แสนสิริจับมือ SCB หนุนทุนกว่า 2,000 ล้านบาท เสริมสภาพคล่อง SME ในห่วงโซ่อุปทานอสังหาฯ พร้อมสินเชื่อ Green Loan สูงสุด 50 ล้านบาทโดยไม่ต้องใช้หลักประกัน เร่งปรับธุรกิจสู่มาตรฐาน ESG เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันระยะยาว
KEY POINTS
- แสนสิริจับมือ SCB เสริมศักยภาพ SME ในห่วงโซ่อุปทานอสังหาฯ
- SCB หนุนแหล่งทุนกว่า 2,000 ล้านบาท (ใช้หลักประกัน) พร้อม Green Loan สูงสุด 50 ล้านบาท ไม่ต้องใช้หลักประกัน
- เร่ง SME ปรับธุรกิจสู่มาตรฐาน ESG เพิ่มขีดความสามารถแข่งขันระยะยาว
บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) จัดงานสัมมนา “Synergy for SME Sustainable Success: ผนึกพลัง ขับเคลื่อน SME สร้างความสำเร็จอย่างยั่งยืน” เพื่อยกระดับศักยภาพและเร่งการปรับตัวของผู้ประกอบการรายย่อย (SME) ในห่วงโซ่อุปทานอสังหาริมทรัพย์ไทย ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว หนี้ครัวเรือนพุ่งสูง และการเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ตลอดจนมาตรฐานความยั่งยืน (ESG) ในระดับสากล
ความร่วมมือครั้งนี้ยังเปิดทางให้คู่ค้าแสนสิริเข้าถึงแหล่งทุนจากไทยพาณิชย์รวมกว่า 2,000 ล้านบาท ทั้งสินเชื่อระยะยาว เงินทุนหมุนเวียนเพื่อธุรกิจ (แบบมีหลักประกัน) อัตราดอกเบี้ยพิเศษ และสินเชื่อเพื่อความยั่งยืนวงเงินสูงสุด 50 ล้านบาท (ไม่ต้องใช้หลักประกัน) เพื่อสนับสนุนการลงทุนในเทคโนโลยีสีเขียว ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันตลอดห่วงโซ่ธุรกิจ
เติบโตควบคู่ไปกับคู่ค้า
"เศรษฐา ทวีสิน" อดีตนายกรัฐมนตรี และผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ "Business Ecosystem in Transition: Challenges & Opportunities" โดยย้อนรอยประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างแสนสิริ คู่ค้า และธนาคารไทยพาณิชย์ ที่ร่วมฟันฝ่าวิกฤตการณ์ทางการเงินนับตั้งแต่วิกฤติต้มยำกุ้ง ปี พ.ศ. 2540 ด้วยความซื่อสัตย์และการเจรจาปรับโครงสร้างหนี้อย่างตรงไปตรงมา เช่น การโอนทรัพย์ชำระหนี้ เพื่อให้ทุกฝ่ายสามารถดำเนินธุรกิจอยู่รอดร่วมกันได้
สำหรับสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน "เศรษฐา" ชี้ว่า แม้จะไม่เหมือนวิกฤติปี 2540 แต่มีตัวชี้วัดที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง โดยเฉพาะระดับหนี้ครัวเรือนที่พุ่งสูงถึง 90% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ซึ่งเป็นระดับที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ ขณะที่หนี้สาธารณะต่อ GDP อยู่ที่ประมาณ 69% ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสถาบันการเงินในการปฏิเสธสินเชื่อที่อยู่อาศัยระดับราคา 2–3 ล้านบาท
ไทยยังเผชิญปัญหาโครงสร้างประชากรและอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่โตเพียงประมาณ 2% ซึ่งต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนอย่างเวียดนาม มาเลเซีย และอินโดนีเซีย และคาดการณ์ว่าในอีก 50 ปีข้างหน้า ประชากรไทยอาจลดลงเหลือเพียง 37 ล้านคน
แสนสิริและไทยพาณิชย์ร่วมมือช่วยเหลือคู่ค้าในห่วงโซ่อุปทาน ให้ผ่านวิกฤติและเติบโตไปด้วยกัน และแนะนำว่าผู้ประกอบการต้องยึด 3 รากฐานสำคัญ ได้แก่
- บริหารกระแสเงินสด รักษาวินัยทางการเงินและวางแผนอย่างรัดกุม
- รักษาสัญญาและความเชื่อมั่น ตลอดห่วงโซ่ธุรกิจ
