วันเสาร์ ที่ 24 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ทุ่งรับน้ำหาย-เครื่องมือเก่า 40 ปี' จุดอ่อนน้ำท่วมไทย

การขยายตัวของเมืองอย่างไร้ระบบทำให้พื้นที่ทุ่งรับน้ำธรรมชาติลดลงจาก 12 แห่ง เหลือเพียง 9 แห่ง ส่งผลให้พื้นที่อื่นต้องรับน้ำท่วมขังนานขึ้น โครงสร้างพื้นฐานและเครื่องมือในการบริหารจัดการน้ำส่วนใหญ่ไม่ได้รับการพัฒนามาเกือบ 40 ปี และโครงการป้องกันน้ำท่วมหลายแห่งยังไม่แล้วเสร็จ

KEY POINTS

  • การขยายตัวของเมืองอย่างไร้ระบบทำให้พื้นที่ทุ่งรับน้ำธรรมชาติลดลงจาก 12 แห่ง เหลือเพียง 9 แห่ง ส่งผลให้พื้นที่อื่นต้องรับน้ำท่วมขังนานขึ้น
  • โครงสร้างพื้นฐานและเครื่องมือในการบริหารจัดการน้ำส่วนใหญ่ไม่ได้รับการพัฒนามาเกือบ 40 ปี และโครงการป้องกันน้ำท่วมหลายแห่งยังไม่แล้วเสร็จ
  • ประเทศไทยขาดการฝึกซ้อมแผนรับมือภัยพิบัติอย่างจริงจัง และแบบจำลองพยากรณ์น้ำมีความแม่นยำเพียงระดับปานกลาง ทำให้ไม่สามารถคาดการณ์ฝนตกหนักเฉพาะที่ได้
  • การก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ถนน ที่กีดขวางทางน้ำ และปัญหาแผ่นดินทรุดในกรุงเทพฯ ทำให้การระบายน้ำตามธรรมชาติทำได้ยากและต้องพึ่งพาการสูบน้ำ

เมืองโตไร้ระบบดัน "ทุ่งรับน้ำ" หายต่อเนื่อง ขาดการซ้อมรับมือภัยพิบัติจริง แฉแบบจำลองแม่นยำแค่ระดับปานกลางทำพยากรณ์ฝนแช่ล้มเหลว พร้อมเปิดฉากทัศน์ทางรอดรับมือวิกฤติน้ำทะเลหนุน ด้วยการผันงบปิดเฉพาะปากแม่น้ำเจ้าพระยา แทนการทุ่มเงินมหาศาลปิดอ่าวไทย

รศ. ดร.บัญชา ขวัญยืน จากภาควิชาวิศวกรรมชลประทาน คณะวิศวกรรมศาสตร์ กำแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยในงาน มก. เสวนาน้ำท่วม ถอดบทเรียนกรุงเทพฯ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ภาคใต้ ถึงสถานการณ์การบริหารจัดการน้ำท่วมในประเทศไทยว่า โครงสร้างพื้นฐานและเครื่องมือในการรับน้ำของประเทศแทบจะไม่ต่างจากปี 2530 แม้น้ำท่วมใหญ่ปี 2554 จะนำไปสู่การจัดทำแผนยุทธศาสตร์ปี 2558 และการออกกฎหมายน้ำปี 2561–2562 แต่การพัฒนาโครงสร้างป้องกันน้ำท่วมหลายโครงการยังไม่เสร็จสิ้น

นอกจากนี้ พื้นที่รับน้ำธรรมชาติยังคงลดลงอย่างต่อเนื่องจากการขยายตัวของชุมชนเมืองที่โตอย่างไร้ระบบ โดยในปี 2565 ทุ่งรังสิตเหนือและทุ่งรังสิตใต้ปฏิเสธการรับน้ำเนื่องจากกลายเป็นชุมชนเมือง และต่อมาในปี 2567 ทุ่งพญาบรรลือก็ปฏิเสธการรับน้ำเพิ่มอีกแห่ง ส่งผลให้ทุ่งรับน้ำจากเดิม 12 ทุ่ง ลดลงเหลือเพียง 9 ทุ่งเท่านั้น ทำให้น้ำหลากไหลลงสู่พื้นที่ตอนล่างไม่ได้ และส่งผลให้พื้นที่รับน้ำที่เหลืออยู่ เช่น จังหวัดอยุธยา หรือทุ่งโพธิ์พระยาในจังหวัดสุพรรณบุรี ต้องประสบภาวะน้ำท่วมขังยาวนานถึง 2–5 เดือน

