พบ แมวป่าชนิดใหม่ เลโอพาร์ดัส ทิลคาโย (Leopardus tilcayo) ในโบลิเวีย ถือเป็นแมวสายพันธุ์ใหม่ในรอบกว่า 100 ปี จากการวิเคราะห์ดีเอ็นเอพบว่าแยกสายพันธุ์มานานกว่า 1.4 ล้านปี
KEY POINTS
- นักวิจัยยืนยันการค้นพบแมวป่าสายพันธุ์ใหม่ของโลกในโบลิเวีย ชื่อ "เลโอพาร์ดัส ทิลคาโย" (Leopardus tilcayo) ซึ่งเป็นการค้นพบแมวสายพันธุ์ใหม่ที่ยังมีชีวิตอยู่ในรอบกว่า 100 ปี
- การจำแนกสายพันธุ์ใหม่นี้ได้รับการยืนยันจากการวิเคราะห์ดีเอ็นเอ ซึ่งพบว่ามีวิวัฒนาการแยกจากแมวเสือสายพันธุ์อื่นมานานกว่า 1.4 ล้านปี
- แมวทิลคาโยอาศัยอยู่ในป่าเมฆยุงกัส ซึ่งเป็นพื้นที่ที่กำลังถูกคุกคามจากการทำลายป่า ทำให้นักวิจัยกังวลว่าอาจเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์เนื่องจากยังไม่ทราบจำนวนประชากรที่แน่ชัด
คณะนักวิจัยยืนยันการค้นพบ “แมวป่า” ชนิดใหม่ของโลกในโบลิเวีย ชื่อว่า “เลโอพาร์ดัส ทิลคาโย” (Leopardus tilcayo) นับเป็นการค้นพบครั้งแรกในรอบกว่า 100 ปี ที่มีการตั้งชื่อและอธิบายแมวสายพันธุ์ใหม่ที่ยังคงมีชีวิตอยู่ โดยไม่ใช่การยืนยันสายพันธุ์ที่เคยถูกเสนอในอดีต หรือยกสถานะชนิดพันธุ์ย่อยขึ้นเป็นชนิดพันธุ์
การค้นพบเริ่มต้นจาก เปาลา โนกาเลส-อัสการ์รุนซ์ หัวหน้านักวิทยาศาสตร์และผู้ก่อตั้งโครงการวิจัยสัตว์ตระกูลแมวแห่งโบลิเวีย จากมหาวิทยาลัยนายอร์เดซานอันเดรส เดินทางไปยังเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเซนดา เวร์เด บริเวณเทือกเขาแอนดีส และพบกับแมวที่มีใบหน้าขนาดเล็กและย่น หูสั้นทรงกลม หนวดยาว มีขนาดเล็กกว่าแมวบ้านทั่วไป และมีลายจุดคล้ายเสือดาวปกคลุมทั่วลำตัว
โนกาเลส-อัสการ์รุนซ์กล่าวว่า “ฉันถ่ายภาพมันไว้เป็นร้อยรูป ฉันรู้สึกหลงใหลมันมาก” ขณะนั้นเพื่อนร่วมงานในสถานสงเคราะห์สันนิษฐานว่าอาจเป็นแมวป่าสายพันธุ์จากประเทศบราซิล
ตอนแรกสันนิษฐานว่าแมวป่าตัวนี้คือ “เลโอพาร์ดัส ทิกรินุส” (Leopardus tigrinus) ซึ่งถูกพบครั้งแรกตั้งแต่ปี 1775 ในเฟรนช์เกียนา ต่อมาในปี 2019 ขณะจัดทำคู่มือสัตว์ตระกูลแมวในโบลิเวีย โนกาเลส-อัสการ์รุนซ์ สังเกตเห็นว่าลายจุดรูปกุหลาบของแมวตัวนี้ มีขนาดใหญ่กว่าแมวที่อยู่ในบราซิลอย่างเห็นได้ชัด
เลโอพาร์ดัส ทิลคาโย แมวป่าชนิดใหม่ของโลก
เครดิตภาพ: Fernando Faciole/National Geographic/Handout via REUTERS
โนกาเลส-อัสการ์รุนซ์จึงได้เดินทางกลับไปยังเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเซนดา เวร์เดอีกครั้ง เพื่อเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อของแมวป่าจำนวนสองตัวมาทดสอบทางพันธุศาสตร์ โดยร่วมมือกับ เอดัวร์โด ไอซิริก นักพันธุศาสตร์จากมหาวิทยาลัยพอนทิฟิเคิลแคทอลิกแห่งรีโอกรันดีโดซุล และ โยนัส เลสครัวร์ต จากมหาวิทยาลัยแอนต์เวิร์ป
