วันเสาร์ ที่ 19 กันยายน 2569

Login
Login

ตลาด LNG เจอมรสุม 'ภูมิรัฐศาสตร์-คอขวดลงทุน' ทางรอดต้องยืดหยุ่น

ตลาด LNG เผชิญความไม่แน่นอนสูงจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้เกิดภาวะที่ต้องเลือกระหว่างการยอมจ่ายแพงขึ้นเพื่อความมั่นคงทางพลังงาน หรือการเสี่ยงกับราคาที่ผันผวน

KEY POINTS

  • ตลาด LNG เผชิญความไม่แน่นอนสูงจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้เกิดภาวะที่ต้องเลือกระหว่างการยอมจ่ายแพงขึ้นเพื่อความมั่นคงทางพลังงาน หรือการเสี่ยงกับราคาที่ผันผวน
  • อุตสาหกรรมประสบปัญหาคอขวดด้านการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานฝั่งนำเข้า (Import Terminals และ FSRU) ซึ่งขาดแคลนเงินทุนและผู้รับประกันความเสี่ยง
  • "ความยืดหยุ่น" คือทางรอดสำคัญของตลาด โดยเน้นการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาเทคโนโลยีอย่าง Floating LNG และการหันมาสำรวจแหล่งก๊าซในประเทศเพื่อลดความเสี่ยง

เวทีหารือยุทธศาสตร์พลังงานโลกวันสุดท้ายในงาน Gastech 2026 สะท้อนภาพอนาคตตลาดก๊าซธรรมชาติและ LNG ที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน โดยโจทย์ใหญ่ไม่ใช่แค่เรื่องราคา แต่คือความมั่นคงในการจัดหาพลังงาน สมดุลภูมิรัฐศาสตร์ และเทคโนโลยีที่จะเข้ามาเปลี่ยนเกม 

ซึ่งสมรภูมิธุรกิจและการเมืองระดับโลกที่กำลังสู้กันในโลกความเป็นจริง เมื่อวงการพลังงานต้องรับมือกับโจทย์หินว่า “เรายอมจ่ายแพงขึ้นเพื่อแลกกับความมั่นคง หรือจะยอมเสี่ยงกลับไปไล่ล่าก๊าซราคาถูก?” ในวันที่คลื่นอุปทานก๊าซมหาศาลจากกาตาร์และอเมริกาเตรียมทะลักเข้าสู่ตลาดอีกครั้ง ท่ามกลางความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ผันผวนจนคาดเดาไม่ได้

เตือนความผันผวนภูมิรัฐศาสตร์-จับตาสมดุลตลาดก๊าซ 

แอนน์-โซฟี คอร์โบ นักวิจัยระดับโลกจากศูนย์นโยบายพลังงานโลก มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ชี้ว่า ตลาดก๊าซธรรมชาติกำลังเผชิญกับความไม่แน่นอนสูงว่าการเพิ่มขึ้นของอุปทานในอนาคต เช่น จากกาตาร์หรือรัสเซีย จะส่งผลให้เกิดภาวะก๊าซล้นตลาด (Market Glut) หรือไม่ หรืออุปสงค์พลังงานและไฟฟ้าที่เติบโตขึ้นจะเข้ามาช่วยสร้างสมดุลได้ ขณะเดียวกัน ประเทศในแถบเอเชียใต้และตะวันออกเฉียงใต้ เช่น บังกลาเทศ และพากิสถาน เริ่มหันมาให้ความสนใจกับการสำรวจและพัฒนาก๊าซธรรมชาติในประเทศตนเอง เนื่องจากควบคุมจัดการได้ง่ายกว่า ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออุปสงค์การนำเข้า LNG ในอนาคต ควบคู่ไปกับการเร่งกระจายความเสี่ยงไปสู่พลังงานหมุนเวียน เช่น แสงอาทิตย์และชีวมวล

ตลาด LNG เจอมรสุม 'ภูมิรัฐศาสตร์-คอขวดลงทุน' ทางรอดต้องยืดหยุ่น

นอกจากนี้ แอนน์-โซฟี ยังกล่าวถึงบทบาทของจีน ซึ่งเป็นผู้นำเข้า LNG รายใหญ่ว่า ความต้องการใช้ก๊าซเริ่มชะลอตัวลง แต่บริษัทพลังงานในจีนมีความเชี่ยวชาญและยืดหยุ่นสูงขึ้นในการบริหารจัดการและซื้อขายสัญญา LNG ในพอร์ตโฟลิโอ ส่วนในฝั่งยุโรป แม้สหภาพยุโรปจะมีแผนยุติการนำเข้า LNG จากรัสเซียภายในมกราคม ปี 2027 แต่ยังมีความกังวลเรื่องระดับคลังเก็บก๊าซสำรองสำหรับรับมือฤดูหนาว พร้อมทั้งเตือนว่าความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ ทั้งสภาวะ “สงครามไฮบริด” ในยุโรป และความผันผวนในตะวันออกกลาง จะยังคงกดดันให้ราคาพลังงานผันผวนอย่างต่อเนื่อง

