เวที CNN Global Perspectives ชี้วิกฤติพลังงานโลกจากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์และจุดคอขวดขนส่งพลังงาน แนะอาเซียนผนึกความร่วมมือสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน ขณะที่ AI และศูนย์ข้อมูลเร่งความต้องการไฟฟ้า ผลักดันการลงทุนพลังงานหมุนเวียนควบคู่พลังงานรูปแบบอื่น
KEY POINTS
- เวที CNN Global Perspectives: Bangkok วิเคราะห์วิกฤตพลังงานโลกจากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์และจุดคอขวดขนส่งพลังงาน
- เสนออาเซียนเปลี่ยนการแข่งขันเป็นความร่วมมือ ใช้ความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ร่วมพัฒนาแหล่งพลังงาน
- ธุรกิจต้องเพิ่มความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน ลดการพึ่งพาเส้นทางเดียว และลงทุนพลังงานหมุนเวียน
- AI และศูนย์ข้อมูลดันความต้องการไฟฟ้าพุ่ง โลกจึงยังต้องพึ่งพาพลังงานแบบผสมผสาน
การประชุมระดับโลก CNN Global Perspectives ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในเอเชีย ณ กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย เคียงคู่กับการประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) ซึ่ง 'กรุงเทพธุรกิจ' ร่วมเป็นสื่อพันธมิตร
ช่วงเสวนาในหัวข้อ "Chokepoints and Power Corridors: Securing the Global Flow" (จุดคอขวดและระเบียงพลังงาน: การสร้างความมั่นคงให้กับการไหลเวียนพลังงานทั่วโลก) มีผู้นำภาคธุรกิจและผู้เชี่ยวชาญระดับโลกได้ร่วมวิเคราะห์ความท้าทายของเส้นทางลำเลียงพลังงานทั่วโลกที่กำลังเผชิญความกดดันทางภูมิรัฐศาสตร์อย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน เพื่อแสวงหาแนวทางสร้างความยืดหยุ่นและหลักประกันความมั่นคงทางพลังงานในอนาคต
ทั้งนี้ ตลาดพลังงานโลกถือเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของผลกระทบเมื่อระบบห่วงโซ่อุปทานและการขนส่งเกิดการสะดุดหรือพังทลายลง ซึ่งสะท้อนถึงความสำคัญอย่างยิ่งของความไว้วางใจและเสถียรภาพในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับภูมิภาคและระดับโลก
เส้นทางขนส่งพลังงานและจุดคอขวดที่สำคัญที่สุดของโลก ประกอบด้วย ช่องแคบฮอร์มุซ ช่องแคบบับเอลมันเดบ ช่องแคบมะละกา คลองสุเอซ ช่องแคบบอสฟอรัสและดาร์ดาเนลส์ ช่องแคบยิบรอลตาร์ และคลองปานามา โดยเส้นทางยุทธศาสตร์เหล่านี้สุ่มเสี่ยงอย่างมากต่อการเกิดอุปสรรคและการหยุดชะงักมหาศาลต่อการส่งผ่านพลังงานโลกเมื่อเกิดวิกฤตการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์
โอกาสของประเทศไทยและเพื่อนบ้าน
"ดร.ฮาราลด์ ลิงค์" ประธานกรรมการ บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) นำเสนอแนวทางการสร้างความมั่นคงทางพลังงานในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยย้ำว่าทุกประเทศต้องเปลี่ยนกรอบความคิดจากการแข่งขันไปสู่การสร้างความร่วมมือและความเป็นหุ้นส่วน
"ประเทศไทยมีความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์จากการมีแหล่งพลังงานสำคัญล้อมรอบ ทั้งก๊าซธรรมชาติและพลังงานน้ำทางทิศตะวันตกในเมียนมา รวมถึงพลังงานน้ำทางทิศเหนือในลาว นอกจากนั้นคนไทยมีความสามารถสูงในการร่วมมือ ดังนั้นเราจึงควรมุ่งพัฒนาแหล่งก๊าซธรรมชาติและพลังงานน้ำในเมียนมา รวมถึงพลังงานน้ำในลาว"
ในการก้าวข้ามความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ "ดร.ฮาราลด์" ได้ยกบทเรียนประวัติศาสตร์จากสหภาพยุโรป ที่ประเทศคู่ขัดแย้งในอดีตอย่างเยอรมนี ฝรั่งเศส และเนเธอร์แลนด์ สามารถเปลี่ยนผ่านจากการสู้รบมาเป็นมิตรภาพและความร่วมมือทางเศรษฐกิจอย่างแน่นแฟ้น
พร้อมเสนอให้ประเทศในภูมิภาคนี้ปรับเปลี่ยนกรอบความคิดจากการแข่งขันมาเป็นการร่วมมือแบบได้ประโยชน์ร่วมกัน ไม่ใช่เกมที่ต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งสูญเสีย จุดสำคัญคือ เราจะสร้างกรอบความคิดอย่างไรให้มองว่าเราไม่ได้กำลังแข่งขันกัน แต่กำลังร่วมกันสร้างโลกที่ดีกว่าเดิม