 

การฝึกซ้อมแผนรับมือภัยพิบัติ

นอกจากปัญหากายภาพแล้ว รศ. ดร.บัญชา ชี้ให้เห็นว่า ประเทศไทยยังขาดการฝึกซ้อมแผนรับมือภัยพิบัติอย่างจริงจังเมื่อเทียบกับประเทศญี่ปุ่น ที่มีการซ้อมทั้งแบบจำลอง (Tabletop) และการซ้อมในพื้นที่จริง โดยเฉพาะคนกรุงเทพฯ ที่ยังไม่เคยมีการฝึกซ้อมรับมือภัยพิบัติน้ำท่วมอย่างเป็นระบบ ขณะเดียวกัน แบบจำลองการพยากรณ์น้ำของประเทศในปัจจุบันยังมีขีดจำกัดและความแม่นยำเพียงระดับปานกลาง ไม่สามารถทำนายฝนตกหนักเฉพาะถิ่นหรือฝนตกแช่ได้อย่างแม่นยำ เห็นได้จากวิกฤติลุ่มน้ำแม่กลองที่เผชิญฝนตกหนักจากร่องมรสุมจนเกิดน้ำท่วมใหญ่ที่สุดในรอบ 30 ปี นับตั้งแต่ปี 2538

ในส่วนของโครงสร้างเมือง กรุงเทพมหานครกำลังเผชิญปัญหากรุงเทพฯ ทรุดตัวอย่างรุนแรงจนระดับพื้นดินต่ำใกล้เคียงระดับน้ำทะเลหนุน ทำให้ไม่สามารถระบายน้ำตามธรรมชาติได้และต้องพึ่งพาการสูบน้ำออกจากพื้นที่เพียงอย่างเดียว ขณะที่การก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานอย่างถนนบายพาสในหลายจังหวัด หรือถนนสุขุมวิทในพื้นที่พัทยา กลายเป็นสิ่งกีดขวางทางน้ำโดยไม่ได้ออกแบบระบบระบายน้ำรองรับไว้แต่แรก

การบริหารจัดการน้ำระดับลุ่มน้ำขอไทย

อย่างไรก็ตาม ในมิติการบริหารจัดการน้ำระดับลุ่มน้ำ ล่าสุดได้มีการประสานงานสั่งการปิดเขื่อนภูมิพลเป็นเวลา 1 สัปดาห์เต็มเป็นครั้งแรก เพื่อหน่วงน้ำไม่ให้ไหลมาสมทบในลุ่มน้ำเจ้าพระยา รวมทั้งกรมชลประทานกำลังเร่งรัดโครงการคลองระบายน้ำบางบาล-บางไทรให้พร้อมใช้งานภายใน 2 ปี และกรมเจ้าท่าอยู่ระหว่างศึกษาแผนขุดลอกแม่น้ำเจ้าพระยาตั้งแต่เขื่อนเจ้าพระยาถึงอยุธยาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนนอกคันกั้นน้ำ

สำหรับปัญหาด้านกฎหมายและการบริหาร รศ. ดร.บัญชา ระบุว่า พ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำ พ.ศ. 2561 ยังคงเป็นกฎหมายฉบับประณีประนอม เนื่องจากสัดส่วนคณะกรรมการต่างๆ กว่า 60–70% ยังเป็นภาคราชการและฝ่ายการเมือง ทำให้การสั่งการข้ามกระทรวงหรือข้ามพรรคการเมืองในภาวะวิกฤตทำได้ยากและไม่เต็มประสิทธิภาพ ส่วนการรับมือวิกฤตน้ำทะเลหนุนและการทรุดตัวของกรุงเทพฯ ในอนาคต

การสร้างเขื่อนปิดอ่าวไทยต้องใช้งบประมาณสูงถึง 10 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นมูลค่า GDP ประเทศไทยถึง 3 ปี ทั้งยังกระทบระบบนิเวศและวิถีชีวิตใน 4 ลุ่มน้ำหลัก ดังนั้น ทางออกเชิงกายภาพและงบประมาณที่เป็นไปได้จริงมากกว่า คือการศึกษาเพื่อ "ปิดปากแม่น้ำเจ้าพระยา"