“นี่คือวงจรอันแสนเจ็บปวดของโลกพลังงาน มันคือฉากทัศน์ที่เรากำลังแกว่งไปมาระหว่างความสงบและสงคราม... ไม่ว่าเราจะเป็นฝั่งผู้ขายหรือผู้ซื้อ สถานการณ์หลังจากนี้จะซับซ้อนขึ้นอย่างยิ่ง”  แอนน์-โซฟี กล่าว

โจทย์ใหญ่ “ความมั่นคง vs ราคา” และคอขวดโครงสร้างพื้นฐาน 

พอล ซัลลิแวน รองประธานอาวุโสฝ่าย LNG ประจำภูมิภาคอเมริกา จากบริษัทวอร์ลีย์ ระบุว่า อุตสาหกรรมพลังงานกำลังเผชิญกับโจทย์สำคัญว่าตลาดจะยอมจ่ายราคาพรีเมียมเพื่อซื้อ “ความมั่นคงทางพลังงาน” หรือจะกลับไปเน้นเรื่อง “ราคา” เมื่อมีปริมาณก๊าซระลอกใหม่เข้าสู่ตลาดมหาศาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีก๊าซจากกาตาร์กลับเข้ามาเติมในระบบ 

พอล ยังชี้ให้เห็นถึงปัญหาคอขวดด้านโครงสร้างพื้นฐานฝั่งนำเข้า (Import Terminals และ FSRU) ซึ่งต้องการความสามารถในการรองรับมากกว่าฝั่งการทำก๊าซเหลว (Liquefaction) ถึงประมาณ 80% แต่กลับขาดแคลนการลงทุนและขาดผู้รับประกันความเสี่ยง (Underwriters) โดยเฉพาะในทวีปแอฟริกา พร้อมเน้นย้ำว่าโครงการที่จะได้รับความสำคัญเป็นอันดับหนึ่งในยุคนี้ คือโครงการที่มีทางออกสู่มหาสมุทรโดยตรง (Direct Ocean Access) เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากการถูกปิดกั้นการเดินทาง นอกจากนี้ ผู้กำหนดนโยบายเริ่มปรับเปลี่ยนจากการเน้นหาเสียงด้วยนโยบายสีเขียว ไปสู่การตัดสินใจบนพื้นฐานของสมดุลพลังงานที่เป็นจริงมากขึ้น

    “ผู้กำหนดนโยบายในปัจจุบันเริ่มตระหนักแล้วว่า การเอาแต่หาเสียงด้วยนโยบายสีเขียวมันไม่ใช่คำตอบ แต่สิ่งที่ต้องทำคือการตัดสินใจบนสมดุลทางพลังงานที่เกิดขึ้นได้จริง” พอล กล่าว

ตลาด LNG เจอมรสุม 'ภูมิรัฐศาสตร์-คอขวดลงทุน' ทางรอดต้องยืดหยุ่น

ธนาคารแนะปัจจัยปล่อยกู้ จับตา Floating LNG - AI เปลี่ยนบทบาท 

ขณะที่ นิค มิลน์ อัพสตรีมเอนเนอร์จีแคปปิตอล ธนาคารแมคควารี ได้เปิดเผยถึงหลักการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อโครงการ (Bankability) ของสถาบันการเงินว่า ประกอบด้วย 4 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ความเป็นไปได้ทางเทคนิคและเศรษฐศาสตร์บนต้นทุนโลก  ความแน่นอนของสัญญาและกระแสเงินสด การจัดสรรความเสี่ยงในสัญญาก่อสร้างและภาวะตลาด และความเสี่ยงด้านกฎระเบียบของประเทศ

นิค ระบุเพิ่มเติมว่า เทคโนโลยีคลังเก็บและแปรสภาพก๊าซธรรมชาติเหลวแบบลอยน้ำ (Floating LNG / FSRU) ได้รับการลดความเสี่ยงลงจนมุ่งสู่ความสมบูรณ์ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา และกำลังกลายเป็นทางเลือกหลักที่มีการเติบโตสูงในหลายพื้นที่ เช่น แคนาดาฝั่งตะวันตก แอฟริกา และอาร์เจนตินา เนื่องจากมีความยืดหยุ่นสูง ในส่วนของเทคโนโลยี AI นิคชี้ว่า มุมมองในวงการพลังงานได้เปลี่ยนจากการมองว่า AI เป็นตัวแย่งใช้พลังงาน มารู้จักใช้ AI เป็นเครื่องมือในการสร้างความยืดหยุ่น บริหารจัดการสายส่งไฟฟ้า และสนับสนุนงานออกแบบวิศวกรรม

    “สิ่งที่ทุกคนกำลังวิ่งหาคือ ‘ความยืดหยุ่น’ แน่นอนว่าความมั่นคงในการจัดหาเป็นเรื่องสำคัญ แต่มันต้องมีกลไกขับเคลื่อน ซึ่งนั่นหมายถึงการต้องลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน” นิค กล่าว

ด้วยความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ทำให้หลายประเทศยอมจ่ายราคาพรีเมียมเพื่อความมั่นคง โดยหันมาเน้นการสำรวจก๊าซในประเทศ และให้ความสำคัญกับโครงการที่มีทางออกสู่มหาสมุทรโดยตรง

ตลาด LNG เจอมรสุม 'ภูมิรัฐศาสตร์-คอขวดลงทุน' ทางรอดต้องยืดหยุ่น