- ช่วยเหลือประคับประคองกัน เพราะหากรายเล็กล้ม รายใหญ่ก็อยู่ยาก
ในมิติการดูแลห่วงโซ่มูลค่า (Value Chain) "เศรษฐา" เน้นย้ำว่า แม้แสนสิริจะมีผลประกอบการและกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งจากการออกหุ้นกู้ แต่หากคู่ค้าในซัพพลายเชนไม่เข้มแข็ง บริษัทก็ไม่สามารถเติบโตอย่างมั่นคงได้เช่นกัน
“ถ้าซัพพลายเชนเราไม่แข็งแกร่ง เราก็แข็งแรงไม่ได้ เราต้องเติบโตไปข้างหน้าควบคู่ไปกับคู่ค้าของเราทุกคน”
เพื่อบรรเทาผลกระทบแก่ผู้ประกอบการ SME ในระยะสั้น แสนสิริมีแนวทางเร่งระยะเวลาการจ่ายเงิน (Credit Term) ให้แก่คู่ค้าเร็วขึ้นกว่าเดิมในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว เพื่อเพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน พร้อมทั้งเสนอแนะให้คู่ค้าและสถาบันการเงินร่วมหารือและแจ้งปัญหาล่วงหน้าอย่างตรงไปตรงมาเพื่อหาทางออกร่วมกัน
Green Supply Chain
"อุทัย อุทัยแสงสุข" กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ถ่ายทอดแนวทางในเสวนาหัวข้อ "ESG in Action for Sustainable Business: จากแนวทางสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน" โดยระบุว่า แสนสิริขับเคลื่อน ESG ผ่านโมเดล Green Supply Chain ใน 3 มิติหลัก ได้แก่
- การจัดซื้อจัดจ้างสีเขียว
- การก่อสร้างสีเขียว
- สถาปัตยกรรมกับการออกแบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
มีผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทานกว่า 4,000 ราย นอกจากนี้ ยังบริหารความเสี่ยงและสิทธิมนุษยชนร่วมกับ UNICEF มากว่า 15 ปีในการดูแลบุตรหลานแรงงานก่อสร้าง
แสนสิริมุ่ง Net Zero 2050
"อุทัย" เปิดเผยข้อมูลคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของแสนสิริว่า บริษัทมีการปล่อยก๊าซคาร์บอนรวมประมาณ 2 ล้านตันต่อปี โดยพบว่า 98% ของคาร์บอนฟุตพริ้นท์เกิดจากการใช้พลังงานของลูกบ้านตลอดช่วงอายุการอยู่อาศัย 60 ปี ขณะที่กระบวนการทำงานในสำนักงานคิดเป็นเพียง 2% เท่านั้น แสนสิริจึงตั้งเป้าหมายมุ่งสู่ Net Zero ภายในปี 2050 ผ่านการออกแบบสถาปัตยกรรมสีเขียว
ด้านนวัตกรรมการก่อสร้าง แสนสิริ ได้พัฒนาระบบชิ้นส่วนคอนกรีตสำเร็จรูป (Precast) ที่ช่วยลดขยะจากการก่อสร้างลงจนเกือบเป็นศูนย์ พร้อมทั้งร่วมมือกับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังในการศึกษาวิจัยนำวัสดุนาโน "กราฟีน" มาผสมในแผ่นคอนกรีต Precast ซึ่งช่วยกระจายความร้อน และทำให้อุณหภูมิภายในบ้านลดลงได้ถึง 2 องศาเซลเซียส ช่วยลดการทำงานของเครื่องปรับอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ ยังได้พัฒนานวัตกรรมสิ่งแวดล้อมในโครงการอยู่อาศัยจริง เช่น โครงการนาราสิริที่ใช้ระบบบำบัดน้ำด้วยพืชธรรมชาติโดยไม่ใช้สารเคมี พร้อมเว้นที่ดินหน้าโครงการกว่า 1 ไร่ ทำแนวต้นไม้ใหญ่ และน้ำพุเพื่อกรองฝุ่นมลพิษและลดเสียงรบกวน รวมถึงได้รับการสนับสนุนสินเชื่อสีเขียวจากธนาคารไทยพาณิชย์ สำหรับพัฒนาโครงการอาคารชุดประหยัดพลังงานตามเกณฑ์ Thailand Taxonomy
"อุทัย" ให้คำแนะนำแก่ผู้ประกอบการ SME ในการปรับตัวว่า ควรเริ่มต้นจากจุดเล็ก ๆ สำรวจกระบวนการผลิตเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และเน้นการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจริงมากกว่าการทำเพื่อสร้างภาพลักษณ์