ผลการวิเคราะห์ดีเอ็นเอยืนยันว่า สายพันธุ์ของแมวชนิดนี้แยกออกจากกลุ่มแมวเสือ (Tiger cat) สายพันธุ์อื่นตั้งแต่ประมาณ 1.4 ล้านปีก่อน เลสครัวร์ตกล่าวว่า “เราไม่เคยคาดคิดว่าแมวที่พบในโบลิเวียจะเป็นสายพันธุ์ที่แยกออกต่างหาก และไม่เคยมีใครเสนอว่ามันเป็นสัตว์ชนิดพันธุ์ย่อย หรือสิ่งอื่นใดที่แตกต่างออกไปมาก่อน” นอกจากนี้ เขายังระบุเพิ่มเติมว่า “ข้อมูลของเราในขณะนี้จำกัดอยู่เพียงตัวอย่างสิ่งมีชีวิตสองตัวที่เราตรวจสอบ และบันทึกจากกล้องดักถ่ายภาพจำนวนเล็กน้อยเท่านั้น”
แมวป่า Leopardus tilcayo อาศัยอยู่ในป่าเมฆยุงกัส ของโบลิเวีย (Bolivia) ซึ่งเป็นพื้นที่ภูเขาสูงที่มีความชื้นและปกคลุมด้วยกลุ่มเมฆ สัตว์ชนิดนี้มีขนาดลำตัวยาวประมาณ 46 เซนติเมตร และมีน้ำหนักประมาณ 1.4 กิโลกรัม ซึ่งจัดเป็นกลุ่มชนิดพันธุ์แฝง (Cryptic species) ที่ยากจะจำแนกความแตกต่างได้ด้วยตาเปล่า
คณะนักวิชาการได้ตั้งชื่อวิทยาศาสตร์ Leopardus tilcayo ตามชื่อที่ชุมชนท้องถิ่นใช้เรียกแมวชนิดนี้ โนกาเลส-อัสการ์รุนซ์เล่าว่า คนท้องถิ่นก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงเรียกว่าทิลคาโย แต่ชื่อนี้เรียกกันมานานแล้วตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ โดยคำว่า ทิลคาโย (Tilcayo) ไม่มีความหมายเฉพาะเจาะจงทั้งในภาษาสเปนหรือภาษาเคชัว
เครดิตภาพ: Paola Nogales-Ascarrunz / Julie Van Collie
แอนดรูว์ คิตเชนเนอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมจากพิพิธภัณฑ์แห่งชาติสกอตแลนด์ ซึ่งไม่ได้มีส่วนร่วมในงานวิจัย ให้ความเห็นว่ากลุ่มแมวเสือถือเป็น “ฝันร้ายทางอนุกรมวิธาน” เพราะ แมวเหล่านี้สร้างความสับสน เนื่องจากพวกมันมีลักษณะคล้ายคลึงกันมากและมีตัวอย่างในพิพิธภัณฑ์อยู่น้อยมาก ดังนั้นนักชีววิทยายังคงเรียนรู้วิธีการแยกแยะพวกมัน เมื่อพบสายพันธุ์เพิ่มเติม
การค้นพบครั้งนี้ ส่งผลให้จำนวนสายพันธุ์ที่ยอมรับในวงศ์สัตว์ตระกูลแมว (Felidae) เพิ่มขึ้นจาก 41 ชนิด เป็น 44 ชนิดหรือมากกว่า
ป่าเมฆยุงกัส ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของแมวเสือ 5 สายพันธุ์ในอเมริกาใต้ รวมถึงทิลคาโย กำลังถูกทำลายอย่างต่อเนื่อง จากการตัดไม้ทำลายป่า การขยายตัวทางเกษตรกรรม ไฟป่าที่เกิดจากมนุษย์ และการทำเหมืองแร่
ไอซิริกกล่าวว่า “การค้นพบสายพันธุ์ใหม่ในตระกูลแมวซึ่งเป็นสัตว์ที่คนรู้จักกันดี แสดงว่ายังมีอีกหลายสายพันธุ์ในโลกที่ไม่ถูกค้นพบ และพวกมันเสี่ยงที่จะสูญพันธุ์ไปก่อนที่เราจะค้นพบด้วยซ้ำ”
ด้าน โนกาเลส-อัสการ์รุนซ์ กล่าวเสริมว่าจำเป็นต้องมีการศึกษาทางวิทยาศาสตร์เพิ่มเติม เนื่องจากยังไม่ทราบจำนวนทิลคาโยที่อาศัยในป่าที่แน่นอน เธอกล่าวทิ้งท้ายว่า “มันเป็นเรื่องน่าทึ่งที่ยังคงมีสายพันธุ์ใหม่รอการค้นพบ โดยที่เราไม่ต้องเดินทางไปภูเขาไฟ เกาะ หรือใต้ทะเลลึก”
ที่มา: BBC, National Geographic, NBC News, Reuters
เครดิตภาพ: Paola Nogales-Ascarrunz / Julie Van Collie