บี.กริม ยึดปรัชญาธุรกิจเพื่อสังคม
นอกจากนี้ "ดร.ฮาราลด์" ได้ชี้ให้เห็นถึงความได้เปรียบของการค้าพลังงานระดับภูมิภาค เช่น การจัดซื้อก๊าซธรรมชาติจากเมียนมาด้วยสกุลเงินบาทไทย ซึ่งเมียนมาสามารถนำเงินบาทกลับมาซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคจากไทย สร้างประโยชน์ร่วมกันทั้งสองฝ่าย (Win-Win)
แม้จะมีความท้าทายจากมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐอเมริกา หรือผลประโยชน์ทับซ้อนก็ตาม แต่ปรัชญาของ บี.กริม เพาเวอร์ ยังมุ่งเน้นการสร้างประโยชน์ให้แก่สังคมมากกว่าการแสวงหากำไรสูงสุดเพียงอย่างเดียว
"ดร.ฮาราลด์" ยังได้เปิดเผยถึงทิศทางอนาคตว่า บี.กริม เพาเวอร์ กำลังขยายการลงทุนในพลังงานหมุนเวียนทั่วโลก ซึ่งช่วยข้ามพ้นข้อจำกัดเรื่องจุดคอขวดทางพลังงาน พร้อมทั้งเตือนถึงความท้าทายใหม่จากความต้องการพลังงานไฟฟ้าที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจากการเติบโตของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI Boom) และศูนย์ข้อมูล
"AI จะถูกนำมาใช้มากขึ้นเรื่อย ๆ และ AI ต้องการพลังงานไฟฟ้ามหาศาล ทำให้โลกยังจำเป็นต้องพึ่งพาการผสมผสานระหว่างเชื้อเพลิงฟอสซิล พลังงานหมุนเวียน และการลงทุนในระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ต่อไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้"
ทดสอบห่วงโซ่อุปทานโลก อย่าประมาทจุดเสี่ยงเดียว
"เดวิด เบิร์ด" (David Bird) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของโรงกลั่น Dangote Refinery ที่อยู่ในประเทศไนจีเรีย กล่าวว่าความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน และความตึงเครียดตามเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญ ตั้งแต่ช่องแคบฮอร์มุซ ช่องแคบบับเอลมันเดบ ทะเลแดง จนถึงคลองสุเอซ สะท้อนความเสี่ยงจากการพึ่งพาเส้นทางขนส่งเพียงไม่กี่แห่ง ทำให้ธุรกิจต้องทดสอบความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทานและเตรียมรับมือกับความหยุดชะงักที่อาจเกิดขึ้น
“ธุรกิจต้องให้ความสำคัญกับความมั่นคงในการจัดหาและความยืดหยุ่น ไม่แพ้การควบคุมต้นทุน เพราะการพึ่งพาจุดใดจุดหนึ่งมากเกินไปอาจกลายเป็นจุดอ่อนที่ทำให้ทั้งห่วงโซ่อุปทานหยุดชะงักได้”
โรงกลั่นยักษ์ไนจีเรีย ป้อนน้ำมันสู่ยุโรป
"เดวิด เบิร์ด" ได้นำเสนอความสำเร็จของโครงการโรงกลั่น Dangote ในประเทศไนจีเรีย ซึ่งมีกำลังการกลั่นออกแบบเดิม 650,000 บาร์เรลต่อวัน และขยายเป็น 700,000 บาร์เรลต่อวัน ซึ่งจัดเป็นโรงกลั่นขนาดใหญ่ที่สุดอันดับ 5 ของโลก
และกำลังเตรียมขยายกำลังการผลิตเป็น 1.4 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งจะกลายเป็นโรงกลั่นปิโตรเคมีและน้ำมันดิบแบบครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 1.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
"เดวิด" เน้นย้ำถึงบทบาทของโครงการนี้ในการแก้ไขปัญหาความยากจนทางพลังงานในทวีปแอฟริกาที่มีประชากรกว่า 1,200 ล้านคน โดยระบุว่า ในการเปลี่ยนผ่านพลังงาน สิ่งสำคัญคือต้องตระหนักว่าประชากรส่วนใหญ่ของโลกยังคงเข้าไม่ถึงพลังงานที่สะอาด น่าเชื่อถือ และราคาเข้าถึงได้
"โรงกลั่นแห่งนี้ไม่เพียงตอบสนองความต้องการในไนจีเรียที่มีประชากร 240 ล้านคน
แต่ยังส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับอากาศยาน คิดเป็น 20% ของความต้องการในยุโรป ช่วยลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการขนส่งน้ำมันดิบข้ามทวีปไปกลับโรงกลั่นเก่าในยุโรปได้ถึง 1 ล้านตันต่อปี และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพทางพลังงาน ตามข้อตกลงในการประชุม COP28"