“เรื่อง Sustainability ไม่ใช่เรื่องของความสมัครใจอีกต่อไป แต่เป็นเรื่องความต้องการและความคาดหวังของลูกค้าที่สูงขึ้น ซึ่งบังคับให้ผู้ประกอบการต้องกลับมาสำรวจตัวเองและลงมือทำอย่างต่อเนื่อง”
หนุน SME รับมือยุค AI และความยั่งยืน
"สารัชต์ รัตนาภรณ์" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า โลกธุรกิจในปัจจุบันกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากเทคโนโลยีดิจิทัล การประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป และมาตรฐานด้านความยั่งยืน ทำให้ผู้ประกอบการ
โดยเฉพาะกลุ่ม SME ในห่วงโซ่อุปทาน ต้องเร่งปรับตัวเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตในระยะยาว ซึ่งสอดคล้องกับประเด็นสำคัญบนเวทีโลก ทั้งการใช้ AI เพิ่มผลิตภาพ การรับมือความผันผวนผ่านแนวทางความยั่งยืน และการขยายโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุน
ธนาคารจึงให้ความสำคัญกับแนวคิด Value Chain Ecosystem และมุ่งสู่การเป็น Business Value Chain Partner ที่ช่วยเชื่อมโยงโอกาส เครือข่าย และศักยภาพทางธุรกิจตลอดทั้งห่วงโซ่อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์
"สารัชต์" ชี้ว่า อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ซึ่งมีห่วงโซ่มูลค่าขนาดใหญ่ กำลังเผชิญความท้าทายหลายมิติ ทั้งต้นทุนผันผวน การขาดแคลนแรงงานทักษะ และการเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยีก่อสร้างสมัยใหม่ ความร่วมมือในการจัดงานสัมมนาครั้งนี้จึงมีเป้าหมายเพื่อเร่งสร้างความเข้มแข็งให้กับผู้ประกอบการซัพพลายเชน ผ่านองค์ความรู้ เทคโนโลยี และการเข้าถึงแหล่งทุนที่จำเป็น
โดยมุ่งช่วยให้ SME นำ AI ไปเสริมศักยภาพ ปรับธุรกิจสู่แนวทางยั่งยืน และเข้าถึงโซลูชันทางการเงินที่เหมาะสม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกันในระยะยาว
ธุรกิจชนะ สังคมพัฒนา
"ดร.ยรรยง ไทยเจริญ" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานวิจัยเศรษฐกิจและความยั่งยืน ธนาคารไทยพาณิชย์ ร่วมเสวนาในหัวข้อ "ESG in Action for Sustainable Business: จากแนวทางสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน" โดยเน้นย้ำว่า สำหรับคู่ค้า SME ของแสนสิริ ธนาคารได้จัดเตรียมแพ็กเกจสินเชื่อเพื่อการปรับตัวสู่ความยั่งยืนและการใช้พลังงานประสิทธิภาพสูง โดยมอบอัตราดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 2.5% ในปีแรก โดย SCB ได้ตั้งเป้าหมายการให้บริการทางการเงินเพื่อความยั่งยืน รวม 500,000–550,000 ล้านบาท ภายในปี 2030 ปัจจุบันปล่อยสินเชื่อความยั่งยืนไปแล้วกว่า 300,000 ล้านบาท
พร้อมวางเป้าหมาย Net Zero จากการดำเนินงานภายในปี 2030 และ Net Zero ในพอร์ตสินเชื่อตามมาตรฐาน SBTi รวมถึงเป็นธนาคารไทยแห่งแรกที่ลงนามในหลักการ Equator Principles
นอกจากนี้ "ดร.ยรรยง" ยังได้เตือนถึงภาวะเศรษฐกิจ K-Shape ที่ธุรกิจไม่ปรับตัวด้าน ESG เสี่ยงที่จะถูกคัดออกจากห่วงโซ่อุปทานระดับโลก เช่น มาตรการ CBAM ของยุโรป พร้อมแนะให้ SME นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ขนาดเล็ก มาใช้ลดต้นทุนและยืดหยุ่นกระบวนการทำงาน โดยสรุปหลักการสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ การตั้งโจทย์ให้ชัดเจน, การนำเทคโนโลยีมาใช้แก้ปัญหา, และการลงมือทำทันที





