วันอาทิตย์ ที่ 16 สิงหาคม 2569

Login
Login

‘พะยูน’ ช่วย ‘หญ้าทะเล’ กักเก็บคาร์บอนเพิ่ม 2.4 เท่า สู้ภัยโลกร้อน แก้ปัญหาก๊าซเรือนกระจก

พะยูน” กลายเป็นตัวแปรสำคัญในการแก้ไข “ปัญหาสภาพภูมิอากาศ” ที่โลกกำลังเผชิญ ผ่านพฤติกรรมการกิน “หญ้าทะเล” ที่ช่วยเพิ่ม “การกักเก็บคาร์บอน” ตามการวิจัยตีพิมพ์ในวารสาร Frontiers in Marine Science พบว่าการมีพะยูนช่วยเพิ่มการดักจับคาร์บอนของหญ้าทะเลได้มากกว่า 2.4 เท่า นอกจากนี้ พะยูนยังช่วยเพิ่มปริมาณการกักเก็บคาร์บอนในตะกอนดินสูงถึง 2.63 เท่า เมื่อเทียบกับพื้นที่ที่ไม่มีพะยูนอาศัยอยู่

งานวิจัยชิ้นนี้ มุ่งเน้นไปที่ “หญ้ากุยช่ายทะเล” ในประเทศบาห์เรน ซึ่งครอบคลุมพื้นที่กว่า 145 ตารางกิโลเมตร พื้นที่ดังกล่าวเป็นหนึ่งในแหล่งอาศัยของพะยูนที่ใหญ่ที่สุดนอกประเทศออสเตรเลีย โดยมีประชากรพะยูนหมุนเวียนอยู่ประมาณ 700 ตัว และอาจมีจำนวนรวมทั้งระบบนิเวศสูงถึง 1,798 ตัว

ตามธรรมชาติแล้ว พะยูนเป็นสัตว์ที่กินหญ้าทะเลเก่งมาก โดยสามารถกำจัดมวลชีวภาพ (Biomass) เหนือดินได้ถึง 96% และใต้ดิน 73% ในพื้นที่ที่พวกมันหากิน พฤติกรรมนี้เคยทำให้พะยูนถูกมองว่าเป็นอันตรายต่อการกักเก็บคาร์บอน แต่แบบจำลองคณิตศาสตร์ใหม่พิสูจน์ให้เห็นว่าพะยูนช่วยสร้าง “การหมุนเวียนสารอาหาร” (Nutrient Cycling) ซึ่งทำหน้าที่เป็นปั๊มสารอาหารเคลื่อนที่

เมื่อพะยูนกินหญ้าเข้าไป พวกมันจะขับถ่ายของเสียทั้งปัสสาวะและอุจจาระกลับคืนสู่ระบบน้ำ ของเสียเหล่านี้อุดมไปด้วยไนโตรเจนที่พืชสามารถนำไปใช้ได้ทันที โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการย่อยสลายที่ยาวนานของจุลินทรีย์ ซึ่งช่วยกระตุ้นให้หญ้าทะเลงอกใหม่ได้อย่างรวดเร็วและแข็งแรงกว่าเดิม

ศ.ออสวอลด์ ชมิทซ์ จากคณะสิ่งแวดล้อมแห่งมหาวิทยาลัยเยล ผู้นำการวิจัย กล่าวว่า “การอนุรักษ์สัตว์ป่าทางทะเล นอกจากจะช่วยรักษาความหลากหลายทางชีวภาพแล้ว ยังช่วยแก้ปัญหาสภาพภูมิอากาศด้วย” พร้อมเน้นย้ำว่าพะยูนมีอิทธิพลต่อกระบวนการในตะกอนดิน ที่ช่วยเพิ่มการกักเก็บคาร์บอนในระยะยาว

ด้าน ดร.รีม อัลเมอัลลา ผู้ร่วมวิจัยและผู้ก่อตั้ง NUWAT สถาบันวิจัยเชิงนิเวศแห่งแรกในบาห์เรน กล่าวว่า “หากความสัมพันธ์เชิงนิเวศระหว่างสัตว์ป่าและระบบคาร์บอนสีน้ำเงิน สามารถคงอยู่ได้ภายใต้สภาวะรุนแรง ที่อุณหภูมิ 16-36 องศาเซลเซียสในอ่าวอาหรับ เราอาจจะใช้ข้อมูลเหล่านี้ช่วยในการฟื้นตัวของระบบนิเวศทางทะเลภายใต้วิกฤติสภาพภูมิอากาศในอนาคต”

นักวิจัยคาดการณ์ว่า การมีอยู่ของพะยูนในพื้นที่ศึกษา ช่วยดักจับคาร์บอนเพิ่มขึ้นได้ถึง 79,700 เมตริกตันต่อปี ตัวเลขนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 10-30% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรายปีจากภาคส่วนต่าง ๆ ในบาห์เรน เช่น การขนส่ง หรือการผลิตน้ำมันและก๊าซ

แมตต์ คอลลิส ผู้อำนวยการอาวุโสด้านนโยบายจาก กองทุนระหว่างประเทศเพื่อสวัสดิการสัตว์ (IFAW) เสริมความสำคัญของการปกป้องพะยูนนี้ว่า “เมื่อเราปกป้องสปีชีส์อย่างพะยูน เรากำลังปกป้องระบบธรรมชาติที่เก็บกักคาร์บอน สนับสนุนความหลากหลายทางชีวภาพ และเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ชุมชนชายฝั่ง เป้าหมายด้านภูมิอากาศและการอนุรักษ์นั้นเชื่อมโยงกันอย่างลึกซึ้ง”

นอกจากนี้ อลิสเตอร์ สกอตต์ ผู้อำนวยการบริหารของ ภาคีการคืนถิ่นสู่ธรรมชาติโลก ยังได้แสดงทัศนะว่าพะยูนเป็นหนึ่งในสัตว์ที่เป็น “ผู้รับประกันเสถียรภาพของโลก” โดยเชื่อว่าการฟื้นฟู “ข่ายใยแห่งชีวิต” จะเป็นวิธีที่ใช้งานได้จริงและสามารถขยายผลได้ เมื่อเผชิญกับความท้าทายระดับโลก

อย่างไรก็ตาม นักวิจัยยอมรับว่าแบบจำลองนี้ยังมีความไม่แน่นอนสูง เนื่องจากข้อมูลบางส่วนต้องยืมมาจากสัตว์ชนิดอื่น และยังขาดการวัดค่าโดยตรงจากพะยูนในภาคสนาม พวกเขาจึงเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการทำวิจัยเพิ่มเติม เพื่อวัดความเร็วในการใช้สารอาหารจากมูลพะยูนของหญ้าทะเล และการรบกวนตะกอนดินจากการหากินอย่างละเอียด

ปัจจุบัน พะยูนถูกจัดอยู่ใน “กลุ่มเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์” (Vulnerable) และงานวิจัยนี้ยิ่งตอกย้ำความสำคัญของพวกมัน ในการรักษากลไกธรรมชาติที่ทรงประสิทธิภาพในการลดก๊าซเรือนกระจก ดังนั้นพะยูนจึงจำเป็นต้องได้รับการอนุรักษ์อย่างเร่งด่วน


ที่มา: EarthHappy Eco NewsIFAW