป แต่เป็นเรื่องความต้องการและความคาดหวังของลูกค้าที่สูงขึ้น ซึ่งบังคับให้ผู้ประกอบการต้องกลับมาสำรวจตัวเองและลงมือทำอย่างต่อเนื่อง”

หนุน SME รับมือยุค AI และความยั่งยืน

"สารัชต์ รัตนาภรณ์" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า โลกธุรกิจในปัจจุบันกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากเทคโนโลยีดิจิทัล การประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป และมาตรฐานด้านความยั่งยืน ทำให้ผู้ประกอบการ

โดยเฉพาะกลุ่ม SME ในห่วงโซ่อุปทาน ต้องเร่งปรับตัวเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตในระยะยาว ซึ่งสอดคล้องกับประเด็นสำคัญบนเวทีโลก ทั้งการใช้ AI เพิ่มผลิตภาพ การรับมือความผันผวนผ่านแนวทางความยั่งยืน และการขยายโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุน

ธนาคารจึงให้ความสำคัญกับแนวคิด Value Chain Ecosystem และมุ่งสู่การเป็น Business Value Chain Partner ที่ช่วยเชื่อมโยงโอกาส เครือข่าย และศักยภาพทางธุรกิจตลอดทั้งห่วงโซ่อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์

"สารัชต์" ชี้ว่า อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ซึ่งมีห่วงโซ่มูลค่าขนาดใหญ่ กำลังเผชิญความท้าทายหลายมิติ ทั้งต้นทุนผันผวน การขาดแคลนแรงงานทักษะ และการเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยีก่อสร้างสมัยใหม่ ความร่วมมือในการจัดงานสัมมนาครั้งนี้จึงมีเป้าหมายเพื่อเร่งสร้างความเข้มแข็งให้กับผู้ประกอบการซัพพลายเชน ผ่านองค์ความรู้ เทคโนโลยี และการเข้าถึงแหล่งทุนที่จำเป็น

โดยมุ่งช่วยให้ SME นำ AI ไปเสริมศักยภาพ ปรับธุรกิจสู่แนวทางยั่งยืน และเข้าถึงโซลูชันทางการเงินที่เหมาะสม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกันในระยะยาว

แสนสิริ–SCB ผนึกพลังปลดล็อกทุน SME เร่งปรับตัวรับกติกาธุรกิจสีเขียว

ธุรกิจชนะ สังคมพัฒนา

"ดร.ยรรยง ไทยเจริญ" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานวิจัยเศรษฐกิจและความยั่งยืน ธนาคารไทยพาณิชย์ ร่วมเสวนาในหัวข้อ "ESG in Action for Sustainable Business: จากแนวทางสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน" โดยเน้นย้ำว่า สำหรับคู่ค้า SME ของแสนสิริ ธนาคารได้จัดเตรียมแพ็กเกจสินเชื่อเพื่อการปรับตัวสู่ความยั่งยืนและการใช้พลังงานประสิทธิภาพสูง โดยมอบอัตราดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 2.5% ในปีแรก โดย SCB ได้ตั้งเป้าหมายการให้บริการทางการเงินเพื่อความยั่งยืน รวม 500,000–550,000 ล้านบาท ภายในปี 2030 ปัจจุบันปล่อยสินเชื่อความยั่งยืนไปแล้วกว่า 300,000 ล้านบาท

พร้อมวางเป้าหมาย Net Zero จากการดำเนินงานภายในปี 2030 และ Net Zero ในพอร์ตสินเชื่อตามมาตรฐาน SBTi รวมถึงเป็นธนาคารไทยแห่งแรกที่ลงนามในหลักการ Equator Principles

นอกจากนี้ "ดร.ยรรยง" ยังได้เตือนถึงภาวะเศรษฐกิจ K-Shape ที่ธุรกิจไม่ปรับตัวด้าน ESG เสี่ยงที่จะถูกคัดออกจากห่วงโซ่อุปทานระดับโลก เช่น มาตรการ CBAM ของยุโรป พร้อมแนะให้ SME นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ขนาดเล็ก มาใช้ลดต้นทุนและยืดหยุ่นกระบวนการทำงาน โดยสรุปหลักการสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ การตั้งโจทย์ให้ชัดเจน, การนำเทคโนโลยีมาใช้แก้ปัญหา, และการลงมือทำทันที